นำร่องเปลี่ยนอาชีพ‘ลุ่มเจ้าพระยา’ l ดันปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแทนข้าว/เกษตรฯหนุนครบวงจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/217474

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม ได้ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมปรับเปลี่ยนอาชีพให้เหมาะสมกับพื้นที่เพื่อสู้วิกฤติภัยแล้งตามนโยบายของ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำร่องในพื้นที่บ้านคลองใหญ่ ต.หนองแซง อ.หันคา จ.ชัยนาท และ ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปี 2559

โดยเบื้องต้นได้จัดทำประชาคม พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมรวมถึงรายได้ที่จะได้รับต่อการเลี้ยงหนึ่งรุ่นให้เกษตรกรใช้เป็นข้อมูลตัดสินใจ ซึ่งพบว่าเกษตรกรให้ความสนใจและตอบรับอย่างดีและมีการใช้แปลงของผู้นำกลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมปลูกข้าวหรือพืชอื่นๆ มาเป็นแปลงต้นแบบปรับเปลี่ยนไปทดลองปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ซึ่งกรมหม่อนไหม มอบหมายให้ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯสระบุรี สนับสนุนองค์ความรู้ ต้นพันธุ์ที่ดี สามารถปลูกได้แม้ในพื้นที่จำกัด 6 ไร่ และยังสนับสนุนให้ใช้น้ำในบ่อกักเก็บที่มีอยู่เดิมมาหล่อเลี้ยงแปลงหม่อนในหน้าแล้ง เนื่องจากเป็นพืชใช้น้ำน้อย

นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า สำหรับรูปแบบอาชีพหม่อนไหมที่แนะนำให้กับเกษตรกรนั้น จะส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม หรือเลี้ยงไหมเพื่อขายรัง ซึ่งกรมหม่อนไหมได้ประสาน บริษัทจรูญไหมไทย ในการรับซื้อผลผลิตรังไหมของเกษตรกรด้วยการทำ Contract Farming โดยประกันราคาขั้นต่ำกิโลกรัมละ 180-200 บาท ตามเกณฑ์มาตรฐานการรับซื้อรังไหมโดยในพื้นที่ 6 ไร่ จะผลิตหม่อนเฉลี่ย 1,800-2,000 กิโลกรัม/ไร่/ปี ผลผลิตรังไหม 60 กิโลกรัม/กล่อง ผลผลิตรังไหม 720 กิโลกรัม/ปี รายได้เฉลี่ยประมาณ 10,000 บาท/เดือน

นอกจากนี้ยังส่งเสริมการปลูกหม่อนผลสด การปลูกหม่อนเพื่อขายใบ การทอผ้าไหมหรือทอผ้าไหมผสมเส้นใยอื่นๆ รวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหม โดยจะอบรมหลักสูตรการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การสาวไหม การทอผ้า ตลอดจนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ และส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยระบบการกู้ยืมเงินแบบปลอดดอกเบี้ยจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เพื่อสนับสนุนการลงทุนเริ่มแรกในการสร้างโรงเลี้ยงไหมตามแบบมาตรฐาน พร้อมวัสดุอุปกรณ์การเลี้ยงไหมครบชุด โดยในเบื้องต้นคาดว่า จะมีเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมประมาณ 1,000 ราย ขณะเดียวกันก็จะเป็นฟาร์มต้นแบบด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป

Leave a comment