เปิดช่องการเมืองเคลื่อนไหว จุดเสี่ยงวัดใจ คสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 พฤษภาคม 2559 เวลา 10:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/433355

เปิดช่องการเมืองเคลื่อนไหว จุดเสี่ยงวัดใจ คสช.

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สถานการณ์ความตึงเครียดส่อเค้าคลี่คลายขึ้นตามลำดับ หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงพรรคการเมืองในเวที “ร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติ และประชาชน” นัดแรก ณ สโมสรทหารบก เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา

เวทีนี้นอกจากพรรคการเมืองจะสนใจสอบถามถึงสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ ในช่วงก่อนการออกเสียงประชามติ เพราะกฎกติกาที่ออกมานั้นยังมีหลายข้อที่คลุมเครือ แถมท่าทีจากผู้มีอำนาจในรัฐบาลและ คสช.ยังหลากหลายเกินกว่าจะยึดเป็นแนวทางปฏิบัติได้ ที่สำคัญหากพลาดพลั้งยังสุ่มเสี่ยงต่อโทษรุนแรงทั้งติดคุกและถูกตัดสิทธิทางการเมือง

แม้จะไม่ได้เคลียร์ทุกข้อสงสัย แต่สิ่งที่ ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. และ สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. อธิบาย ก็พอจะอุ่นใจขึ้นมาได้บ้างว่าสิ่งไหนทำได้ และทำไม่ได้ ตลอดจนหลักเกณฑ์การตีความคำว่า เท็จ หยาบคาย ก้าวร้าว ข่มขู่ ปลุกปั่น ที่พอจะทำให้พรรคการเมืองขยับตัวได้มากขึ้น

แต่เป้าใหญ่ที่พรรคการเมือง “มองข้ามช็อต” ไปแล้ว คือ การเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกคำสั่ง คสช.ที่ 57/2557 ให้พรรคการเมืองสามารถประชุมหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ ซึ่งไม่ได้มีผลเฉพาะหน้าแค่เรื่องการออกเสียงประชามติ แต่ยังดีกับการวางแผนเตรียมความพร้อมสู่สนามเลือกตั้ง

รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ ที่จะทำให้พรรคการเมืองกลับเข้าสู่ระบบปกติสามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ หลังจากถูกแช่แข็งมานานกว่า 2 ปี

ดังจะเห็นว่าไม่เพียงแค่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่เปิดประเด็นเรียกร้อง แต่ท่าทีของแกนนำพรรคอื่นๆ ก็ดูจะเห็นพ้องไปในแนวทางนี้เหมือนกันหมด แถมยังผนึกกำลังเรียกร้องไปถึง คสช.ให้อย่างน้อยก็เปิดช่องให้ได้แสดงความคิดความเห็นได้มากขึ้นจากเดิมที่ทำเอาหลายคนต้องถูกเรียกตัวไปปรับทัศนคติ

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกตัวว่า ไม่มีอำนาจตัดสินใจ แต่เชื่อว่าหากผู้มีอำนาจได้ยินเสียงสะท้อนคงจะนำไปพิจารณา เพราะที่ผ่านมาทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงก็เคยมอบหมายให้ไปดูเรื่องผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ ทั้งให้พรรคการเมืองประชุมได้ ไปจนถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น การยกเลิกขึ้นศาลทหาร ฯลฯ ที่ต้องรอดูทั้งสถานการณ์และเวลาที่เหมาะสม

แถมการเปิดเวทีและเชิญพรรคการเมืองมารับฟังคำชี้แจงและซักถามข้อสงสัยรอบนี้ก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี แถมสอดรับไปกับท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ให้ทางฝ่ายความมั่นคงไปพิจารณาเปิดเวทีให้ฝ่ายการเมืองและฝ่ายอื่นๆ มาชี้แจงว่าจะเดินหน้าประเทศกันยังไง ประชามติ และการเลือกตั้ง

ทั้งหมดจึงต้องรอดูความชัดเจนจากฝ่ายความมั่นคงว่าจะยอมไฟเขียวได้มากน้อยแค่ไหน หรือจะเป็นเพียงแค่การออกมาส่งสัญญาณเพื่อลดแรงกดดันจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะจากนานาชาติที่เริ่มเพ่งเล็งประเทศไทยมากขึ้น

แต่สัญญาณจากวิษณุในเวทีชี้แจงพรรคการเมืองน่าจะสะท้อนว่าการปลดล็อกให้มีการเคลื่อนไหวอิสระเป็นไปได้ยาก

เมื่อตอนหนึ่ง วิษณุระบุว่า ต้องรอดูสัญญาณ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงล่อแหลม อาจทำให้เกิดความขัดแย้งได้อีก ต้องระมัดระวังเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดยระบุว่าทั้งในช่วงประชามติและเลือกตั้ง ย่อมมีความล่อแหลมอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่วนจะล่อแหลมมากกว่าก่อนหน้านี้หรือไม่ ไม่สามารถบอกได้

“ไม่ต้องการปลดล็อกปัญหาหนึ่งแล้วจะนำไปสู่ปัญหาหนึ่ง จนกลายเป็นการหนีเสือปะจระเข้” วิษณุ ระบุ

ดังนั้น วิเคราะห์ความเป็นไปได้แล้ว โอกาสที่ คสช.จะยอมผ่อนคลายกฎระเบียบให้เกิดการเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระย่อมเป็นไปได้ยาก เพราะการออกเสียงประชามติถือเป็นเดิมพันที่สำคัญของ คสช. หากพลาดพลั้งไม่ได้ส่งผลเพียงแค่รัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่อาจบานปลายกระทบไปถึงความเชื่อมั่น คสช. แถมอาจเปิดช่องให้กลุ่มที่จ้องจะสร้างสถานการณ์อยู่แล้วในโอกาสนี้สร้างความปั่นป่วน และทำให้ทุกอย่างที่พยายามทำมาต้องพังลงไป

ทางออกที่พอจะเป็นไปได้ จึงอาจเป็นแค่ทางเลือกตรงกลางที่พอจะให้พรรคการเมืองหรือกลุ่มต่างๆ ได้ส่งตัวแทนร่วมเวทีกับ กกต. กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อสะท้อนมุมมองความเห็นในเวทีเดียวกัน โดยที่ กกต.ได้วางแผนกำหนดไว้คร่าวๆ แล้วจะมีการจัดเวทีที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร

นอกจากจะช่วยให้ควบคุมทิศทางการแสดงความคิดเห็นให้อยู่ในหูในตา หรือสามารถชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นที่ถูกพาดพิงได้แล้ว

อีกด้านยังเป็นการลดแรงเสียดทานข้อครหาเรื่องการปิดกั้นแสดงความคิดเห็น ที่พลอยจะทำให้การออกเสียงประชามติครั้งนี้มีปัญหาหรือไม่สง่างาม และอาจถึงขั้นเป็นประเด็นที่จะถูกหยิบยกมาโจมตีในอนาคต

ส่วนเรื่องจะเปิดกว้างอิสระให้เคลื่อนไหวเต็มที่ในช่วงเวลานี้ยังอาจสุ่มเสี่ยงเกินไปในสายตา คสช.

 

Leave a comment