ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160506/227186.html
การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2559
‘ประยุทธ์’ จะปรับตัวเป็นนายกฯ ที่น่ารัก ยัน ไม่ใช้ ม.44 จัดการคนเห็นต่าง ซัด คนดึงยูเอ็นสอบ เปรียบชักศึกเข้าบ้าน-พฤติกรรมน่าละอาย
6 พ.ค. 59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ถึงเรื่องการปฏิรูปประเทศ ว่า วันนี้ทุกคนคาดหวังว่าจะให้ปฏิรูปให้เสร็จภายในปี 2 ปี ไม่มีทางเสร็จหรอก หลายประเทศเขาเป็นร้อยปียังไม่เสร็จเลย ประเทศไทยยังไม่เริ่มปฏิรูปสักที มาเริ่มปฏิรูปตั้งแต่ปี 2557 ท่านจะไม่ให้ประเทศมันเดินหน้าไปแล้วกลับไปสู่ความขัดแย้งแบบเดิมๆ ประเทศชาติที่ว่าดีๆ จริงๆ มันไม่ได้ดีหรอก มันกลวง มันกลวงข้างใน เพราะฐานมันไม่แน่นไง จิตใจคนมันก็…ก็แหลกสลาย คิดว่ามันเสียใจบ้างอะไรบ้าง เพราะความขัดแย้งไง วันนี้ต้องปฏิรูปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ข้าราชการ ประชาชน ต้องปฏิรูปตัวเอง ตนก็ต้องปฏิรูปตัวเองเสมอไง
“ผมก็อดทน พยายามที่จะพูดให้มันไพเราะอะนะ ผมเป็นทหาร ผมบอกได้ไปอย่างนี้ ก็เวลาโมโหก็โมโหเร็วหน่อย เพราะว่ามันทั้งชีวิต ผมก็พยายามจะปรับตัวเองอยู่นะ ให้อะไร เขาเรียกอะไร ให้เป็นนายกฯ ที่น่ารักสักหน่อย ทำนองนี้ ครับ เห็นใจผมมั่ง งานมันเต็มไปหมด ทุกวันทุกคืน ผมไม่ได้คิดเรื่องอื่น คิดแต่ว่าจะปฏิรูปยังไง และทุกอย่างที่ทำมาวันนี้มันจะต้องแก้ตรงไหน ผมจะต้องเข้าไปหมดนะ ขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกคณะนะครับ ทั้งใน สนช. สปท. หรืออะไร กรธ. ทั้งหมดละนะ ก็ทุกคนทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ”
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของสื่อมวลชนก็ต้องร่วมมือด้วย แต่ไม่ใช่ไปเสนอให้คนทำผิดกฎหมายมาสู้กับตน อย่างนี้ไม่ใช่ ทั้งนี้ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์รัฐบาลก็พร้อมจะรับฟัง
ปัดใช้ ม.44 กำจัดคนเห็นต่าง-ขัดแย้ง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ถ้าใครทำผิดก็ยอมรับกลไกกระบวนการความยุติธรรมเข้ามาซะ ไม่ต้องให้ไปจับกุมดำเนินคดี การใช้มาตรา 44 เพื่อไปควบคุมตัว เพราะว่าชอบหนีกัน มันก็ต้องมีมาตรา 44 เพื่อเอาไปสอบสวน โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้สอบสวน แล้วก็เมื่อเจอความผิดชัดเจนก็ส่งกระบวนการบุติธรรม และให้ศาลตัดสิน
“ผมไม่ได้ใช้มาตรา 44 ไปกำจัดผู้ที่ขัดแย้ง เพราะไม่ได้ไปขัดแย้งกับใครนี่น่า เขาขัดแย้งกฎหมาย มันต้องทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย” นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำ
ส่วนกรณีบางรายที่ต้องนำตัวขึ้นศาลทหารนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ว่าจะศาลทหารหรือศาลอะไรก็แล้วแต่ ก็มีกลไกทางกฎหมาย มีทนายความเข้ามาดูแลได้ การประกันตัวก็ได้ เพราะฉะนั้นบางอย่างที่กำหนดไว้แล้วว่าต้องขึ้นศาล ก็ให้เข้าใจว่าไอ้นี่มันร้ายแรงนะ ไม่อยากให้ทำ เขามีไว้ป้องปรามนะกฎหมายเหล่านี้ ไม่ว่าจะมาตรา 44 หรืออะไรก็แล้วแต่ หรือที่ผ่านมากว่าจะเสร็จ เขาป้องปรามคนจะได้ไม่อยากทำ แต่ไม่ใช่เพื่อจะเอามาไว้บล็อกคนโน่นคนนี่ คิดว่าคนไทยไม่ต้องการความขัดแย้งอีกแล้ว เขาเบื่อหน่ายกัน และที่ตนอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะว่าบ้านเมืองสงบสุขขึ้น
ซัดมีคนบิดเบือนดึงต่างชาติมาทำร้ายประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่อยากไปละเมิดใครเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่อยากให้ไปดู บางทีก็พูดบิดเบือนโน่นนี่ ถูกทำร้ายบ้าง พอถามก็ไม่เห็นมีใครเขาอะไร ฉะนั้นอย่าให้บิดเบือน วันนี้ก็มาร้องเรียกให้ผู้กระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก มันก็ได้ใจกันหมด
“ก็มาถามเจ้าหน้าที่สิว่า ทำอย่างนี้หรือเปล่าที่เขาพูดมา ไม่ใช่พูดในสื่อ หรือส่งเรื่องไปต่างประเทศ แล้วให้ต่างประเทศกลับมาเล่นงานประเทศตัวเอง ผมถามว่ามันควรไม่ควรล่ะ ทำหน้าที่ของท่านแต่ประเทศชาติเสียหาย ผมไม่ได้ห้ามท่านทำ แต่ก่อนจะทำ ก่อนจะไปที่ไหนก็ตาม ท่านมาถามเราก่อนว่ามันเป็นยังไงข้อเท็จจริง ไม่ใช่ไปบิดเบือนกันตามคนทำความผิดเขาพูดมา แต่รัฐบาลพูด ไม่ดูเลย ไม่ฟังเหตุผลรัฐบาล ผมถามว่าแล้วจะมีไว้ทำอะไรเนี่ย ขอบคุณ ชื่นชมภาคประชาชนที่เข้าใจร่วมมือ เข้มแข็งและตื่นตัวมากขึ้น ในการที่จะเดินหน้าทำประชามติ และการเลือกตั้งครั้งต่อไป ผมไม่ได้ขัดขวางท่าน ทำให้ได้ก็แล้วกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว
