หลักสูตร‘Smart Patrol’ ติดเขี้ยวเล็บ‘ผู้พิทักษ์ไพร’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/scoop/202942

วันพฤหัสบดี ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 02.00 น.

บรรยากาศการฝึกหลักสูตร Smart Patrol 6-10 ก.พ. 2559

“พอมาฝึกที่นี่ครูฝึกจะบอกขั้นตอนเตรียมตัวก่อนเข้าชาร์จ เมื่อก่อนพอเจอผู้กระทำผิดก็อาศัยแบบลูกทุ่งๆ เข้าไปเลย อันนี้จะมีโอกาสโดนยิงสวนมา ผมก็เห็นใจเพื่อนร่วมงานหลายๆ คน ถ้าเขาได้มาฝึกตรงนี้ก็คงเซฟตัวเองได้ โครงการนี้จัดมา 6 ปี ผมก็มาฝึกทั้ง 6 ปี ทำไมต้องมาฝึกซ้ำๆ มันก็เหมือนมีดแหละครับ มันต้องลับอยู่บ่อยๆ”

สมหมาย ขันตรี เจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองลาน ผู้ใช้ชีวิตอยู่กับงานพิทักษ์ป่ามาแล้วถึง 22 ปี บอกเล่ากับผู้สื่อข่าวว่า หากย้อนไปดูในอดีต เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามักจะทำงานกัน “แบบบ้านๆ” อาศัยความกล้าบ้าบิ่นและใจถึงส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว หากครั้งไหนสามารถจับกุมผู้ลักลอบตัดไม้หรือผู้ลักลอบล่าสัตว์ได้ก็ถือว่าโชคดีไป

แต่หากวันไหนเคราะห์ร้าย..ความสูญเสียถึงชีวิตก็มาเยือน!!!

“สกู๊ปหน้า 5” มีโอกาสได้เข้าร่วมชมการฝึกหลักสูตร เทคนิคการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่ 4 (แม่เรวา) อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ต.แม่เลย์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 6-10 ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งการฝึกครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จาก3 อุทยานแห่งชาติเข้าร่วม รวม 45 นาย ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ 15 นาย อุทยานแห่งชาติคลองลาน 15 นาย และอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า 15 นาย

ภารกิจของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้และอุทยานแห่งชาติมีหลากหลาย ทั้งการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่ป่าเพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ป่า สนับสนุนงานศึกษาวิจัยของหน่วยงานต่างๆ เพื่ออนุรักษ์พันธุ์พืช สัตว์ป่า และระบบนิเวศน์ รวมถึงดูแลนักท่องเที่ยวผู้มาพักผ่อนในอุทยานแห่งชาติ หลักสูตรที่เหมาะสมจึงควรมีลักษณะ “ยืดหยุ่น” มีทั้งไม้นวมและไม้แข็ง เน้นการเจรจาและควบคุมมากกว่าการทำลายล้าง จึงเลือกใช้หลักสูตรที่ประยุกต์มาจาก “กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน” (ตชด.) ที่มีนิยามของหน่วยว่า..

“สู้รบได้อย่างทหาร-ปราบปรามโจรผู้ร้ายได้อย่างตำรวจ-ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างข้าราชการพลเรือน”!!!

เจ้าหน้าที่ ตชด.รายหนึ่งผู้รับหน้าที่เป็นครูฝึกศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ยกตัวอย่างกรณีนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนยังอุทยานแห่งชาติ บางรายอาจมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ส่งเสียงดังในเวลากลางคืนอันเป็นการรบกวนธรรมชาติ หรือนำเครื่องดื่มมึนเมามาดื่มในพื้นที่อุทยาน ซึ่งล้วนเป็น “ข้อห้าม” ตามกฎหมาย ทว่าเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตักเตือน นักท่องเที่ยวบางคนอาจทำตัว “กร่าง” เข้ามาจะหาเรื่องทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตอบโต้แบบรุนแรงได้ เพราะ “ภาพลักษณ์” จะออกมาไม่ดี แม้ต้นสายปลายเหตุเจ้าหน้าที่จะไม่ใช่ฝ่ายผิดเลยก็ตาม

ยุทธวิธีของตำรวจ..จึงเหมาะสมกับลักษณะงานลักษณะนี้!!!

