ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/625283
โดย อินเด็กซ์ 51 25 พ.ค. 2559 05:01

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 24 พ.ค.59 ปิดที่ระดับ 1,384.26 เพิ่มขึ้น 2.57 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 34,089.37 ล้านบาท
หุ้นไทยพลิกกลับมาบวกได้ตามหุ้นยุโรปและดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้า แม้ยังมีความกังวลกับธนาคารกลางสหรัฐฯที่อาจจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มิ.ย.นี้มีน้ำหนักมากขึ้น ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศขาดแรงหนุนเด่นชัด
บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองทิศทางตลาด หากดีดตัวขึ้นได้ต่อคงมีอัพไซด์จำกัด ให้แนวต้านที่ 1,390-1,400 จุด แต่ไม่น่าผ่านไปง่ายนัก ส่วนแนวรับลุ้นให้ยืนที่ 1,380 จุด ให้ได้หากยืนไม่อยู่มีโอกาสลงไปทดสอบที่ระดับ 1,370-1,360 จุด แนะเลือกซื้อหุ้นรายตัว
ขณะที่ บล.ทรีนีตี้ ระบุว่าคำพูดของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ส่วนใหญ่ช่วงนี้ค่อนข้างสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไปเริ่มมีความเป็นไปได้สูงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ติดตามคำกล่าวของ Janet Yellen ประธาน Fed ในคืนวันศุกร์นี้ ซึ่งหากออกมาในโทนเดียวกัน มองว่ามีโอกาสสูงที่นักลงทุนในตลาดจะ Price in ความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอีก จากปัจจุบันที่อยู่ที่ระดับ 32%
ดังนั้น แนะกลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยกำลังเปลี่ยนจาก Earning driven phase หลังจากที่ประกาศผลประกอบการของบริษัทครบหมดแล้วมาเป็น Fed Fear driven phase มองความไม่แน่นอนต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ประกอบกับปัจจัยการลงประชามติว่าจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของอังกฤษหรือ Brexit ที่อาจเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น มีโอกาสทำให้ตลาดทุนทั่วโลกมีความผันผวนมากขึ้นในช่วง 1 เดือนข้างหน้านี้
จึงยังคงแนะนำ Wait & See ในช่วงที่ Bond yield กำลังปรับตัวรีบาวด์ขึ้น และรอจนกว่า SET Index จะปรับตัวลงมาที่จุดซื้อแรกของที่บริเวณ 1,350–1,370 จุด โดยหากดัชนีปรับตัวลงมาบริเวณ ดังกล่าว มองหุ้นกลุ่มอาหาร (CPF, TU, TFG) และอิเล็กทรอนิกส์ (KCE) เป็นกลุ่มที่น่าสนใจในการเข้าลงทุนเนื่องจากมีโมนตัมของ Earnings ที่ดีในช่วงไตรมาสที่ 2–3 และได้ Sentiment เชิงบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท!!
อินเด็กซ์ 51