ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/scoop/209786
“เล่นคือเรียน เรียนคือเล่น”…เล่นธรรมดาๆ สิ่งที่ได้มา คือ “สมองเรียนรู้ แบบอัจฉริยะ”
แต่ถ้า “เล่นตามรอยพระยุคลบาท” คือ การให้เด็กเล่นกับ “ธรรมชาติ” ที่แวดล้อมตัวเด็กทุกช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิด มีปฏิสัมพันธ์กับ “ธรรมชาติที่มีชีวิต” พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ฯลฯ อันเปรียบเสมือน “ครู” ที่ยิ่งใหญ่ เป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญ จะช่วยให้สมองเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเล่นตามธรรมชาติ เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ จนก่อให้เกิด “พระอัจฉริยภาพ” รอบด้าน
ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญในพัฒนาการของเด็ก สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ “สบร.” จึงได้ลงนามความร่วมมือกับกรมอนามัย เพื่อพัฒนาสมองเด็กไทยตาแนวคิด “ครอบครัวอบอุ่นเลี้ยงลูกตามรอยพระยุคลบาท” เพื่อจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง(Brain-based Learning หรือ BBL) ให้กับเด็กในศูนย์เด็กเล็กและเด็กที่มารับบริการ ณ สถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักว่าเด็กเป็นอนาคตที่สำคัญที่สุดของชาติ และเชื่อว่าแต่ละบุคคลมีศักยภาพแตกต่างกัน ถ้าได้รับการเรียนรู้โดยเน้นการจัดการเรียนรู้และพัฒนาสมอง เพื่อให้เกิดศักยภาพสูงสุดในการเรียนรู้ของแต่ละช่วงวัย และดึงศักยภาพของแต่ละบุคคลออกมาใช้ในการเรียน การทำงาน การอยู่ร่วมกันในสังคม จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
“รัฐบาลขอน้อมนำแนวคิดการเลี้ยงดูพระโอรสและพระธิดาของสมเด็จพระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผ่านการเล่นตามรอยพระยุคลบาทมาใช้ในการพัฒนาเด็ก เพราะนอกจากเกิดความสนุกแล้ว ยังเกิดการเรียนรู้ เป็นที่มาของพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
ด้าน “พญ.มยุรา กุสุมภ์” ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัยของกรมอนามัย ปี 2557 พบว่า เด็กปฐมวัยมี “พัฒนาการสงสัย” ล่าช้า ร้อยละ 27 เด็กเหล่านี้หากไม่ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสม เมื่อเข้าสู่วัยเรียนจะมีโอกาสมีปัญหาด้านการเรียน โดยเฉพาะเรื่อง “สมาธิสั้น”กระทรวงสาธารณสุข จึงจัดทำแผนบูรณาการการพัฒนาศักยภาพกลุ่มสตรีและเด็ก มีเป้าหมายให้เด็กไทย “แข็งแรง เก่ง ดี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้” ตามแนวคิด “ชวนลูกเล่นตามรอยพระยุคลบาท” โดยจัดให้มีมุมเล่นตามรอยพระยุคลบาทที่คลินิกสุขภาพเด็กดีในสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง และลานเล่นตามรอยพระยุคลบาทในศูนย์เด็กเล็กด้วย
ขณะที่ “ดร.คณิศ แสงสุพรรณ” ประธานกรรมการบริหาร สบร. กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการขยายแนวคิดในการหนุนเสริมการสร้างความรู้ และทักษะกระบวนการ BBL เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับในการดูแลเด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา-5 ปี ตระหนักถึงความสำคัญในการเลี้ยงดูเด็ก และนำทักษะไปใช้ในการเลี้ยงดูเด็กได้ สบร.เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยกันพัฒนาเด็กตั้งแต่ต้นทาง
ด้าน “นายรุ่ง อุดมศิริ” ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนวัดบ้านมะเกลือ อ.เมืองนครสวรรค์ เล่าถึงความสำเร็จของโครงการ “สนามเด็กเล่นสร้างปัญญาตามรอยพระยุคลบาท” ว่า ทางโรงเรียนได้สร้างสนามเด็กเล่นฯขึ้น โดยสร้างสถานการณ์เพื่อการเรียนรู้ ผ่านการเล่นแบบ “ท้าทาย เสี่ยง สนุกสนาน” แบ่งเป็นฐานต่างๆ ที่นำไปสู่ความฉลาดด้านสติปัญญา อารมณ์ ร่างกายและคุณธรรม เด็กได้ค้นพบตนเอง ค้นพบสิ่งแวดล้อม ค้นพบการแก้ปัญหาที่ถูกต้องขณะเล่น มีฐานลานเล่านิทานเพื่อฝึกทักษะกระบวนการคิดให้เด็ก เป็นต้น
นายรุ่ง กล่าวทิ้งท้ายว่า สถานศึกษา หรือผู้ปกครอง ควรปล่อยให้เด็กออกมาเล่นข้างนอกบ้าง เพื่อเป็น “อาหารสมอง” ไม่ใช่ให้อยู่แต่ในบ้าน และโยนของเล่นไปให้ ที่สำคัญควรให้เด็กได้ใช้ “ชีวิตคลุกฝุ่น” บ้าง เพราะนั่นคือ “ประสบการณ์ตรง” ที่เขาจะได้สัมผัส และรู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง
SCOOP@NAEWNA.COM