ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/scoop/209389
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง..สุภาษิตโบราณนี้ยังคงจริงอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนยุคปัจจุบันที่นอกจากจะแต่งองค์ทรงเครื่องตามแฟชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับต่างๆ แล้วยังหันมาดูแลสุขภาพกายอย่างจริงจัง เห็นได้จากกระแส “ฟิตแอนด์เฟิร์ม” (Fit&Firm) ที่มาแรงมาก ทั้งศูนย์ฟิตเนสให้บริการเครื่องออกกำลังกายพร้อมผู้ฝึกสอนที่ผุดขึ้นทั่วบ้านทั่วเมืองเป็นดอกเห็ด รวมถึงหนังสือสอนเคล็ดลับฟิตหุ่นก็ออกมาวางจำหน่ายกันมากมาย
เป้าหมายของหนุ่ม พ.ศ.นี้ ต้อง “หล่อล่ำ-มีซิกส์แพค (Six Packs)” ให้ได้..จึงจะ “เท่” สมชายชาตรี!!!
แล้วก็เป็นธรรมดาของสิ่งที่ได้รับความนิยม คือมักจะมีคนกลุ่มที่ต้องการ “ทางลัด” ไปสู่ความสำเร็จอยู่เสมอ การฟิตหุ่นก็เช่นเดียวกัน เรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับ “สารกระตุ้น” ที่ว่ากันว่าทำให้ออกกำลังได้นานขึ้น หรือทำให้กล้ามโตได้เร็วขึ้น ถูกบอกเล่ากันปากต่อปากรวมถึงโพสต์ลงในสื่อออนไลน์ เร่งเร้าให้คนอยาก “หล่อไวๆ ล่ำเร็วๆ” สรรหาสารเหล่านั้นมาใช้ แม้จะมีคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญก็ตาม
ว่าถ้าใช้ไปแล้ว “เสี่ยง” ถึงขั้น “เสียชีวิต”!!!
ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวกับ “สกู๊ปแนวหน้า” ว่าในหมู่นักเพาะกาย หรือนักกีฬาประเภทต่างๆ จะมีสารกระตุ้นบางชนิดที่คนกลุ่มนี้ชอบใช้ แน่นอนว่าทุกชนิดล้วน “อันตราย” ทั้งสิ้น ซึ่งอาจแบ่งได้ 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1.สารเลียนแบบฮอร์โมนเพศชาย หรือสเตียรอยด์ (Steroids) มีฤทธิ์ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่และแข็งแรง แต่มีผลกระทบคือทำให้เกิดความดันโลหิตสูง และมีอาการกระวนกระวาย ใจสั่น 2.อินซูลิน (Insulin) รู้จักกันดีในฐานะสารที่ใช้กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่ก็มีการนำมาใช้ในวงการกีฬาเช่นกันเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อ ซึ่งผลกระทบจากการใช้อินซูลินเป็นสารกระตุ้น คือระดับน้ำตาลในเลือดจะต่ำจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการช็อกได้
3.ยาขับปัสสาวะ (Diuretic) สารประเภทสเตียรอยด์ต่างๆ แม้จะมีฤทธิ์เสริมกล้ามเนื้อ แต่มีผลข้างเคียง คือทำให้เกิดภาวะบวมน้ำ ดังนั้น จึงมักใช้คู่กับยาขับปัสสาวะ ซึ่งการใช้ยาขับปัสสาวะในฐานะสารกระตุ้น ผลกระทบ คือร่างกายสูญเสียเกลือแร่ โดยเฉพาะโพแทสเซียม ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำงานของหัวใจ สุ่มเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวได้
