ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/628800
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 พ.ค. 2559 06:15

กองทุนเวนเจอร์ แคปปิตอล เตือนรัฐบาลที่ผลักดันสตาร์ทอัพ แม้เป็นยุทธศาสตร์ที่ดี แต่อย่าทุ่มงบประมาณเข้าไปช่วยให้เกิดการลงทุนในกลุ่มที่ไม่มีศักยภาพ จะทำให้ธุรกิจในภาพรวมพังพินาศ และเกิดภาวะฟองสบู่ขึ้นมาได้ เสนอแนะสร้างบรรยากาศ ที่เอื้อต่อการทำธุรกิจและการลงทุนเพิ่มขึ้น
นายกระทิง เรืองโรจน์พูนผล ผู้จัดการกองทุนรวม 500 ตุ๊กตุ๊ก ซึ่งเป็นกองทุนเวนเจอร์ แคปปิตอล ที่ลงทุนในสตาร์ทอัพรายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐบาลให้ความสนใจสนับสนุนสตาร์ทอัพของไทย ถือเป็นความตั้งใจที่ดี แต่สิ่งที่น่ากังวล ขณะนี้รัฐบาลมีเจตจำนงที่จะลงทุนในสตาร์ทอัพจำนวนมาก มีเงินเข้ามาเยอะมาก ซึ่งอาจนำไปสู่การให้เงินกับสตาร์ทอัพที่ไม่ได้มีศักยภาพจริงๆที่อาจนำไปสู่วิกฤติฟองสบู่สตาร์ทอัพ
นายกระทิงกล่าวว่า ในฐานะที่ทำสตาร์ทอัพ มาตั้งแต่ต้น และกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก เป็นกองทุนที่สนับสนุนสตาร์ทอัพ ก็มีความกังวลมากว่าการใช้เงินสนับสนุนสตาร์ทอัพที่ไม่มีศักยภาพจริง จะทำให้ธุรกิจสตาร์ทอัพในภาพรวมพังได้ และจะดึงให้สตาร์ท อัพที่ดีอยู่ไม่ได้ เพราะการให้เงินแก่สตาร์ทอัพหน้าใหม่ที่ไม่มีศักยภาพจริง แม้เพียงรายละ 1 ล้านบาท เป็นการให้แต้มต่อแบบผิดๆ สตาร์ทอัพเหล่านี้อาจใช้เงินทุ่มตลาด บิดเบือนตลาด เช่น อาจสามารถ กำหนดราคาได้ต่ำกว่า หรือการใช้เงินในการดึงดูดลูกค้า แทนที่จะใช้การบริการเป็นตัวแข่งขัน เพราะในที่สุดแล้วจะทำให้สตาร์ทอัพที่ดีแข่งขันไม่ได้ และล้มกันไปทั้งตลาด ไม่ต่างกับการให้เงินอุดหนุนสินค้าเกษตร ทำให้เกษตรกรไม่แข็งแรง แข่งขันในตลาดโลกไม่ได้ การให้เงินสตาร์ทอัพอย่างง่ายดายและเป็นจำนวนมาก เป็นการสร้างวัฒนธรรมให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ ให้คอยรับความช่วยเหลือ ไม่พยายามต่อสู้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก
นายกระทิงกล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือให้แรงจูงใจ ให้มีผู้เข้ามาสนับสนุนสตาร์ทอัพ แทนที่จะให้เงินโดยตรงเอง การให้แรงสนับสนุนจูงใจทำได้หลายวิธี เช่น ให้ความช่วยเหลือทางมาตรการทางภาษีแก่เอกชนที่สนใจลงทุนสตาร์ทอัพ รวมไปถึงการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย ให้รองรับการเกิดสตาร์ทอัพ เพราะระบบการเรียนการสอนของไทย โดยเฉพาะด้านธุรกิจในขณะนี้ ไม่รองรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ และสิ่งที่ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนใน 3 เดือนข้างหน้า คือ การปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการเกิด และการลงทุนในสตาร์ทอัพอย่างจริงๆจังๆด้วย
“รัฐบาลไม่ควรให้เงินสตาร์ทอัพโดยตรง ไม่ต้องใช้เงินมากมายในโครงการนี้ แต่ควรสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำธุรกิจและการลงทุน สิ่งที่ควรทำมากๆอีกประการคือ การดึงเอาผู้เชี่ยวชาญด้านสตาร์ทอัพระดับโลก มาทำงานในไทยให้มาเป็นคนช่วย ซึ่งตรงนี้ใช้เงินน้อยกว่า แต่น่าจะเห็นผล มากกว่า เพราะมีหลายประเทศทำสำเร็จมาแล้ว”
นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ขณะนี้เงินลงทุนในสตาร์ทอัพ ในกลุ่มประเทศเอเชียมีจำนวนมาก ซึ่งต่างกับสตาร์ท อัพในซิลิคอน วัลเลย์ ที่ประเทศสหรัฐฯ ที่จำนวนเงินลงทุนน้อยกว่าจำนวน สตาร์ทอัพแถบนั้น จึงต้องวิ่งหานักลงทุน แต่สตาร์ทอัพเอเชียมีแต่นักลงทุนวิ่งหา เพราะในเอเชียเรากำลังอยู่ในแสงของสปอตไลต์ ฉะนั้น หากสามารถจัดหาสตาร์ทอัพที่ดีจริง มีสินค้าและบริการที่ดึงดูดใจจริง ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่า จะไม่มีคนสนใจมาลงทุน
“ผมในฐานะที่ดูแลธุรกิจสนับสนุนสตาร์ทอัพของดีแทค รู้สึกยินดีที่เห็นรัฐบาลตั้งใจจริงสนับสนุนสตาร์ทอัพ แต่การให้เงินจำนวนมากกับสตาร์ทอัพที่ไม่ใช่ตัวจริง จึงเป็นเรื่องที่น่าหวั่นใจว่าจะเกิดภาวะฟองสบู่ได้”
ทั้งนี้ แนวโน้มความสนใจของเวนเจอร์ แคปปิตอล ต่อสตาร์ทอัพ นายสมโภชน์กล่าวว่า ในมุมของดีแทค เวนเจอร์ แคปปิตอล กำลังให้ความสนใจในสตาร์ทอัพ ประเภทฟินเทคหรือบริการทางการเงิน ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย, แทรเวลเทค หรือบริการท่องเที่ยวที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย เป็นต้น.