ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/scoop/209041
เรื่องของปัญหา คอร์รัปชั่น ในโครงสร้างองค์กรภาครัฐของไทยยังเป็นสิ่งที่ต้องเดินหน้าปฏิรูปกันต่อไป เห็นได้จากบ้านเรามักจะ “สอบตก” เป็นประจำ เช่น การจัดอันดับของ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) อย่างล่าสุดในปี 2558 ไทยได้ 38 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน คะแนนเท่าเดิมกับปี 2557 ขณะที่ชาติหัวแถวของอาเซียนและต้นแบบแห่งหนึ่งของโลกอย่าง สิงคโปร์ ได้ 85 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน ดีขึ้นกว่าปี 2557 ที่ได้ 84 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน
9 มี.ค. 2559 ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด ห้วยขวาง กรุงเทพฯ ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI ) เปิดเผยผลการศึกษาเรื่อง “รัฐในฐานะผู้กำกับดูแลธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ” โดยตั้งข้อสังเกตว่า กรอบคิดของสังคมไทยยึดติดอยู่กับ “การสรรหาบุคคล” ต้องการแต่คนที่ “ไร้มลทิน” มากเกินไป ซึ่งในความเป็นจริง “หาได้ยาก” ขณะที่ประเทศที่เจริญแล้ว มุ่งเน้นไปที่ “การสร้างระบบตรวจสอบ” ที่ถึงจะเป็นเพียง “ปุถุชนคนธรรมดา” ยังอยากได้อยากมีก็ไม่กล้าที่จะทำผิดคิดชั่ว
“คนไทยเราเวลาจะออกกฎหมายใหม่ ตั้งองค์กรอิสระใหม่ เราคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะเขียนอย่างไรให้ได้เทวดา ได้อรหันต์เข้ามา แต่ลองมาหลายทีแล้วก็ไม่ได้เสียที พอไม่ได้มันก็เละในหลายๆ ครั้ง เพราะว่าเราไม่คิดจะวางระบบการตรวจสอบ คิดแต่จะคัดคนให้ขาวสะอาด เอาคนดีมาทำงานจะได้ผลงานดี แต่ต่างชาติเขาคิดอีกแบบหนึ่ง เขาไม่สนว่าคุณจะเป็นอรหันต์หรือไม่ แต่คุณจะมาทำอะไรกับสถาบันนี้ไม่ได้เลย เพราะเขามีกลไกตรวจสอบ”
ดร.เดือนเด่น กล่าวพร้อมยกตัวอย่างองค์กรกำกับดูแลกิจการสาธารณะด้านต่างๆ ของหลายประเทศ ซึ่งต่างก็มีระเบียบปฏิบัติของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ค่อนข้างเข้มงวดไล่ตั้งแต่ การรับผลประโยชน์จากบุคคลภายนอก อาทิ คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (FCC) ประเทศสหรัฐอเมริกา ระเบียบของ FCC ระบุว่า ห้ามรับผลประโยชน์ใดๆ จากบุคคลภายนอกผู้มาติดต่อ หรือผู้มีส่วนได้เสียจากการปฏิบัติหน้าที่โดยเด็ดขาด
แม้กระทั่ง “การเลี้ยงอาหาร” ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก ยังกำหนดมูลค่าไม่ให้เกิน 20 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 700 บาท) ต่อครั้ง และไม่ให้เกิน 50 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,750 บาท) ต่อปี นอกจากนี้ยังห้ามรับผลประโยชน์จากคนใกล้ชิด แต่หากจำเป็นต้องรับก็ต้องแจ้งอย่างละเอียดต่อสำนักงานโดยเร็ว เพื่อจะได้พิจารณาว่าจะต้องส่งคืนผู้ที่ให้มาหรือไม่
การเบิกจ่ายงบประมาณ ยกตัวอย่าง องค์กรกำกับดูแลกิจการพลังงานแห่งรัฐอัลเบอร์ตา (Alberta Energy Regulator) ประเทศแคนาดา ที่การใช้จ่ายงบประมาณของคณะกรรมการในทุกๆ กิจกรรม จะถูกแจกแจงทั้งหมด ทั้งวัน-เวลา สถานที่จัดกิจกรรม รายละเอียดของกิจกรรม (งานอะไร ใครเป็นเจ้าภาพ กลุ่มผู้เข้าร่วมเป็นใครบ้าง) และจำนวนเงินที่ใช้ ตัดปัญหาเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ส่วนตัว
