ปฏิรูปท้องถิ่น ต้องถอดถอนผู้บริหารได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 เมษายน 2559 เวลา 10:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/427692

ปฏิรูปท้องถิ่น ต้องถอดถอนผู้บริหารได้

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้จัดทำรายงาน เรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองท้องถิ่นเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น” ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่ากระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองท้องถิ่น ในการลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น เห็นว่าควรได้รับการปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน เนื่องจากมีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขบางประการที่ทำให้การบังคับใช้กฎหมาย หรือการใช้สิทธิต่างๆ ของประชาชนทำได้ยาก

นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2542 พบว่าประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการเข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รวม 14 ครั้ง และมีจำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่ออกจากตำแหน่งโดยการลงคะแนนเสียงถอดถอนของประชาชนได้เพียง 4 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีจำนวนมากถึง 7,853 แห่ง

ทั้งนี้ พบว่ามีสภาพปัญหาสำคัญ 2 ประการ คือ 1.การกำหนดสัดส่วนจำนวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนมีจำนวนหลายระดับชั้นจำนวนมากและยากต่อการเข้าใจของประชาชน เช่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 1 แสนคน จะต้องมีผู้เข้าเชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถึงจะดำเนินกระบวนการจัดให้มีการถอดถอนได้ หรือถ้าเป็นกรณีที่ในพื้นที่ใดมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกิน 1 แสนคน แต่ไม่เกิน 5 แสนคน จะต้องมีผู้เข้าชื่อไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคนของจำนวนผู้มีสิทธิถึงจะจัดให้มีการลงคะแนนถอดถอนได้ เป็นต้น

2.การกำหนดสัดส่วนจำนวนคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ถอดถอนที่มีจำนวนมาก กล่าวคือ ต้องมีคะแนนเสียงผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียง จึงจะสามารถถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นนั้นให้พ้นจากตำแหน่งได้ หรืออาจคิดได้เป็น 75% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียง

สำหรับแนวทางการแก้ไข มีดังนี้

1.การปรับปรุงแก้ไขสัดส่วนจำนวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อถอดถอน คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าควรปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นเกิดความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่และมีความรับผิดชอบต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการกำหนดสัดส่วนจำนวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อสามารถครอบคลุมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่

จึงเห็นควรปรับลดสัดส่วนจำนวนผู้เข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นดังกล่าว โดยแก้ไขเป็น (1) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 1 แสนคน ต้องมีผู้มีสิทธิเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นหรือไม่น้อยกว่า 5,000 คนสุดแต่จำนวนใดจะน้อยกว่า (2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกิน 1 แสนคนเป็นต้นไป ต้องมีผู้มีสิทธิเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคนของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น

2.การปรับแก้ไขสัดส่วนจำนวนคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียงถอดถอน คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าการลดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียงให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นจาก “3 ใน 4” มาเป็น “เกินกึ่งหนึ่ง” เพื่อให้สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่มากยิ่งขึ้น

โดยคณะกรรมาธิการได้เสนอให้แก้ไขสัดส่วนจำนวนคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียงถอดถอนเป็น “ในกรณีมีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมดในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น และมีคะแนนเสียงจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียงให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นให้บุคคลนั้นนับแต่วันลงคะแนนเสียง”

3.แก้ไขช่องในบัตรลงคะแนนเสียงจากคำว่า “เห็นด้วย” และ “ไม่เห็นด้วย” เป็น “ถอดถอน” และ “ไม่ถอดถอน” เพื่อให้เกิดความถูกต้องและชัดเจนยิ่งขึ้น

4.คณะกรรมาธิการฯ เห็นควรให้เพิ่มเติมบทกำหนดโทษให้เหมาะสมยิ่งขึ้น สำหรับกรณีบุคคลผู้เสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นอันอาจคำนวณเป็นเงิน อาทิ บุคคลใดข่มขู่ด้วยประการใดเพื่อให้บุคคลกระทำการเข้าชื่อหรือมิให้เข้าชื่อเพื่อให้มีการลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เป็นต้น

ผลที่คาดว่าจะได้รับหลังการปฏิรูป คือ เมื่อได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นดังกล่าวแล้วก็จะทำให้เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองท้องถิ่นได้สะดวกและมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น และทำให้สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่มากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการปรับลดสัดส่วนจำนวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อถอดถอน และลดสัดส่วนจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียงถอดถอน

การกำหนดระยะเวลาการปฏิรูป แบ่งเป็น ระยะที่ 1 คณะกรรมาธิการฯ ทำการศึกษาเพื่อปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในประเด็นต่างๆ ที่สมควรจะต้องมีการปรับปรุง โดยร่วมกับส่วนราชการที่รับผิดชอบ ระยะที่ 2 ขั้นตอนการยกร่างกฎหมาย กำหนดระยะเวลา 4 เดือน และระยะที่ 3 ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของร่างกฎหมาย กำหนดระยะเวลา 2 เดือน เพื่อนำไปประกอบการปรับปรุงกฎหมาย

 

Leave a comment