รายได้ภาคเกษตร-หนี้ครัวเรือนพุ่ง! ฉุด ภาวะ ศก.อีสานไตรมาสแรกทรงตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/615829

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ค. 2559 14:25

 

แบงก์ชาติ เผย ศก.อีสาน ไตรมาสแรกของปี ยังทรงตัว หนี้สินครัวเรือน-รายได้ภาคการเกษตรเป็นตัวถ่วง หลังทุกพื้นที่ประสบปัญหาแล้งอย่างหนัก คาด ไตรมาสสองของปี จะทรงหรือทรุด ขึ้นอยู่กับการเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐ …

วันที่ 5 พ.ค.59 นายสมชาย เลิศลาภวสิน ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เผยถึง ภาวะเศรษฐกิจการเงินไตรมาสแรก ปี 2559 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่า ภาพรวมยังทรงตัว ใกล้เคียงกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 ตามการใช้จ่ายของภาคเอกชนที่มีทิศทางทรงตัว อันมีผลมาจากปัจจัยชั่วคราว ตามมาตรการกระตุ้นการบริโภคในช่วงปลายปีที่ผ่านมาที่หมดลง กำลังการซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก่อนการปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เช่นเดียวกับ การใช้จ่ายสินค้า สำหรับการเลือกซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคในชีวิตประจำวันที่ลดลง สวนทางกับปริมาณการใช้เชื้อเพลิงยังขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

งานแถลงภาวะเศรษฐกิจการเงินไตรมาสแรก ปี 2559 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“รายได้ภาคเกษตรเอง ยังคงลดลงจากปัญหาภัยแล้ง และราคาสินค้าเกษตรก็อยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับลดลง เนื่องจากหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ประกอบกับสถาบันการเงินชะลอ การใช้สินเชื่อ ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ทำให้การบริโภคของประชาชนขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจของภาคอีสานยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ ที่ขยายตัวจากเม็ดเงินงบประมาณของโครงการ ในมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ในระดับตำบล หรือโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ที่มีการเบิกจ่ายถึง 6,387.9 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2558 ที่มีการเบิกจ่ายเพียง 274.8 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีเม็ดเงินนอกงบประมาณ ที่มีการเบิกจ่ายต่อเนื่อง ในส่วนของโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและถนน”

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า การลงทุนภาคเอกชนยังลดลง จากภาคการก่อสร้าง เห็นได้จากพื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างในเขตเทศบาล โดยเฉพาะการก่อสร้างเพื่อที่อยู่อาศัยที่หดตัว อย่างไรก็ดี ยอดขายวัสดุก่อสร้างยังขยายตัว ส่วนหนึ่งมาจากการการทยอยลงทุนก่อสร้างของภาครัฐ หลังจากที่มีการเร่งเบิกจ่ายในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2558 ในส่วนของเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรม ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการยังลดลง ขณะที่ เงินลงทุนของโครงการที่ได้รับการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI นั้น เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งนักลงทุน มีความกังวลกับกำลังซื้อของภาคเอกชน และการส่งออกลดลง ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลดลง

นายสมชาย เลิศลาภวสิน ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สนง.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้ ยังคงมีกิจการขนาดใหญ่ ที่สนใจเข้ามาลงทุนในภาคอีสาน ได้แก่ กิจการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และส่วนประกอบ วงเงินลงทุน 10,721 ล้านบาท กิจการผลิตเยื่อกระดาษ วงเงินทุน 6,460 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีกิจการผลิตอาหารสัตว์ เงินทุน 1,591 ล้านบาท กิจการผลิตยางแท่ง เงินทุน 933 ล้านบาท และกิจการผลิตเอทานอล เงินทุน 748 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจของภาคอีสานในไตรมาสที่ 2 คาดว่า จะยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่หลายตัว ทั้งภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะจีนและเอเชียที่อยู่ในภาวะลดลง ราคาสินค้าทางการเกษตรยังคงอยู่ในระดับต่ำ หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง เป็นตัวถ่วง ทำให้กำลังซื้อในตลาดมีอย่างจำกัด ขณะที่ ปัจจัยสนับสนุนนั้น ยังคงต้องพึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงการเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลักเท่านั้น.

Leave a comment