ด้าน ด.ต.สุริยันต์ จันทนาม ผู้บังคับหมู่กก.2 บก.กฝ. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนครูฝึกอีกรายกล่าวว่า อาชีพเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้และอุทยานแห่งชาติ ถือเป็นงานที่ต้อง “ใจรัก” จริงๆ เท่านั้นจึงจะทำได้ หลายคนอยู่ในหน่วยได้ไม่นานเนื่องจากข้อจำกัดทั้งด้านรายได้ สวัสดิการ ตลอดจนสภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เมื่อเทียบกับภาระงานที่ทั้งหนักและเสี่ยงภัย โดยเฉพาะบางพื้นที่ที่ “ล่อแหลม” เพราะมีความต้องการของป่าเป็นพิเศษ เช่น ไม้พะยูง ไม้มะค่า ไม้หอม หรือสัตว์ป่าอย่างเสือ หมี ตัวนิ่มและอื่นๆ

ซึ่งมี “ใบสั่ง” มาจากต่างแดน…และบางครั้งก็มี “กลุ่มติดอาวุธ” คุ้มกัน!!!

ด.ต.สุริยันต์ย้ำว่า การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกรุ่น จะเน้นไปที่การสังเกตและประเมินสถานการณ์ หลักสำคัญที่ต้องจดจำ คือ “เพราะเรื่องจริงไม่เหมือนในหนัง” หากดูแล้วฝ่ายเจ้าหน้าที่เสียเปรียบฝ่ายผู้กระทำผิดทั้งจำนวนคนและอาวุธ ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเข้าจับกุม เพื่อจะได้ไม่เกิดความสูญเสียโดยไม่จำเป็น

“หลักสูตรของเราเน้นให้คิดเป็นแก้ปัญหาได้ เอาตัวรอดได้ กลับมาได้พร้อมข้อมูล เราไม่จำเป็นต้องไปไล่ล่าให้ได้ วันนี้จับไม่ได้ไม่เป็นไร วันหน้าเดี๋ยวมันก็มาอีก เราก็ดักรอ หลักสูตรก็มีการต่อยอดมาเรื่อยๆ เคลื่อนที่ยังไง ล้มตัวยังไง ใช้ปืนยังไง แต่ก็มีข้อจำกัดคือเจ้าหน้าที่ป่าไม้มีการเปลี่ยนบ่อยๆ คนที่อยู่ตรงนี้ได้นานคือคนที่รักจริงๆ” ด.ต.สุริยันต์ ระบุ

สำหรับหลักสูตรเทคนิคการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน
อาทิ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.), บี.กริม (B.Grimm), กองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) เป็นต้น ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกจะได้เรียนรู้การใช้แผนที่ เข็มทิศและระบบแจ้งพิกัดผ่านดาวเทียม (GPS),ยุทธวิธีการเคลื่อนที่ลาดตระเวน ตรวจค้นและจับกุม, การใช้อาวุธปืนทั้งเวลากลางวันและกลางคืน, การต่อสู้ป้องกันตัวระยะประชิดทั้งมือเปล่าและขณะถืออาวุธ โดยมุ่งหวังให้นำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับสมาชิกคนอื่นๆ ในหน่วยต่อไป

อย่างไรก็ตาม..สิ่งที่จำเป็นในระยะยาว คือการทำให้หลักสูตรมีความต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกคนได้รับการฝึกอย่างทั่วถึง รวมถึงปฏิรูประบบรายได้ สวัสดิการตลอดจนจัดหายุทโธปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีขวัญกำลังใจในการทำงาน

สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่าง “ปลอดภัย” และ “มีประสิทธิภาพ”!!!

Leave a comment