ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/scoop/210267
เต้นกันไปทั้งบาง เมื่อเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ(ICIJ) นำเอกสารลับ “ปานามา เปเปอร์ส” ออกมาเผยแพร่ถึงการ “ฟอกเงิน-หลบเลี่ยงภาษี” ของบรรดาเศรษฐีและผู้นำประเทศทั่วโลก ผ่านการดำเนินการของ “บริษัท มอสแซค ฟอนเซกา” ที่มีฐานในปานามา โดยมีรายงานว่าในส่วนของ “ประเทศไทย” มี 780 รายชื่อที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นชาวไทยและชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในไทย และบริษัทจดทะเบียน 634 แห่ง ที่ใช้บริการของ มอสแซค ฟอนเซกา
วิธีการที่คนเหล่านี้ ทั้งบรรดาเจ้าพ่อยาเสพติด เจ้าของกิจการระดับโลก ไล่ไปจนถึงผู้นำประเทศต่างๆ ใช้ “ปิดบัง” ความมั่งคั่งร่ำรวยของตนเอง ล้วนมีแบบแผน “แยบยล” ที่คล้ายกัน!!!
แหล่งข่าวจาก “กูรู” ด้านแวดวงการเงินของไทย และสำนักข่าว BBC อธิบายสอดคล้องกันว่า ขั้นตอนแรกในการฟอกเงินและหลบเลี่ยงภาษีของ “เศรษฐีหัวใส” เหล่านี้ คือ “ตั้งบริษัทบังหน้า” ผ่านนอมินีที่ปานามา ภายใต้ความร่วมมือของ “บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน” ที่มีอยู่ทั่วโลก และตัวแทน “ผู้ดูแลทรัพย์สิน” ในปานามา ซึ่งดูภายนอกบริษัทนี้เหมือนกิจการที่ถูกกฎหมายทั่วไป แต่กลับไม่ดำเนินการผลิต หรือค้าขายสิ่งใด นอกจากคอยบริหารเงินที่มีอยู่
ทั้งนี้ บริษัทจะมีชื่อผู้บริหารและพนักงานตั้งแต่นักกฎหมาย นักบัญชี ไปจนถึงพนักงานทำความสะอาด แต่คนเหล่านี้จะไม่ทำอะไรนอกจากให้ใช้ชื่อไว้อ้างในจดหมายและลงนามในเอกสารต่างๆ เพื่อช่วย “ปกปิด”ตัวตนเจ้าของเงินที่แท้จริง ทำให้บริษัทแบบนี้มีลักษณะเหมือนเกราะกำบังที่ภายในกลวงเปล่า มีเพียงที่อยู่ไว้ให้ติดต่อส่งเอกสารเท่านั้น จนบางคนเรียกบริษัทแบบนี้ว่า…

“บริษัทกล่องจดหมาย”…
“บรรดาเศรษฐีเหล่านี้จะได้รับการติดต่อจากบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับเจ้าของเงิน และตัวแทนผู้ดูแลทรัพย์สินในปานามา ที่มีความสามารถในการจัดหาที่อยู่ที่ตั้งบริษัทให้ได้ ก็จะทำการชักชวนให้เจ้าของเงินเปิดบริษัทที่เรียกว่า Paper Company หรือง่ายๆคือบริษัทกล่อง ไม่มีตัวตนในไทย และอาจจะไม่มีตัวตนในปานามาก็ได้ มีแค่ออฟฟิศห้องแถวสักแห่ง ไม่ได้ดำเนินการทางธุรกิจจริงๆ แต่ใช้โยกเงิน เลี่ยงภาษีได้ โดยค่าดำเนินการในการจัดตั้งบริษัทขึ้นอยู่กับมูลค่าทรัพย์สินที่จะถ่ายโอน เริ่มตั้งแต่ 1,000 เหรียญสหรัฐ ไปจนถึงหลักหมื่นหรือแสนเหรียญ” แหล่งข่าวกล่าว
มาถึงขั้นตอนสำคัญ นั่นคือ การ “ฟอกเงิน-เลี่ยงภาษี” ทำอย่างไร.???
