ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/scoop/202563
ยังคงต้อง “เดินหน้า” ต่อไปกับการต่อต้าน “คอร์รัปชั่น” เพราะแม้ล่าสุดผลการจัดอันดับประจำปี 2558 โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ไทยจะอยู่ในอันดับ 76 ดีขึ้นกว่าปี 2557 ที่อยู่ในอันดับ 85 ทว่าเมื่อดูอย่างละเอียด พบว่าในปี 2558 ไทยได้ 38 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน เท่ากับคะแนนเมื่อปี 2557 ซึ่งมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุที่ประเทศไทยมีอันดับความโปร่งใสดีขึ้น เพราะการจัดอันดับปี 2558 มีประเทศเข้าร่วมทั้งหมด 168 ประเทศทั่วโลก น้อยกว่าปี 2557 ที่มีทั้งหมด 175 ประเทศทั่วโลก
สรุปง่ายๆ “ไทยได้คะแนนเท่าเดิม แต่อันดับดีขึ้นเพราะมีประเทศเข้าร่วมจัดอันดับน้อยลง”!!!
ที่งานเสวนา “ชนะแน่ หรือ แพ้แท้จริงกับการโกงชาติ” 4 ก.พ. 2559 ณ โรงแรมดุสิตธานี แยกศาลาแดง กรุงเทพฯ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า หากจะขับเคลื่อนงานต่อต้านคอร์รัปชั่นให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ต้องอาศัยตัวชี้วัดที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence Based) มากกว่าหลักฐานเชิงประสบการณ์ (Perception/Situation Based)
เพราะผู้ตอบแบบสอบถามมีประสบการณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน ในช่วงเวลาแตกต่างกัน ยากที่จะนำมาเป็นเครื่องมือชี้วัดผลสำเร็จของงานต่อต้านคอร์รัปชั่นได้อย่างถูกถ้วน อนึ่ง..ปัจจุบันก็มีแนวทางแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นที่ได้ผลดี หากแต่ไม่ค่อยถูกนำมาใช้มากนัก
นั่นคือการเปิดเผย “ข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐ” ต่อสาธารณะ..ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์!!!
ดร.วรากรณ์กล่าวต่อไปว่า โครงการดังกล่าวเกิดจากมติที่ประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ครั้งที่ 5/2558 เมื่อ 13 ก.ค. 2558 ดำเนินงานด้วยความร่วมมือระหว่าง กรมบัญชีกลาง และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) ปัจจุบัน มีชุดข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างจากหมวดงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ 500 ชุดข้อมูลที่มาจาก 100 กรมทั่วประเทศ ที่จะมีการแสดงสถานะล่าสุดทุกเดือน
“ข้อมูลที่มีการเปิดเผยเหล่านี้ จะเป็นเพียงแค่ข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์หากไม่มีการนำไปใช้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ผมขอเสนอให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น และสถาบันส่งเสริมกรรมการบริษัทไทยได้ร่วมกันจัดอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนผู้สนใจในเรื่องนี้ ในยุโรปการบริหารจัดการข้อมูลลักษณะนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นต้นทางในการติดตามตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น” ดร.วรากรณ์ กล่าว
สอดคล้องกับความเห็นของ นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ที่ย้ำว่า การเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายของภาครัฐเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นเครื่องมือในการทำให้เกิดความโปร่งใส สามารถใช้เป็นหลักฐานการขับเคลื่อนงานต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งขณะนี้แม้ทางภาครัฐได้มีมาตรการในการเปิดเผยข้อมูลแล้ว แต่ยังมีอุปสรรคด้านความพร้อมของแต่ละหน่วยงาน
“การเปิดเผยข้อมูลนี้เอื้อให้สื่อมวลชนสามารถนำเสนอข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน ช่วยทำหน้าที่เปิดโปงและลดการทุจริตคอร์รัปชั่นที่วัดผลได้เช่นกัน เพราะถึงวันนี้สื่อมวลชนยังมีปัญหาไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลอันเนื่องจาก พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ.2540 กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข” นายประมนต์ ระบุ
ด้าน ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นให้ได้ผลเป็นรูปธรรม ภาคส่วนต่างๆ ต้องทำงานสนับสนุนร่วมกัน ซึ่งขณะนี้ดูเหมือนว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนกำลังมีความก้าวหน้าไปตามลำดับ แต่ภาครัฐกับภาคประชาชนที่ยังมีช่องว่างอยู่
จึงจำเป็นต้องมี “องค์กรกลาง” ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือของทุกฝ่าย!!!
“แผนงานที่องค์กรต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา ในปี 2559 ยังคงเน้นยึดหลัก 3 ป. ได้แก่ ปลูกฝัง ป้องกัน และเปิดโปง ซึ่งได้สร้างกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบมากขึ้นตามแนวโน้มการตื่นตัวของประชาชนในเรื่องนี้ นอกจากนี้ ยังทำงานใกล้ชิดกับรัฐบาลในการผลักดันกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใสยิ่งขึ้น
มีการบังคับใช้กฎหมายให้จริงจัง เช่น การผลักดันออกพระราชบัญญัติ สถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจำรัฐสภา ผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังทำบรรจุสาระสำคัญเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชั่น การสนับสนุนรัฐบาลในการปราบปรามการโกงชาติอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมหรือองค์กรบริหารจัดการ” นักวิชาการจาก TDRI ฝากทิ้งท้าย
เคยมีผู้กล่าวว่า “คอร์รัปชั่นก็เหมือนกับภูตผีปีศาจ เพราะชอบอยู่ในความมืดและมีอิทธิฤทธิ์ในที่มืด แต่จะหวาดกลัวและเสื่อมอำนาจลงเมื่อเจอแสงสว่าง” ฉะนั้นการนำข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐออกมาเปิดเผยให้สังคมรับรู้ย่อมลดโอกาสที่จะเกิดการทุจริตลงได้มาก จึงอยากให้ “รัฐบาล คสช.” เร่งวางรากฐานกระบวนการดังกล่าวให้เรียบร้อย ก่อนที่ “โรดแมป” จะสิ้นสุดลง
เพื่อให้ปีต่อๆ ไป อันดับและคะแนนความโปร่งใส..จะได้ “ดีขึ้นจริงๆ จังๆ” กว่าที่เป็นอยู่!!!

อันดับความโปร่งใสประจำปี 2558 ในกลุ่มชาติประชาคมอาเซียน
ที่มา : http://www.transparency.org
วิภาดา มาลีหวล
SCOOP@NAEWNA.COM