ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/scoop/204920
ไม่บ่อยครั้งนักที่จะเห็น “ทันตแพทย์” ออกมาเคลื่อนไหวต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทว่าเมื่อเร็วๆ นี้กลับมี “หมอฟัน” กลุ่มหนึ่งออกมาเคลื่อนไหวในเชิงคัดค้าน “ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรมฉบับ…” ที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) และนำเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) พิจารณา จนผ่านร่างวาระแรกไปแล้ว และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสาธารณสุข โดยมี “มาตรา” ที่เพิ่มเติมจาก พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 ซึ่งทันตแพทย์กลุ่มนี้ มองว่าหลายมาตราเป็นการ “ลิดรอนสิทธิ” และที่สุดแล้วประชาชนอาจได้รับผลกระทบ “ทางอ้อม”
สาระบางส่วนที่เป็นประเด็นวิพากษ์ในหมู่ทันตแพทย์คือ 1.การกำหนดให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งเดิมมีอายุตลอดชีพ ต้องต่ออายุทุกๆ 5 ปี, 2.การต่ออายุใบประกอบวิชาชีพ ให้ “ผูกพัน” กับการเข้ารับการ “สะสมคะแนน” การศึกษาต่อเนื่อง และ 3.ให้มีผล “ย้อนหลัง” ครอบคลุมทันตแพทย์ทุกคนที่กำลังปฏิบัติการตามวิชาชีพในปัจจุบัน
เหตุผลที่ “คณะกรรมการทันตแพทยสภา” ที่ผลักดันเรื่องนี้ชี้แจงต่อ สนช. ว่า เหตุ “จำเป็น” ที่ต้องให้ต่ออายุใบประกอบวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมการศึกษา การวิจัย เพื่อทำให้วิชาชีพทันตกรรมได้มาตรฐานในระดับสากล เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อคุมความประพฤติผู้ประกอบวิชาชีพทันตแพทย์ และไม่มีวิธีใดจะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้ได้นอกจากการ “ต่ออายุ” ใบประกอบวิชาชีพทุก 5 ปี พร้อมกับอ้างว่ามีการ “ประชาพิจารณ์” เรื่องนี้แล้ว
ทว่า…ในความเป็นจริง ทันตแพทย์แทบทั้งหมดยังไม่ได้ข้อมูลอันเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.นี้อย่างครบถ้วน และต้องการให้ “ถอน” ออกมาก่อน!!!
“ทันตแพทย์(ทพ.) พิทักษ์ ไชยเจริญ” ที่ปรึกษาประธานบริหารโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ในฐานะหัวเรี่ยวหัวแรงของ “เครือข่ายทันตแพทย์” ภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ที่ลุกออกมา “คัดค้าน” เรื่องนี้ บอกว่า เครือข่ายฯมีทั้ง “เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย” ต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ และมีข้อเสนอถึง สนช. คือ ควร “ตั้งไข่” ระดมความคิดเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ใหม่ ควรทำ “ประชาพิจารณ์” ใหม่เนื่องจากการทำประชาพิจารณ์ครั้งก่อนทำไว้เมื่อปี 2547 มีทันตแพทย์ร่วมประชาพิจารณ์ราว 800 คน ไม่ครอบคลุมทันตแพทย์ทั้งประเทศ หลายคนไม่ทราบว่ามีการทำประชาพิจารณ์ด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ การต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่ควรมีผล “ย้อนหลัง” ทันตแพทย์ที่มีใบอนุญาต “ตลอดชีพ” อยู่แล้ว ไม่ต้องมาสอบหรือ “เดินสาย”อบรมเก็บคะแนน เพื่อต่อใบอนุญาตใหม่ ควรครอบคลุมเฉพาะทันตแพทย์ที่ “จบใหม่” หลังกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ หรืออาจกำหนดว่าทันตแพทย์ที่มีอายุงานกี่ปีต้องมาสอบใหม่ หรือ “รี-ไลเซ่นส์”ภายใต้กฎหมายฉบับนี้
ขณะเดียวกัน ตามตัวเลขของการผลิตทันตแพทย์ คาดว่าจะเกินความต้องการภายใน 2 ปี แต่ในความเป็นจริงในภูมิภาคที่ห่างไกลยังขาดแคลนทันตแพทย์ ประชาชนจำนวนหนึ่งยัง “เข้าไม่ถึง” การบริการ การใช้วิธีการต้องต่อใบประกอบวิชาชีพด้วยการเก็บ “สะสมคะแนน” จะยิ่งทำให้ขาดแคลนกำลังคนในการกระจายไปยังส่วนภูมิภาค เพราะทันตแพทย์ต้องไปประชุมหรืออบรม เพื่อต่อใบประกอบวิชาชีพ
ที่สำคัญ…ถ้าเกิดกรณี “เลวร้ายที่สุด” คือ ทันตแพทย์นั้นๆ “สอบตก” จะกลายเป็น “หมอเถื่อน” ไม่สามารถให้บริการประชาชนได้อีก ตรงนี้จะยิ่งทำให้อาชีพทันตแพทย์ที่ขาดแคลนอยู่แล้ว ยิ่งเข้าขั้น “วิกฤติ” และผู้ได้รับผลกระทบตามมา คือ ประชาชนที่จะ “เข้าถึง” การบริการที่ยากขึ้น อีกทั้งอาจมีภาระ “ค่ารักษา” ที่เพิ่มขึ้นอีก
ปัญหามากกว่านั้น คือ ทันตแพทย์บางรายผ่านประสบการณ์การทำงานมานานหลายสิบปี มีผลงานที่คนไข้ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่ต้องมาถูก “ลิดรอนสิทธิ์”ในการประกอบวิชาชีพ เพียงเพราะอาจไม่พร้อม หรือไม่สะดวกต่อการเข้าร่วมสะสมแต้มเพื่อต่อใบอนุญาต สุดท้ายทันตแพทย์ที่มีใบปริญญา อาจต้องกลายเป็น “หมอเถื่อน” เพราะเงื่อนไขเช่นนี้ เป็นเรื่องที่เป็นธรรมแล้วหรือไม่.???
