สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ หวั่น ศก.โลกไม่ฟื้น ฉุดส่งออกไทยร่วงปีที่ 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/629210

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 พ.ค. 2559 17:21

 

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ เผยส่งออกเมษา ติดลบต่อเนื่องเดือนที่ 17 มูลค่าน้อยสุดรอบ 6 ปี จ่อปรับประมาณทั้งปี 59 หลังไตรมาส 2 หวั่นปัญหาเศรษฐกิจโลกไม่ดี ปัจจัยเสี่ยงมากขึ้น แต่เชื่อไตรมาสที่เหลือจะกลับเป็นบวก …

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การส่งออกในเดือนเมษายน 2559 กลับมาติดลบ 8% มีมูลค่าส่งออกอยู่ที่ 15,545 ล้านเหรียญสหรัฐ ผิดจากที่คาดการณ์ไว้ โดยนับเป็นเดือนเมษายนที่มีมูลค่าส่งออกน้อยที่สุดในรอบ 6 ปี และเป็นการติดลบต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 17 ถ้าหักการส่งออกทองและอาวุธที่ผิดปกติออก แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของการค้าและเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว มีความไม่แน่นอนสูง และมีความเสี่ยงว่าจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ได้ โดยสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือฯ ประมาณการการส่งออกทั้งปี 2559 ยังคงคาดการณ์อยู่ที่ 0-2% แต่จะประเมินการส่งออกอีกครั้งหลังไตรมาส 2 ของปี

ทั้งนี้ หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวในเดือนมิถุนายน และปัจจัยเสี่ยงกลายเป็นปัจจัยลบที่มากขึ้น และหลายประเทศไม่สามารถปฏิรูปเศรษฐกิจ และร่วมมือแก้ไขปัญหาได้อย่างจริงจัง โลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยและเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ จะส่งผลให้ประเทศไทยส่งออกติดลบเป็นปีที่ 4 แต่หากมองในแง่ดี แม้ไตรมาส 2 การส่งออกติดลบ 2-0% แต่เชื่อว่าการส่งออกไตรมาส 3 และ 4 จะกลับมาเป็นบวก ซึ่งจะทำให้ทั้งปี 2559 การส่งออกขยายตัว 0-2% เป็นเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ แต่ต้องดูผลการส่งออกในไตรมาส 2 อาจจะต้องประมาณการส่งออกอีกครั้ง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ ปรับตัวสูงขึ้น คงต้องขึ้นอยู่กับมาตรการภาครัฐในด้านโยบายต่างประเทศ การผลักดันการส่งออก และการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

นอกจากนี้ แผนนโยบายมาตรการต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐ ยังไม่มีความชัดเจน ทำให้เป็นห่วงใน 3 ประเด็น 1. ขณะนี้ผู้ส่งออกและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกตลอดห่วงโซ่ เริ่มได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ถดถอยต่อเนื่องกันมาหลายปี หลายรายต้องปิดกิจการหรือปลดคนงานออก จึงขอให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือ เช่นเดียวกับภาคเกษตรกร ผู้ที่มีรายได้ต่ำ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พร้อมเตรียมรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้น

2. การเตรียมการ และการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงความร่วมมือทางการค้าและหุ้นส่วนเศรษฐกิจกับนานาประเทศ เช่น เออีซี อาร์เซฟ ทีพีพี เอฟทีเอไทยกับสหภาพยุโรป และ 3. การยกระดับมาตรฐานการบริหารราชการและรัฐวิสาหกิจ การอำนวยความสะดวกทางการค้าและธุรกิจ และธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งต้องการให้ภาครัฐเข้ามาดูแลช่วยเหลือต่อไป เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย

Leave a comment