ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/212192
พายุลูกเห็บพัดถล่ม
หลายจว.บ้านพังยับ
ปภ.เตือน35จังหวัด
โดนหนักถึง21เมษา
เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าในช่วงวันที่ 19-21 เมษายน ความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ซึ่งเป็นอากาศเย็นจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย บริเวณภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดพายุฤดูร้อนโดยมีลักษณะอากาศของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่
ทั้งนี้ปภ.จึงได้ประสาน 53 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ ตาก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน และแพร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัดได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุดรธานี เลย หนองบัวลำภู หนองคาย และบึงกาฬ
ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี ระยอง และตราด ภาคกลาง 15 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครนายก กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี พิษณุโลก สุโขทัย ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี และอ่างทอง จึงเตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนโดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้แจ้งเตือนประชาชนไปแล้วในจังหวัดที่เกี่ยวข้อง เชื่อมั่นว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดจะแก้ไขปัญหาได้ด้วยงบประมาณที่มีในมือซึ่งพายุได้สร้างความเสียหาย แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาตามกลไกและหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดพายุฤดูร้อนและลูกเห็บพัดถล่มพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมาสร้างความเสียหายในพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อ.ห้วยเม็ก อ.คำ อ.ร่องคำ อ.กมลาไสย โดยเฉพาะในเขต ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ เสียหายอย่างหนักหลายหมู่บ้านพังทั้งหลัง ขณะนี้นายวีระศักดิ์ วิเชียรแสน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)จ.กาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ ผู้นำท้องถิ่นและอปพร.เร่งเข้าสำรวจความเสียหาย
ที่จ.สุรินทร์ได้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้นฝนตก และมีลูกเห็บตกลงเมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 เมษายน ในพื้นที่ อ.จอมพระ อ.ศีขรภูมิ และ อ.สนม โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.สนม พายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างหนัก แรงลมได้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนประชาชนที่บ้านหนองเหล็ก, บ้านศรีสำโรง, บ้านนายม ต.แคน อ.สนม บ้านเรือนเสียหายถึง 31 หลัง ต้นไม้ทับรถยนต์ 2 คัน โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
เช่นเดียวกับที่จ.กำแพงเพชร ได้เกิดพายุฝนลูกเห็บตกและลมพายุพัดแรงในพื้นที่เขตหมู่ 13 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร มีบ้านเรือนราษฎรรวม 12 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหายเกือบ 200 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่หลังคาบ้านถูกพัดหายไป โดยอีกทั้งพบต้นไม้ล้มระเนระนาดตลอดเส้นทางเป็นระยะทางมากกว่า 5 กิโลเมตร ส่วนที่วัดท่าพุทรา หมู่ 13 ต.โกสัมพี หลังคาอาคารที่พักประชาชนรอเผาศพถูกหอบไปทั้งอาคารไปติดอยู่กับต้นไม้
ด้านสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.ชัยนาท ยังทวีความรุนแรง โดยคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง กำลังแห้งขอด หลังจากที่กรมชลประทานงดส่งน้ำเพื่อการเกษตรลงอย่างสิ้นเชิง โดยเมื่อตรวจสอบบริเวณปากคลองมะขามเฒ่า ต.หาดท่าเสา อ.เมือง ชัยนาท จะเห็นว่าคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งเข้าพื้นที่2 จังหวัดคือ จ.ชัยนาท และสุพรรณบุรี กำลังมีสภาพที่แห้งขอดเนื่องจากไม่มีการผันน้ำเข้าลำคลองแห่งนี้แล้ว
ขณะที่นายปรีชา นวลน้อยนายอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสนายสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก พ.ท.นพดลภาคาผล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 200 คน ช่วยกันบรรจุทรายใส่กระสอบเพื่อทำฝายกักเก็บน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก เพิ่มอีกจุด ห่างจากฝายเดิมประมาณ 100 เมตร เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก แห้งขอดอย่างต่อเนื่องมา 1 เดือนแล้งสุดในรอบ 20 ปี
นอกจากนี้ยังเตรียมขอฝนหลวงเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำเนื่องจากแม่น้ำสุไหงโก-ลก น้ำไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้ผลิตประปา