ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
13 พฤษภาคม 2559 เวลา 09:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/431660

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
สะดุดตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มกับข้อเสนอเรื่องกฎหมายรอกำหนดโทษของ เสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เมื่อหลายฝ่ายออกมารุมถล่มว่าจะนำไปสู่ความ “ขัดแย้ง” มากกว่า “ปรองดอง” ที่สำคัญข้อเสนอดังกล่าวยังถูกมองว่าเป็นการตัดตอนนำข้อเสนอมาเพียงแค่บางส่วนไม่ครอบคลุมปัญหาทั้งหมด
วานนี้ อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 พะเยาว์ อัคฮาด มารดาพยาบาลอาสาที่เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 และ ภูมิ มูลศิลป์ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในฐานะตัวแทนจากคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มี เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน แถลงผลักดันให้เดินหน้าทำตามข้อเสนอของกรรมการชุดนี้ที่มี 6 ข้อ เพื่อคลี่คลายประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างปี 2548-22 พ.ค. 2558 และป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงซ้ำอีก ซึ่งต้องทำควบคู่กันไปให้ครบทุกๆ ด้านอย่างเป็นองค์รวม 6 ภารกิจที่จะสร้างความปรองดองในการนำชาติไปสู่สันติสุข
1.การสร้างความเข้าใจร่วมของสังคมต่อเหตุแห่งความขัดแย้ง ทบทวนเอกสารและสังเคราะห์ความรู้จากข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการสร้างความปรองดองที่เคยมีมา ถอดบทเรียนจากองค์ความรู้ รับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จัดเวทีรับฟังข้อเสนอแนะจากกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ผลที่ได้รับ คือ ผู้ที่เกี่ยวข้องและคนในสังคมเข้าใจมุมมองของกันและกันเกี่ยวกับสาเหตุความขัดแย้ง ที่จะนำมาสู่การกำหนดโจทย์และวิธีการคลี่คลายความขัดแย้งและป้องกันเหตุที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงซ้ำอีกในอนาคต
2.การแสวงหาและเปิดเผยข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ความรุนแรง รวบรวมและตรวจสอบข้อเท็จจริง หาสาเหตุแรงจูงใจเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายและการละเมิดสิทธิมนุษยชน เปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชนในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดและมีความเหมาะสมของสถานการณ์ ผลที่จะได้รับ คือ ทำให้สังคมได้สรุปบทเรียน เกิดสำนึกร่วมกันในการป้องกัน
มิให้ประเทศต้องประสบกับวิกฤตอีก
3.การอำนวยความยุติธรรมการสำนึกรับผิดและการให้อภัย นำกลไกตามกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันและการตรากฎหมายพิเศษเพื่อนำหลักการของความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านและกระบวนทรรศน์เรื่องความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ ผลที่จะได้รับ คือ การรับรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำนวนผู้ต้องคดี ประเภทคดี สถานะคดี จำแนกเป็น 1.ความผิดที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง 2.ความผิดอาญาโดยแท้ 3.ความผิดทั้งแบบ 1 และ 2 นอกจากนี้ยังเป็นการให้ผู้กระทำผิดได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วได้สำนึกผิดกลับมาสู่สังคม
4.การเยียวยาดูแลและการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ ตั้งศูนย์ประสานงานและรวบรวมข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ทำฐานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ เยียวยาดูแลและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายทั้งในส่วนที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน พัฒนา ปรับปรุง จัดทำกฎหมาย กฎระเบียบที่จำเป็น รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ฐานการคิดคำนวณอัตราในการให้การชดเชยความเสียหายเยียวยาโดยไม่เลือกปฏิบัติ
5.การสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกัน โดยพัฒนายุทธศาสตร์สันติวิธีเพื่อความมั่นคงของชาติให้เป็นหลักปฏิบัติเชิงนโยบาย ฟื้นฟู เร่งรัด ผลักดันปฏิรูปโครงสร้างและระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เพื่อขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมทางสังคม
6.มาตรการป้องกันการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง เฝ้าระวังสถานการณ์ ระมัดระวังหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ปะทะรุนแรงกับประชาชนหรือฝ่ายเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ปฏิรูป-กำกับบทบาทของสื่อมวลชนให้เป็นไปตามจรรยาบรรณโดยนำเสนอเนื้อหาสาระที่สร้างสรรค์ไม่ยุยง บิดเบือนข้อเท็จจริงจนเกิดความเกลียดชัง
อดุลย์ กล่าวว่า ข้อเสนอของเสรีเป็นส่วนหนึ่งของผลการศึกษาที่ชุดเอนกทำไว้ ไม่ได้บอกว่า ข้อเสนอนี้ผิดหรือถูก แต่ถึงเวลาแล้วที่ประเทศชาติจะต้องสร้างความปรองดอง อยากฝากถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ว่า การออกมาเบรกข้อเสนอของเสรีนั้นไม่ถูกต้อง
“ความปรองดองในชาติ คือ สิ่งที่ฝ่ายความมั่นคงของประเทศจะต้องสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอของนายเสรี หรือแนวทางของคณะกรรมการปรองดอง สปช.ที่อาจนำไปสู่การนิรโทษกรรมในวันข้างหน้า พล.อ.ประวิตร ในฐานะผู้มีบารมีตัวจริง ดำเนินการเหมือนเป็นนายกฯ หรือใครก็ตามใน คสช. หากดำเนินการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นได้ ญาติวีรชนพฤษภา 35 จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป” อดุลย์ กล่าว
พะเยาว์ กล่าวว่า ข้อเสนอเสรีเหมือนหักด้ามพร้าด้วยเข่า คดีเกี่ยวกับผู้สูญเสียหลายคดียังคงดำเนินอยู่ อย่างคดีลูกสาว ศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ชี้แล้วว่า เสียชีวิตจากกระสุนที่มาจากฝั่งเจ้าหน้าที่บนรางรถไฟฟ้า แนวทางของเสรีจึงคือการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แกนนำจากทุกสีทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ แต่ญาติผู้เสียชีวิตไม่ได้อะไรเลย หากรัฐบาลนี้อยากจะผลักดันเรื่องความปรองดอง ก็ไม่คัดค้าน แต่วิธีการจะต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติ เช่น คดียึดสนามบินจะได้รับการพักโทษ แต่กลับไม่ครอบคลุมคดีเผา
ภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำลังพิจารณาเตรียมนำเสนอกฎหมายอำนวยความยุติธรรมเพื่อสร้างสังคมสันติสุข ซึ่งเบื้องต้นจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากสังคมและเป็นที่ยอมรับจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองในทุกกรณี โดยจะดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่มีอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ในส่วนของแกนนำก็จะเปิดช่องให้เข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งจะต้องมี “การสำนึกรับผิด” ซึ่งจะต่างจากคำว่า “ยอมรับผิด” ส่วนกรณีหลังจากนั้นจะเป็นการพิจารณาต่อไปว่าควรออกเป็นกฎหมายพิเศษหรือไม่ เช่น กฎหมายนิรโทษกรรม สังคมมีความพร้อมหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเปราะบาง และที่ผ่านมาได้นำไปสู่ความขัดแย้ง ซึ่งการนิรโทษกรรมจะไม่รวมคดีทุจริต คดีมาตรา 112