ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/213410
เมื่อวันที่ 27 เมษายน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กระทรวงมหาดไทย กำชับ ปภ.จังหวัดภาคเหนือและภาคอิสาน ให้ระวังพายุฤดูร้อน ซึ่งจะยังเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม
เตือน37จว.ระวังพายุฤดูร้อน
โดยนายฉัตรชัยเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน-1 พฤษภาคม ความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยขึ้นสู่ตอนบน ประกอบกับมีลมตะวันตกพัดปกคลุมภาคเหนือ และภาคอีสานของประเทศไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดพายุฤดูร้อน สภาวะอากาศแปรปรวน มีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่
“ปภ.จึงประสาน 37 จังหวัด แยกเป็นภาคเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ ตาก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา น่าน และแพร่ ภาคอีสาน 20 จังหวัด คือ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี และบึงกาฬ ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี สุโขทัย และพิษณุโลก รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนช่วงวันที่ 28เมษายน-1 พฤษภาคม โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24ชั่วโมง”นายฉัตรชัยกล่าว
เร่งช่วย27จว.บ้านพัง5พันหลัง
และว่า ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายนถึงปัจจุบัน มีจังหวัดได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน 27 จังหวัด 117 อำเภอ 223 ตำบล 483 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 5,059 หลัง ผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่ง ปภ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยทหารในพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ซ่อมแซมบ้าน แจกเครื่องอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้างแก่ประชาชนที่บ้านเสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น
อุตุเตือนพายุฤดูร้อนฉบับ3
ช่วงเย็นวันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบนฉบับที่3 ว่า ช่วงวันที่ 28-30 เมษายน ด้านตะวันออกของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคกลาง จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นร้อยละ 10 ของพื้นที่ ลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บ เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น ในจังหวัดต่างๆ ตามลำดับ ดังนี้
วันที่ 28เมษายน จ.หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ยโสธรและจ.อุบลราชธานี วันที่ 29-30 เมษายน บริเวณ จ.เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ยโสธร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรีและจ.ตราด
พายุถล่มกาฬสินธุ์บ้านพัง800หลัง
ด้านนายวีระศักดิ์ วิเชียรแสน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่สำรวจสภาพบ้านเรือนประชาชน ในอ.สหัสขันธ์ ซึ่งเกิดพายุฤดูร้อนเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 เมษายนทำให้บ้านเรือนประชาชนพังเสียหาย 70 หลังคาเรือน ไฟฟ้าดับในเขตเทศบาลกว่า 3 ชั่วโมง แรงพายุพัดสังกะสีหลังคาบ้านปลิวว่อนกระจายเกลื่อนหมู่บ้าน ต้นไม้ใหญ่ล้มกีดขวางเส้นทางจราจร
รวมถึงโรงเรียนถ้ำปลาวิทยายน ที่อาคารเรียนเสียหายหนักจากแรงพายุที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนเร่งซ่อมแซมอาคาร 2 หลังให้เสร็จก่อนเปิดภาคเรียน
นายวินัย วิทยานุกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์เปิดเผยว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพายุ ครอบคลุมเกือบทั้งจังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในเขตเทือกเขาภูพาน รวม 12 อำเภอ มีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 800 หลังคาเรือน เบื้องต้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกาชาดจังหวัดเร่งให้การช่วยเหลือ เพราะยังคงมีคำเตือนประชาชนให้ระวังพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นอีก
สีคิ้วบ้านทรงไทย3ล.พังราบ
เช่นเดียวกับ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา มีรายงานความเสียหายจากพายุฤดูร้อนพัดถล่มเมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 เมษายน โดยนายยงยุทธ ป้อมเอี่ยม นายอำเภอสีคิ้วเปิดเผยความเสียหายเบื้องต้นพบบ้านเรือนประชาชนใน 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.วังโรงใหญ่ ต.สีคิ้ว ต.มิตรภาพ และต.กุดน้อยพังเสียหาย 41 หลังคาเรือน ในจำนวนนี้มีบ้านไม้ทรงไทย สร้างด้วยไม้เนื้อแข็งมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เพิ่มสร้างเสร็จแค่ 3 เดือน ถูกพายุพัดพังถล่มลงมาทั้งหลัง โชคดีที่ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้าน จึงไม่มีใครได้รับอันตราย
