นราฯอ่วมควันพิษ ไฟป่า’ลามหนักดับไม่อยู่ ผู้ว่าฯร้องขอเพิ่มฝนหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214821

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นราฯอ่วมควันพิษ

ไฟป่า’ลามหนักดับไม่อยู่

ผู้ว่าฯร้องขอเพิ่มฝนหลวง

พายุซัดอุดรฯหนักสุด40ปี

640ครัวกระอักเสียหายยับ

ความคืบหน้ากรณีการเกิดไฟป่าในพื้นที่หมู่ 7 ต.ปะลูรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ก่อนลุกลามเข้าพื้นที่ป่าลุ่มน้ำบางนราและหมู่บ้านอื่นๆ ใน อ.สุไหงโก-ลก ใกล้เขตป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งรวมเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ไฟป่านราฯปะทุไม่หยุด โดยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีเปลวไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ บ้านบาโงสรายอ บ้านลูโบ๊ะซามา อ.สุไหงโกลก และ บ้านละหาน อ.สุไหงปาดี ซึ่งถือเป็นจุดวิกฤติหนัก แม้ในช่วงเวลากลางวัน เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่พอถึงกลางคืน เปลวไฟความร้อนที่ครุกรุ่นอยู่ในชั้นใต้ดินของป่าพรุก็ได้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าทำการดับไฟในช่วงกลางคืนได้ เนื่องจากภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยรวมทั้งมีหมอกควันปกคลุมหนาแน่นเกินไป

ผู้ว่าฯร้องฝนหลวง-ทบ.ช่วย

อย่างไรก็ตาม นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ประสานไปยังกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อขอให้เพิ่มเที่ยวบินทำฝนหลวงในพื้นที่ หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกลงมาตรงจุดเกิดไฟป่า แต่ปริมาณฝนไม่เพียงพอที่จะสร้างความชุ่มชื้นและสลายต้นเพลิงได้ นอกจากนี้ยังเตรียมขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพบกอีก 1 ลำ เพื่อสนับสนุนในการตักน้ำดับไฟป่าร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว

ชาวบ้านเริ่มอ่วมพิษหมอกควัน

ส่วนบรรยากาศในเวลากลางคืนในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงปาดี อ.ตากใบ อ.แว้ง เต็มไปด้วยหมอกควันจากไฟป่าปกคลุมหนาแน่น โดยชาวบ้านที่ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นอย่างมาก ขณะที่ผู้ป่วยเกี่ยวกับทางเดินหายใจเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว

ในหลวงทรงช่วยเหยื่อพายุ

ส่วนความคืบหน้ากรณีการเกิดพายุฤดูร้อน ซึ่งทำให้ชาวบ้านหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร รองเลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้อัญเชิญถุงยังชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ จำนวน 705 ถุง ไปมอบให้ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกพายุฤดูร้อนพัดบ้านพังเสียหายใน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

อุดรฯเสียหายหนักสุดรอบ40ปี

ส่วนที่ จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดพายุพัดถล่มหลายพื้นที่ในจังหวัดตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 6 พฤษภาคม ทำให้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่หลายจุด เช่น หน้าสถานีรถไฟอุดรธานี ล้มลงมาทับอาคารพาณิชย์ รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของประชาชนเสียหายจำนวนมาก ส่วนที่บริเวณรอบนอกตัวเมืองก็เกิดเหตุต้นไม้ใหญ่และเสาไฟฟ้าล้มอีกหลายแห่ง อาทิ ที่สนามบินนานาชาติอุดรธานี และบริเวณถนนรอบเมืองทางแยกไป จ.หนองคาย ซึ่งเกิดเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มรวมประมาณ 10 ต้น ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก และถือว่าหนักหน่วงสุดในรอบ 40 ปี

7อำเภอ640ครัวเรือนอ่วมหนัก

ทั้งนี้ นายชยาวุทธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานความเสียหาย 7 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบ 640 ครัวเรือนดังนี้คือ ในเขตเทศบาลนคร 200 ครัวเรือน เขตอำเภอเมือง 219 ครัวเรือน อ.หนองหาน 90 ครัวเรือน อ.ทุ่งฝน 75 ครัวเรือน อ.น้ำโสม 25 ครัวเรือน อ.หนองวัวซอ 23 ครัวเรือน อ.ไชยวาน 5 ครัวเรือน อ.กู่แก้ว 3 ครัวเรือน แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

“สตูล”กระอักภัยแล้งขาดน้ำใช้

ที่ จ.สตูล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการภัยแล้งที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลให้หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุบโภคบริโภค โดยเฉพาะ ต.บ้านควน อ.เมือง ชาวบ้านกว่า 15,000 คน 2,600 ครัวเรือน ใน 7 หมู่บ้าน ต้องขาดแคลนน้ำอย่างหนัก หลังน้ำในลำคลองสายสำคัญและน้ำจากประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเบื้องต้น นายกูดานัน หลังจิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านควน ได้นำน้ำไปใส่พาชนะขนาดใหญ่ไปตั้งในจุดต่างๆ 16 จุด เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว

Leave a comment