“สเตียรอยด์นอกจากมันจะสร้างกล้ามเนื้อแล้วยังทำให้เกิดภาวะคั่งของของเหลวในร่างกาย หรือภาวะบวมน้ำซึ่งนักกีฬาเพาะกายจะไม่ประสงค์ให้มี เขาก็จะใช้ยาขับปัสสาวะ ทีนี้พอขับปัสสาวะ ขับน้ำออกจากร่างกายแล้ว ร่างกายก็จะสูญเสียเกลือแร่ โดยเฉพาะโพแทสเซียม ซึ่งโพแทสเซียมเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำงานของหัวใจ พอร่างกายสูญเสียโพแทสเซียมเยอะๆ หัวใจก็จะเกิดภาวะล้มเหลวได้” ภก.ประพนธ์ ระบุ
และ 4.ยาแก้ปวด เนื่องจากการใช้ร่างกายมากๆ ทำให้มีอาการเหนื่อยล้าปวดเมื่อย บางรายจึงใช้ยากลุ่มนี้เพื่อระงับความเจ็บปวด จะได้ฝึกหรือออกกำลังได้นานขึ้น แต่การทำเช่นนี้บ่อยๆ สุ่มเสี่ยงที่กล้ามเนื้อจะฉีกขาดเพราะใช้งานเกินขีดจำกัด และยิ่งผู้ที่มีโรคประจำตัวหากใช้ยากลุ่มนี้เกินขนาดก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
“ถ้าจะใช้ยากลุ่มนี้ต้องไปพบแพทย์หรือเภสัชกรที่มีความรู้เรื่องยา ไม่ควรซื้อตามอินเตอร์เนต แผงลอย หรือยาที่บอกต่อๆ กันมา เพราะมันจะทำให้เสียชีวิตได้ ร่างกายมันฟ้องโดยในลักษณะทางกายภาพอยู่แล้วว่ามันเกินขีดความสามารถของร่างกายที่จะทน โดยหลักการแล้วมีทั้งที่เป็นยาอันตรายและยาควบคุม ตามหลักต้องซื้อจากร้านขายยาที่มีใบอนุญาตหรือต้องไปรับยาจากสถานพยาบาล” รองเลขาธิการ อย. กล่าวย้ำ
ขณะที่ นายสุกรีย์ สุภาวรีกุล อุปนายกฝ่ายบริหารและเลขาธิการสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โดยปกติแล้วการแข่งขันเพาะกายในรายการที่สมาคมให้การรับรองนั้นจะต้องมีการตรวจหาสารกระตุ้นอยู่เสมอ รวมถึงนักกีฬาที่เป็นตัวแทนของสมาคมไปแข่งขันในระดับนานาชาติด้วย แต่ก็ยอมรับว่าปัจจุบันมีการจัดแข่งขันเพาะกายโดยหลายองค์กร และหลายรายการไม่ได้ขึ้นกับสมาคม ขณะเดียวกัน สารกระตุ้นเหล่านี้ยังหาซื้อได้ง่าย จึงยากที่จะควบคุมการใช้สารกระตุ้นในหมู่นักเพาะกายได้ทั้งหมด
“ยาพวกนี้มันเป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคต่างๆ แต่มีคนบางกลุ่มที่ใช้ผลข้างเคียงของยามาใช้เสริมสร้างร่างกายให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น แต่โดยสรรพคุณแล้วมันใช้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ คนที่จะใช้ยานี้ต้องมีใบอนุญาตจากเภสัชกรก่อน ที่เห็นมีการซื้อขายผ่านทางอินเตอร์เนต ก็ขึ้นอยู่กับการควบคุมของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านนี้ ประเทศไทยค่อนข้างหาได้ง่ายก็เลยมีการแพร่หลายกันมาก
ทางสมาคมเรามีหน้าที่ป้องกันและให้ความรู้กับนักกีฬาและบุคลากรในเรื่องของพิษภัย ถ้ามีนักกีฬาคนใดที่ยังใช้สารต้องห้ามอยู่ ก็ไม่มีใครรับรองเรื่องความปลอดภัยได้ ถ้าเสียชีวิตไปมันก็ไม่คุ้มกับสิ่งที่ทำมาทั้งหมด สู้เราฝึกซ้อมด้วยวิธีธรรมชาติ และรับประทานอาหารธรรมชาติน่าจะดีกว่า” นายสุกรีย์ ฝากทิ้งท้าย
อารีรัตน์ คุมสุข
SCOOP@NAEWNA.COM