นิรโทษกรรมรอบใหม่ ครกนี้เข็นไม่ขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 พฤษภาคม 2559 เวลา 10:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/431428

นิรโทษกรรมรอบใหม่ ครกนี้เข็นไม่ขึ้น

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เข็นไม่ขึ้นกับแนวคิดล้างผิดรอบใหม่ผ่านการออกกฎหมายรอการกำหนดโทษเพื่อความปรองดอง ตามที่ เสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ออกมาจุดประเด็นช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

จุดเด่นของกฎหมายนี้จะทำให้คดีสิ้นสุดลงทันที โดยไม่ต้องมีการตัดสินคดีหรือฟังคำพิพากษา ซึ่งคดีที่เข้าข่ายตามกฎหมายนี้จะเป็นคดีความผิดรุนแรงมากขึ้น เช่น กรณีแกนนำบุกยึดสถานที่ราชการ การปิดสนามบินหรือสี่แยกต่างๆ ที่เป็นอุดมการณ์ต่อสู้ทางการเมือง แต่ทำเลยเถิด เกินเลยทำให้เกิดความวุ่นวายในสังคมตามมา แต่จะไม่รวมถึงคดีทุจริต ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และการวางเพลิงเผาทรัพย์

ทว่า ข้อเสนอดังกล่าวมีอันสะดุดตั้งแต่ออกตัวจนประเมินแล้วไม่น่าจะไปถึงฝั่งเมื่อหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับเรียงหน้าออกมาปฏิเสธไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ แถมวิเคราะห์ว่าจะนำไปสู่ความ
“ขัดแย้ง” มากกว่า “ปรองดอง”

ปิดประตูด้วยท่าทีจากบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ออกมาส่งสัญญาณไม่เห็นด้วย และยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนสั่งการ เป็นเรื่องที่ทาง สปท. คิดและทำกันเอง

“ไม่รู้ว่าจะออกมาทำให้เกิดความขัดแย้ง ยุ่งยากทำไม สถานการณ์ขณะนี้ก็ดีอยู่แล้ว ขอปล่อยให้เดินตามโรดแมปดีกว่า เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญออกมาเมื่อไหร่ก็ค่อยว่ากันต่อไป”

มีอันทำให้ท่าทีของเสรีเปลี่ยนไปก่อนออกมายอมรับสภาพว่า “เมื่อข้อเสนอออกมายังไม่ทันเดินหน้าก็มีเสียงคัดค้าน จึงไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้”

วิเคราะห์แล้วสาเหตุที่ทำให้ข้อเสนอเรื่องการ “ล้างผิด” รอบนี้ไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้ ประการแรก เพราะท่าทีที่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยดังจะเห็นจากทุกสีเสื้อ และแต่ละกลุ่มการเมืองรีบออกมาปฏิเสธข้อเสนอแนะนี้ ยืนยันจุดยืนเดิมต้องการพิสูจน์ตัวเองผ่านกระบวนการยุติธรรม

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่สามารถสร้างความสมานฉันท์ปรองดองได้ มีวาระซ่อนเร้น ต้องการช่วยบางฝ่ายและเล่นงานบางฝ่าย ดังจะเห็นว่าข้อเสนอที่เสรีระบุนั้นเอื้อกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เท่านั้น แต่จงใจข้ามเหตุการณ์ทางการเมืองของ นปช. หรือของคนเสื้อแดง

ด้าน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า ทางแกนนำ กปปส.ทุกคนไม่ร้องขอให้มีการล้างผิดในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างที่กระทำไปตัดสินใจดีแล้ว ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก

“การปรองดองคงไม่มีใครปฏิเสธ แต่ไม่ควรเอามาเหมารวมกับการนิรโทษกรรม หรือการล้างผิดในรูปแบบอื่นๆ อีกทั้งการนิรโทษกรรมเพื่อล้างความผิดเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าทำแบบเหมาเข่งสุดซอยเหมือนในยุครัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะนำไปสู่ความแตกแยก ไม่ใช่ปรองดอง”

เหตุผลประการต่อมา คือเงื่อนไขที่จะพ่วงมากับกฎหมายรอกำหนดโทษ ซึ่งมีหลายเรื่องที่หลายฝ่ายไม่อาจยอมรับ เริ่มตั้งแต่เงื่อนไขแรกผู้ต้องหาต้องยอมรับความผิดในชั้นศาลก่อน เงื่อนไขนี้ย่อมทำให้หลายคนยากจะยอมรับได้ เพราะเท่ากับยอมรับว่าเป็นคนทำผิด สวนทางกับที่ผ่านมา ซึ่งปฏิเสธมาโดยตลอด

ทว่าเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดที่ทำให้กลุ่มต่างๆ ไม่อาจยอมรับได้ คือข้อห้ามเล่นการเมืองในอนาคต ต้องยอมรับว่าหลายคนที่ติดร่างแหความผิดนั้นเป็นบุคลากรทางการเมืองในหลายพรรคและอิสระ แถมยังมีแนวโน้มเตรียมตัวเข้าสู่ถนนการเมืองตามโรดแมป นี่จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้หลายฝ่ายไม่พร้อมรับการล้างผิดรอบนี้

ยังไม่รวมกับเงื่อนไขปลีกย่อยอย่างมาตรการ อื่นๆ มาควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้กลับไปกระทำผิดอีก อาทิ การห้ามชุมนุมการเมือง การห้ามปลุกปั่นก่อความวุ่นวาย

หลายฝ่ายมองว่านี่เป็นการเดินตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่แรกสอดรับไปกับข้อเสนอของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มี เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน

แต่ บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ อดีตกรรมการฯ ยังออกมาโต้แย้งข้อเสนอของเสรี เพราะเป็นเพียงแค่การหยิบยกเนื้อหามาเพียงด้านเดียว เป็นการเสนอเพื่อเหตุผลทางการเมือง ไม่ครอบคลุมถึงเนื้อหาในทุกด้านตามที่คณะกรรมการชุดของกรรมการชุดเอนกที่เสนอมา 6 ด้าน จนทำให้เกิดแรงต้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแกนนำที่ยังมีคดีอยู่

ดังนั้น ถ้าดูจากท่าทีของแต่ละฝ่าย มีความเป็นไปได้สูงที่การปรองดองตามสูตรที่เสรีเสนอมานี้จะยังไม่ได้รับการตอบรับ เพราะมีเงื่อนไขบางอย่างที่ยังรับกันไม่ได้ คงต้องไปดูว่าในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่รัฐบาลจะส่งมอบประเทศคืนผ่านการเลือกตั้ง จะมีการใช้อำนาจพิเศษเพื่อสร้างความปรองดองหรือไม่แทน

 

Leave a comment