แหล่งข่าวผู้นี้ อธิบายว่า เจ้าของเงินจะใช้ “ศูนย์กลางการเงินนอกประเทศ” นั่นคือเมื่อตั้งบริษัทบังหน้าขึ้นมาแล้ว เจ้าของเงินที่ต้องการซุกซ่อนความมั่งคั่งจะอาศัยศูนย์กลางการเงินนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กที่ได้ชื่อว่าเป็น “สวรรค์ของการหลบเลี่ยงภาษี” เช่น หมู่เกาะบริติช เวอร์จิน, มาเก๊า, บาฮามาส หรือปานามา เป็นต้น ซึ่งประเทศเหล่านี้ขึ้นชื่อเรื่องการให้บริการทางการเงินที่ปกปิดเป็น “ความลับ” รวมทั้งมีการตรวจสอบที่ไม่เข้มงวด กิจการต่างๆ สามารถทำธุรกรรม “เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน” ได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องระบุชื่อ “ผู้ถือครอง” ให้ชัดเจนแต่อย่างใด
“หุ้น” และ Bearer bonds หรือ “ตราสารหนี้” ชนิดไม่ระบุชื่อผู้ถือ คือ สินทรัพย์ที่เจ้าของเงินนิยมใช้ในการถือครองและจัดการทรัพย์สิน เนื่องจาก Bearer bonds เป็นพันธบัตรที่จ่ายคืนแก่ผู้ถือหรือผู้มีไว้ในครอบครอง และไม่ต้อง “สลักหลัง” เมื่อต้องการโอน เพียงแต่ใช้วิธีส่งมอบเท่านั้น ซึ่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน“ยาก”
สำนักข่าว BBC ระบุว่า สำหรับเงินซึ่งมีที่มาจากธุรกิจผิดกฎหมาย การค้ายาเสพติด หรือการรับสินบนของนักการเมืองที่เรียกว่า “เงินสกปรก” จะต้องถูก “ฟอก” เพื่อให้เปลี่ยนเป็น “เงินสะอาด” มีที่มาอย่างถูกต้อง ง่ายต่อการ “เก็บออม” หรือใช้ทำธุรกรรมต่อไปโดยไม่ถูกสงสัย หรือจับจ้องตรวจสอบ ตามปกติแล้วจะมีการส่งเงินเหล่านี้ไปให้ศูนย์กลางการเงินนอกประเทศ โดยจะมีการเปลี่ยนเงินให้อยู่ในรูปของ Bearer bonds และนำเข้า “บัญชีลับ” หรือให้บริษัทซึ่งจดทะเบียนบังหน้าเตรียมไว้แล้วเป็นผู้ถือตราสารหนี้ดังกล่าว
สำนักข่าว BBC อ้างว่า การใช้บัญชีลับหรือบริษัทบังหน้า ซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางการเงินนอกประเทศ ยังเป็นวิธีหลบเลี่ยงมาตรการ “คว่ำบาตร” จากนานาชาติของบรรดาผู้นำประเทศที่ถูกลงโทษจากการมีประวัติการกดขี่ “ละเมิดสิทธิมนุษยชน” อีกด้วย โดยประเทศผู้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรนั้นจะยึดบัญชีและทรัพย์สินของผู้นำที่กระทำผิด รวมทั้งห้ามการทำธุรกรรมต่างๆ แต่บรรดาผู้นำเหล่านี้สามารถหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรได้ โดยนำทรัพย์สินไปเก็บไว้ในบัญชีลับหรือบริษัทที่ตั้งบังหน้า และใช้บริการบริหารทรัพย์สินเป็นการลับจากศูนย์กลางการเงินนอกประเทศ ทำให้ยังสามารถใช้เงินที่มีไปกับการซื้ออาวุธ ทำสงครามกลางเมือง หรือพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ได้ต่อไป

ขณะที่ “กูรู” ด้านแวดวงการเงินของไทย บอกว่า ถ้าจะโอนเงินก้อนหนึ่งที่ได้มาจากธุรกิจทั้งถูกกฎหมาย ผิดกฎหมาย หรือได้มาโดยเสน่หา ทางเจ้าของเงินก็จะใช้ “บริษัทกล่อง” ที่ปานามา เป็น “คลังสมบัติ” คือ ให้คู่ธุรกิจ คู่ค้า
โอนเงินเข้าไปยังบัญชีของบริษัทในปานามาแทน เพื่อ “ตัดตอน” เส้นทางการเงินไม่ให้โยงเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งสามารถโอนเงิน หรือทำธุรกรรมได้คราวละมากๆ“ไม่จำกัดวงเงิน” เพราะประเทศอย่างปานามาไม่จำกัดจำนวนทรัพย์สิน หรือเงินในการทำธุรกรรม
“การโอนเงินเข้าไปยังบริษัทที่ปานามา จะไม่ถูกตรวจสอบโดยรัฐบาลของปานามา ไม่ต้องเสียภาษีด้วย นี่ก็เลี่ยงจากการต้องเสียภาษีได้แล้ว ที่สำคัญสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ไม่มีทางตรวจสอบพบ เพราะการโอนเงินปลายทางเข้าบริษัทที่ปานามา เป็นการตัดตอนเส้นทางการเงินที่จะไม่ผ่านเข้ามายังประเทศไทย หรือหากซวยถูกตรวจสอบพบจริงๆ ก็อ้างว่าบริษัทที่ปานามา ที่มีนอมินีเป็นเจ้าของบริษัท เป็นผู้ทำธุรกิจกับเจ้าของเงินก้อนนั้นๆ เพียงเท่านี้ก็อาจจะรอดจากการถูกดำเนินคดีได้” แหล่งข่าวกล่าว พร้อมกับระบุว่า…
ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือ การที่บรรดาเศรษฐีผู้มั่งคั่งสามารถ “ฟอกเงิน-เลี่ยงภาษี” ด้วยวิธีการนี้อย่าง “ลอยนวล” นั้น เป็นเพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “ตั้งใจ” ตรวจสอบจริงจังหรือไม่.???