ร้อนจัด!ทหารเรือช็อกดับ
ขณะที่ร.ต.อ.นเรศ บุญที รองสว.สส.สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตในบ้านพักข้าราชการฐานทัพเรือสัตหีบ เลขที่ 2250/117 หมู่ 2 ต.สัตหีบ จึงประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบนโซฟาห้องรับแขกพบศพพันจ่าเอก วรงค์ ปัญญาธรักษ์ อายุ 48ปี สังกัดหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) มีพัดลม 2 ตัว ตั้งอยู่ที่ปลายเท้าเปิดเบอร์ 3 หน่วยกู้ภัยนำศพส่งชันสูตรที่รพ.สัตหีบ กม.ที่ 10 ก่อนให้ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา สอบถามพันจ่าเอก จงสุรินทร์ วงค์จ้อย 51 ปี เพื่อนผู้ตายเผยว่า เช้านี้แวะมาหาผู้ตายจะชวนไปกินข้าว ได้ตะโกนเรียกหน้าบ้านอยู่นานแต่ไม่มีเสียงขานรับ จึงเปิดเข้าไปดูพบว่าเพื่อนเสียชีวิตแล้ว คาดสาเหตุมาจากอากาศร้อนจัดตลอดสัปดาห์ ที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ประกอบกับผู้ตายร่างกายไม่แข็งแรง ทำให้เกิดอาการช็อกเสียชีวิตดังกล่าว
พลายปุ๊กกี้ขาดน้ำล้มกลางป่ายาง
วันเดียวกัน ร.ต.อ.ภัรสพร หลีสู ร้อยเวร สภ.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และกำลังชุดอส.อ.สะบ้าย้อย นายมะดิง อาแว เจ้าของช้าง และควาญช้างร่วมเดินทางไปตรวจสอบช้างพลายปุ๊กกี้ ช้างเพศผู้ อายุ 35 ปี ที่ตกมันก่อนหน้านี้ เสียชีวิตตั้งแต่เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 26 เมษายน บริเวณกลางป่าสวนยางพื้นที่บ้านละโอน หมู่ 6 ต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย หลังรับแจ้งว่าช้างเชือกดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่ยิงลูกดอกยาซึมเพื่อสยบฤทธิ์ไม่ให้อาละวาดทำร้ายชาวบ้าน ต่อมาล้มลง โดยที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่สูงชันพบศพช้างพลายตกมันตัวที่ทำร้ายชาวบ้านล้มอยู่ใต้ต้นยางพารา บ้านละโอน หมู่ 6 ต.บ้านโหนด ตรวจสอบร่างกายช้างไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย คาดว่าช้างคงเกิดอาการวูบเพราะขาดน้ำล้มกลิ้งไถลลงมาจากที่สูงกระแทกกับต้นยางอย่างแรง ผลชันสูตรเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุที่ช้างล้มไม่ได้เกิดจากลูกดอกยาซึมที่เจ้าหน้าที่ยิง สันนิษฐานช้างน่าจะขาดน้ำตายมากกว่า เพราะช่วงนี้สภาพอากาศร้อนจัด
ชัยนาทยอดขายแอร์พุ่ง5เท่า
ที่จ.ชัยนาท ซึ่งสภาพอากาศร้อนอบอ้าวต่อเนื่อง อุณหภูมิเฉลี่ยวัดได้ 40-41 องศาเซลเซียส
ส่งผลให้ยอดขายเครื่องปรับอากาศ เพื่มขึ้นจากปกติถึง 5 เท่า โดยนายธเนศ นิลสุวรรณวงษ์ เจ้าของร้านเส่งฮวดการไฟฟ้า ในตัวเมืองชัยนาทเผยว่า ช่วงปกติที่อากาศไม่ร้อนมาก เครื่องปรับอากาศจะขายได้วันละ 3-4 เครื่อง แต่ช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงร้อนที่สุด มีลูกค้ามาซื้อเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นวันละกว่า 20 เครื่อง และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นช่วงปลายเดือนเมษายน ต่อเนื่องเดือนพฤษภาคม ทำให้ทีมช่างติดตั้งเครื่องปรับอากาศ 18 ทีมไม่สามารถติดตั้งให้ทันความต้องการของลูกค้า ทีมช่างแต่ละทีมจะมีงานลงจองคิวไว้แน่นตลอดทั้งวัน ไม่เว้นวันหยุด
ระดมส่งน้ำช่วย4หมู่บ้านบุรีรัมย์
นายภูมิจิตร ศรีวงษ์ราช นายอำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการสูบส่งน้ำช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยแล้งที่บ้านหัววัว ต.เสม็ด โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมาระดมสูบส่งน้ำระยะไกลจากอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ไปเติมใส่สระกลางหมู่บ้านบ้านหัววัวแหล่งน้ำดิบขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 100 ไร่ ที่ใช้ผลิตประปาบริการ 4 หมู่บ้านระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน 800 ครัวเรือน หลังต้องเผชิญภัยภาวะภัยแล้งสระน้ำแห้งขอดจนเห็นพื้นที่ดินแตกระแหงในรอบ 15 ปี ทำให้ไม่มีน้ำผลิตประปามานานกว่า 3 เดือน โดยเจ้าหน้าที่จะสูบน้ำเติมสระบ้านหัววัวเฉลี่ยวันละ 4,500 ลูกบาศก์เมตรเป็นเวลา 10 วัน ก่อนเคลื่อนย้ายรถสูบส่งน้ำระยะไกลไปช่วยผู้ประสบภัยแล้งในอ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ต่อไป ทั้งนี้ ในอ.เมืองบุรีรัมย์ประกาศภัยแล้งไปแล้ว 2 ตำบล จากทั้งหมด 19 ตำบล และมีอีกหลายตำบลที่กำลังเสนอเข้ามา