กระตุ้นผู้สูงอายุสมัครสมาชิก กอช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/623001

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 พ.ค. 2559 06:15

 

นายสมพร จิตเป็นธม เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยถึงการเร่งรัดรับสมัครผู้สูงอายุเข้าเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งตามกฎหมายจะให้สิทธิแก่ผู้สมัครสมาชิก กอช.บางกรณี โดยผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป สามารถออมได้ 10 ปีเต็ม นับจากอายุตัวในวันที่สมัครสมาชิก ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี ก็จะได้รับสิทธิตามกฎหมายนี้โดยไม่จำกัดอายุ แต่สิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะหมดเขตรับสมัครในวันที่ 25 ก.ย.59 ดังนั้น ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป สามารถสมัครเป็นสมาชิกกองทุนได้ภายในวันที่ 25 ก.ย.นี้เท่านั้น ซึ่งจะครบ 1 ปี นับจากวันที่ประกาศกฎหมายฉบับนี้ ส่วนผู้ที่มีอายุ 50-60 ปี ถ้าสมัครสมาชิกก่อนวันที่ 25 ก.ย. จะได้รับสิทธิออม 10 ปี นับจากอายุตัวในวันที่สมัคร แต่ถ้าเลยวันที่ 25 ก.ย. ไปแล้วสามารถสมัครสมาชิกได้แต่จะออมได้ถึงอายุ 60 ปีเท่านั้น

“ช่วงที่ผ่านมา กอช.ได้ลงพื้นที่พบปะกับชาวบ้านผู้สูงอายุในหลายพื้นที่ ทั้งในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และจังหวัดหัวเมือง เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่และพัทยา เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้ทราบสิทธิตามหลักเกณฑ์นี้ และประโยชน์อื่นๆ ที่จะได้รับเมื่อสมัครสมาชิก กอช.ซึ่งก็ได้การตอบรับที่ดี มีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่ได้เริ่มออมกับ กอช. แม้บางรายจะอายุยังไม่มากก็ตาม โดยบางรายที่ยังอายุไม่มาก แต่ระบุว่า ออมเงินกับ กอช.เพียง 10 ปีก็ได้ใช้บำนาญแล้ว และจะมีชีวิตอยู่รับบำนาญไปอีกนาน บางรายบอกว่าออมไว้ถึงไม่ได้ใช้เองก็ให้ลูกหลานได้ใช้ และดีตรงที่รัฐบาลให้เงินสมทบแล้วยังค้ำประกันดอกผลด้วยว่า ไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ ประเทศไทยอยู่ในช่วงก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาแล้วเป็นเวลากว่า 10 ปี และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้าที่คนวัยทำงานเพียง 2 คน จะต้องดูแลผู้สูงอายุ 1 คน คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2568 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุมากถึง 14 ล้านคน อันเนื่องมาจากประชากรมีอายุยืนยาวมากขึ้น ขณะที่อัตราเด็กเกิดใหม่ต่ำ ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกก็กำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมของสังคมสูงวัยนี้ด้วยเช่นกัน ทำให้รัฐจะมีภาระทางการเงินการคลังเพิ่มมากขึ้นในการดูแลประชากรสูงวัยในทุกด้าน ทั้งด้านสุขภาพอนามัย สภาพจิตใจและการปรับตัวทางสังคมและที่สำคัญคือ ด้านค่าใช้จ่ายในการกินอยู่ รัฐจึงต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยจึงจำเป็นต้องส่งเสริมผลักดันให้มีการออมเพื่อชีวิตยามเกษียณของตนเอง นอกจากจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแล้ว ผู้มีรายได้น้อยยังจะมีสิทธิได้บำนาญรายเดือนจาก กอช.อีกด้วย.

Leave a comment