“การที่ทันตแพทย์ต้องลาไปอบรม เพื่อสะสมคะแนน อาจทำให้หน่วยงานหลายแห่งขาดทันตแพทย์โดยเฉพาะในพื้นที่โรงพยาบาลชุมชนห่างไกล ซึ่งทันตแพทย์มีน้อยอยู่แล้ว ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงการบริการขั้นพื้นฐานน้อยและไม่สะดวก ยิ่งมีการต่ออายุใบประกอบโรคศิลป์ที่ผูกพันการเก็บคะแนน อาจยิ่งส่งผลต่อความไม่สะดวกในการรับบริการของประชาชน เนื่องจากทันตแพทย์ต้องลดเวลาการให้บริการลงเพื่อเก็บคะแนนตามที่ถูกกำหนดให้ทำ และอาจต้องรับภาระค่ารักษาที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
ทพ.พิทักษ์กล่าวอีกว่า “คำถาม” ที่เครือข่ายทันตแพทย์ ต้องการ “คำตอบ” เช่น การต่อใบอนุญาตจะต้องมีการอบรมอาชีพก่อนหรือไม่ และนำผลการอบรมดังกล่าวมาใช้พิจารณาเรื่องการต่ออายุหรือไม่, ควรมีการนำเรื่อง “จริยธรรม” มาใช้ประกอบการต่อใบอนุญาตหรือไม่,หากเกิดกรณีถูกพักใบอนุญาต แล้วเมื่อไรจะมีการต่อใบอนุญาตอีกครั้งได้ และกรณีถูกพักใบอนุญาต มีหลักการใดประกอบการพิจารณาให้ต่อใบอนุญาตใหม่อีกครั้ง
กรณีถ้าไปสอบแล้ว “ไม่ผ่าน” ถามว่าประชาชนที่ใช้บริการอยู่กับทันตแพทย์รายนั้นๆ จะทำอย่างไร เพราะทันตแพทย์ประจำกลายเป็น “หมอเถื่อน” ไม่สามารถให้บริการได้อีก ถ้าถูกพักใบอนุญาตจะสามารถขอใบอนุญาตใหม่ได้ภายในกี่ปี อีกทั้งคำนำหน้าว่า “ทันตแพทย์” ยังใช้ได้อีกหรือไม่.???
นี่คือเรื่อง “ปลีกย่อย” ที่ไม่อาจมองข้าม!!!
“ทพ.พิทักษ์”กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาหัวข้อในการอบรม มักเป็นเรื่องของความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไม่เกิดประโยชน์โดยตรงแก่ประชาชน และทันตแพทย์มากนักจึงมองว่าน่าจะปรับแก้มาเน้น “เพิ่มพูนความรู้” ให้กับทันตแพทย์อย่างจริงจัง จะไม่ดีกว่าการเน้นผูกพันกับการสะสมคะแนนหรือ.??? ซึ่งนั่นจะทำให้ประชาชนได้รับการบริการที่ดีขึ้นตามไปด้วย
“ทพ.พิทัพษ์” กล่าวทิ้งท้ายว่า งาน “ทันตกรรม” เป็นงานที่ความเชี่ยวชาญเกิดจากการปฏิบัติงานทั่วไป สั่งสมจนเป็น “ประสบการณ์” ที่ต่อยอดเรื่อยๆ มา ดังนั้น ตนมองว่าใบประกอบวิชาชีพไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่มันอยู่ที่ฝีมือซึ่งผ่านประสบการณ์มามากกว่า ซึ่งตนกล้าพูดได้ว่าประชาชนที่มาใช้บริการ ไม่ได้สนใจที่ใบประกอบวิชาชีพมากนักแต่มองที่ “ฝีมือ” ของทันตแพทย์มากกว่า…
ใบรับรองวิชาชีพที่ดีที่สุดของทันตแพทย์ จึงอยู่ที่ความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ ไม่ใช่กระดาษใบเดียว!!!
SCOOP@NAEWNA.COM