นายกฯเดินหน้าปฏิรูป ลบคำครหาปฏิวัติเสียของ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มิถุนายน 2559 เวลา 08:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/435594

นายกฯเดินหน้าปฏิรูป ลบคำครหาปฏิวัติเสียของ

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การปฏิรูปประเทศในปัจจุบันได้กลายเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับรัฐบาลแล้ว โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เสนอกลางที่ประชุมว่า “เพื่อให้ในช่วงระยะเวลาที่เหลือในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นช่วงการปฏิรูปประเทศ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2559-2560) มีเป้าหมายชัดเจนยิ่งขึ้น สำหรับให้ทุกส่วนราชการร่วมดำเนินการในการขับเคลื่อนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก่อนที่จะส่งต่อให้รัฐบาลชุดต่อไปเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน”

“จึงเห็นควรกำหนดเรื่องสำคัญที่จะดำเนินการเพื่อการปฏิรูปในระยะที่ 1 โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลโดยตรงต่อประชาชนหรือเป็นความคาดหวังของประชาชน เช่น การปฏิรูปเศรษฐกิจในด้านรายได้ของเกษตรกร การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปการแก้ไขปัญหาการทุจริต การปฏิรูปองค์กรตำรวจ โดยให้รองนายกรัฐมนตรีทุกท่านหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการกำหนดเรื่องสำคัญที่จะดำเนินการเพื่อการปฏิรูปในระยะที่ 1 แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรี”

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีนโยบายโดยตรงลงมาที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ด้วยว่า มีนโยบายให้ สปท.เน้นเฉพาะงานปฏิรูป 37 วาระของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบ ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิรูปของ สปท. แผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และงบประมาณที่ ครม.ผูกพันไว้

โดย ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ได้ย้ำต่อที่ประชุม สปท. เมื่อวันที่ 24 พ.ค.หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ว่า “สปท.มีหน้าที่เป็นเพียงสภาที่ปรึกษา คือ ศึกษาและให้ข้อเสนอแนะ ไม่มีหน้าที่ตัดสินใจหรือรับผิดชอบว่าจะปฏิรูปเรื่องใด อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องของผู้มีอำนาจ และที่สำคัญคือ เราไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ซึ่งมีหน้าที่ตรากฎหมาย รวมทั้งควบคุมตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล”

สำหรับการดำเนินการในทางปฏิบัติหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ลงมาติดตามการปฏิรูปประเทศด้วยตัวเอง พบว่า คณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย (ครม. สปท. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ได้จัดทำแผนการดำเนินการออกมาบางส่วน โดยเน้นการปฏิรูปตำรวจเป็นพิเศษ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวม 20 ปี ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

ประเด็นการปฏิรูป 10 ด้าน 1.ปรับปรุงการบริหารงานบุคคลและเส้นทางการเจริญเติบโต เช่น การจัดลำดับอาวุโส ปรับปรุงกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ 2.การกระจายอำนาจและพัฒนาการบริหารงานตำรวจ ทั้งการแบ่งอำนาจหน้าที่ กระจายงบประมาณเสมือนนิติบุคคล การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อสร้างการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานในแต่ละพื้นที่ 3.ปฏิรูประบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การให้มีคณะกรรมการคุมคดีสำคัญ พัฒนาระบบการสร้างเครือข่ายและการรับแจ้งเหตุ 4.ค่าตอบแทนและสวัสดิการเพื่อดำรงชีพ อาทิ ลดรายจ่ายของตำรวจชั้นผู้น้อย สร้างอาคารที่พักอาศัยของตำรวจ เพิ่มอัตราเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งพิเศษ 5.อุปกรณ์ประจำกายและประจำหน่วย ซื้ออุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ยานพาหนะ

6.การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น จัดและพัฒนาระบบตรวจสอบภายใน และจัดระบบควบคุมการใช้อำนาจในกระบวนการยุติธรรม โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย 7.การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและท้องถิ่น เสนอกฎหมายว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม เพื่อสร้างหุ้นส่วนระหว่างภาคส่วนต่างๆ ของสังคม พร้อมกับจัดโครงสร้างหน่วยงานป้องกันอาชญากรรม 8.การจัดระบบนิติวิทยาศาสตร์ กระจายหน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน และพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพการตรวจพิสูจน์หลักฐาน

9.การสรรหาและระบบการฝึกอบรม ปรับปรุงระบบการสรรหาและคัดเลือกบุคคล วัดทัศนคติค่านิยมสอดคล้องกับอาชีพตำรวจ เพิ่มสัดส่วนงบประมาณการพัฒนา และ 10.การถ่ายโอนภารกิจ ทบทวนการถ่ายโอนภารกิจ เช่น งานไปรับผู้ต้องขังจากเรือนจำไปส่งศาลและควบคุมผู้ต้องหาที่ศาลในต่างจังหวัด งานทะเบียนคนต่างด้าว การสอบสวนความผิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมโดยตรง

ทั้งหมด การปฏิรูปตำรวจจะต้องไปให้ถึงเป้าหมาย คือ การรักษาความยุติธรรม ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา และการทำงานแบบมีมาตรฐานสากล

นอกเหนือจากไปวาระการปฏิรูปตำรวจแล้วยังมีอีกหลายเรื่องที่คณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบและเตรียมเสนอให้รัฐบาลดำเนินการจัดทำเป็นกฎหมาย เช่น กฎหมายการแข่งขันทางการค้า ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการศึกษาตลอดชีวิต การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม การปฏิรูปองค์การมหาชน การมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองท้องถิ่นผ่านการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เป็นต้น

 

Leave a comment