ความเป็นกลางอย่างไร้ข้อครหา ประมวลจริยธรรมของ FCC ระบุว่า ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่ดูเสมือนว่าละเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านจริยธรรม ประเด็นนี้ ดร.เดือนเด่น อธิบายว่า เหตุที่ FCC ใช้คำว่า “ดูเสมือนว่า” เพื่อต้องการสังคม “สิ้นความคลางแคลงใจ” อย่างสมบูรณ์
“ที่เขาใช้คำว่า..ดูเสมือนว่า..เพราะเขาไม่สนว่า คุณทำผิดหรือไม่ผิด แต่ถ้าภาพพจน์ที่ออกไปมันเหมือนมีความผิดหรือไม่เป็นกลาง แม้ท่านจะไม่ผิดท่านก็ต้องหยุด ฉะนั้นจะมาตีความว่าฉันไม่ได้ทำผิด ไม่เห็นผิดกฎระเบียบอะไรเลยอย่างที่เห็นกันบ่อยๆ ไม่ได้ เขาดูภาพลักษณ์ในสายตาคนข้างนอก ถ้าเขามองว่าคุณผิดหรือไม่เป็นกลางก็คือผิดเลย” ดร.เดือนเด่น กล่าว
การติดต่อกับบุคคลภายนอก ในหลายประเทศ คณะกรรมการกำกับดูแลกฎระเบียบกิจการสาธารณะไม่ว่าด้านใด“การวางตัว” ต้องเว้นระยะห่างจากคนทั่วไป การพบปะพูดคุยกับบุคคลหรือองค์กรต่างๆ ต้องระมัดระวังอย่างที่สุดไม่ต่างจากอาชีพ “ผู้พิพากษา” เพราะมีอำนาจ “ให้คุณให้โทษ” เหมือนกัน
“หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศที่พัฒนาแล้ว ถือว่ามีสถานภาพเหมือนศาล เพราะท่านเป็นผู้ชี้ขาด ฉะนั้นการทำตัวของกรรมการกิจการ จะต้องทำตัวเหมือนศาล จะเห็นว่าผู้ที่เป็นผู้พิพากษาเขาจะเก็บตัว ไม่ค่อยจะไปยุ่งอะไรกับใคร จะคุยกับใครก็ต้องระวังตัว” ดร.เดือนเด่น ระบุ
ย้อนกลับมาประเทศไทย..ในเรื่องการรับผลประโยชน์ ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แม้จะห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงรับทรัพย์สินมูลค่าเกิน 3,000 บาทจากผู้ที่มิใช่ญาติ หรือหากจำเป็นต้องรับก็ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แต่ไม่มีการกำหนดว่าให้รับได้เท่าไรในแต่ละปี ไม่จำกัดโอกาสในการรับ และไม่มีการบันทึกรายการผลประโยชน์ที่รับ
หรือประเด็นความเป็นกลาง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 แม้จะห้ามเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนได้เสีย เป็นญาติ เป็นคู่กรณี หรือมีความเกี่ยวข้องกับคู่กรณีไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ร่วมพิจารณาเรื่องทางปกครองในกรณีนั้นๆ “แต่ไม่รวมถึงการพิจารณาออกกฎระเบียบ” ซึ่ง ดร.เดือนเด่น กล่าวว่า ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ข้อห้ามดังกล่าวจะรวมถึงการออกกฎระเบียบด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้กฎระเบียบที่จะออกมาโน้มเอียงจนเอกชนรายต่างๆ ที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบนั้นเกิดความ “ได้เปรียบเสียเปรียบ” ระหว่างกัน เป็นต้น
“ก็หวังว่ากฎหมายในอนาคต แทนที่จะไปเขียนเรื่องกรรมการให้วิลิศมาหรา ก็มาเขียนเรื่องวางกลไกตรวจสอบองค์กรดีกว่า” ผู้อำนวยการวิจัย TDRI ฝากข้อคิด

ตัวอย่างข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณของ Alberta Energy Regulator