เปิดกม.นโยบายสาธารณะ ขีดเส้น “รัฐอยู่ใต้ประชาชน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 พฤษภาคม 2559 เวลา 09:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/433770

เปิดกม.นโยบายสาธารณะ ขีดเส้น "รัฐอยู่ใต้ประชาชน"

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีมติเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินเรื่อง การปรับปรุงระบบกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาล ประสิทธิภาพ และการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ และร่าง พ.ร.บ.การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ซึ่งตามขั้นตอนจะส่งให้รายงานให้กับคณะรัฐมนตรีดำเนินการพิจารณาต่อไป

สำหรับสาระสำคัญของรายงานฉบับนี้อยู่ที่ร่าง พ.ร.บ.การมีส่วนร่วมฯ โดยเป็นกฎหมายที่บัญญัติถึงสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมกับภาครัฐเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและชุมชน จากเดิมที่มีเพียงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 เท่านั้น

ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีทั้งหมด 34 มาตรา ซึ่งได้กำหนดความหมายคำว่า “นโยบายสาธารณะ” เอาไว้ว่า แนวทางในการดำเนินการของรัฐในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด การพัฒนาท้องถิ่น การผังเมือง และชุมชนเมือง แผนงานและโครงการพัฒนาของหน่วยงานรัฐที่จัดทำขึ้นตามแนวทางในการดำเนินการของรัฐ หรือโดยวิธีการให้สัมปทาน หรืออนุญาตให้บุคคลอื่นทำ และกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสังคม ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชน

เช่นเดียวกับคำว่า “กระบวนการนโยบายสาธารณะ” ที่ให้มีความหมายว่า การจัดทำและดำเนินนโยบายสาธารณะ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ได้แก่ การริเริ่ม การให้และรับรู้ข้อมูล การรับฟังความคิดเห็น การร่วมตัดสินใจ การร่วมดำเนินการ การร่วมติดตามประเมินผล และการร่วมตรวจสอบการดำเนินนโยบายสาธารณะ รวมทั้ง การพิจารณา แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกนโยบายสาธารณะ

โดยหัวใจของร่าง พ.ร.บ.การมีส่วนร่วมฯ คือ มาตรา 6 ที่ระบุว่า “ประชาชนย่อมมีสิทธิในการมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะตามพระราชบัญญัตินี้” ซึ่งเป็นการรับรองสิทธิของประชาชนในเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

ขณะเดียวกัน หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ และหน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการการส่งเสริมประชาชนด้วยรูปแบบและวิธีการต่างๆ ตามความเหมาะสม 7 ประการ

1.การให้ข้อมูลและการรับข้อมูลจากประชาชน 2.การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 3.การมีส่วนร่วมในการริเริ่ม จัดทำหรือปฏิบัติตามนโยบายสาธารณะ 4.การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในนโยบายสาธารณะ 5.การมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผลนโยบายสาธารณะ 6.การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ 7.การมีส่วนร่วมในการพิจารณา แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกนโยบายสาธารณะ

ทั้งนี้ ในกรณีที่นโยบายสาธารณะของภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนอย่างใดอย่างหนึ่ง ร่าง พ.ร.บ.การมีส่วนร่วมฯ ยังได้บัญญัติถึงมาตรการที่ภาครัฐต้องดำเนินการไว้ในมาตรา 9 และ 10

มาตรา 9 หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะที่อาจมีผลกระทบ

ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอาจยื่นคำร้องให้หน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่งจัดให้มีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ หากพิจารณาเห็นว่าอาจมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและชุมชน โดยหน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการตามคำร้องโดยไม่ชักช้า

มาตรา 10 หน่วยงานของรัฐต้องนำผลการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 9 ไปใช้ประกอบการตัดสินใจในกระบวนการนโยบายสาธารณะ หากมีการดำเนินงานใดที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน คุณภาพสังคม ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม สุขภาพอนามัย หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันหรือมาตรการเยียวยาที่เหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อชดเชยให้กับผู้ซึ่งได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามกระบวนการนโยบายสาธารณะดังกล่าว และมาตรการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสังคมโดยส่วนรวม

ที่สำคัญ เมื่อหน่วยงานของรัฐได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นแล้วให้หน่วยงานของรัฐประกาศการตัดสินใจให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป โดยในประกาศดังกล่าวต้องแสดงถึงเหตุผล ความจำเป็น มาตรการในการป้องกันหรือเยียวยา การแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ความคุ้มค่าของนโยบายสาธารณะ และทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด และเมื่อได้ประกาศแล้ว หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติและดำเนินกระบวนการนโยบายสาธารณะ ตามที่ได้ประกาศไปแล้วโดยเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม แม้ภาครัฐจะได้ดำเนินการนโยบายสาธารณะไปแล้ว แต่หากพบว่าก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและชุมชน และไม่ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันหรือเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถยื่นคำร้องต่อหน่วยงานรัฐเพื่อให้พิจารณาแก้ไขหรือยกเลิกนโยบายสาธารณะได้

ไม่เพียงเท่านี้ ถ้าหน่วยงานของรัฐไม่ดำเนินการตามคำร้องของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ดำเนินการวินิจฉัย และหากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการฯ จะมีสิทธินำเรื่องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ต่อไป

สุดท้าย ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ยังได้มีบทกำหนดโทษที่สำคัญเอาไว้ด้วย ได้แก่ กรณีที่ผู้ใดกระทำการใดๆ จนการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะไม่อาจดำเนินการได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมไปถึงผู้ใดอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตาม พ.ร.บ.นี้ไปบิดเบือนเพื่อประโยชน์ในทางมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

Leave a comment