‘รบ.’ดันก.ม.ฟื้นฟูกิจการลดโอกาสSMEsถูกฟ้องล้มละลาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/229668

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา

‘รบ.’ดันก.ม.ฟื้นฟูกิจการลดโอกาสSMESถูกฟ้องล้มละลาย

“สรรเสริญ”ระบุรัฐบาลดันกฎหมายฟื้นฟูกิจการ ลดโอกาส SMEs ถูกฟ้องล้มละลาย หนุนผู้ประกอบการล้มแล้วลุกอย่างเข้มแข็งชี้ เป็นครั้งแรกของไทย เป็นประเทศที่ 3 ของเอเชีย

วันที่ 12 มิถุนายน 2559 พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลผลักดันให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2559 มีผลบังคับใช้เมื่อ 25 พ.ค.59 ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท ซึ่งประกอบกิจการ SMEs และอยู่ในสถานะไม่สามารถชำระหนี้ได้ ให้สามารถยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง“การฟื้นฟูกิจการคือ กระบวนการทางศาลเพื่อรักษาธุรกิจไว้ ให้กิจการดำเนินต่อไปได้ ที่ผ่านมาจะมีเฉพาะบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเท่านั้นที่ยื่นขอฟื้นฟูกิจการได้ รัฐบาลจึงต้องการช่วยเหลือ SMEs ที่ยังมีศักยภาพ แต่อาจมีปัญหาสภาพคล่องทางการเงินหรือไม่สามารถชำระหนี้จำนวนไม่สูงมากได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้ธุรกิจไม่ถูกฟ้องทั้งทางแพ่งและล้มละลาย โดยมีขั้นตอนที่สะดวก ประหยัด รวดเร็ว ผ่านแผนฟื้นฟูสำเร็จรูป (pre package)” พลตรีสรรเสริญ กล่าว

พลตรีสรรเสริญ กล่าวต่อว่า ลูกหนี้ที่ขอฟื้นฟูกิจการ SMEs ของตน ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่า 2 ลบ. คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วน ไม่น้อยกว่า 3 ลบ. ส่วนบริษัทจำกัด ไม่น้อยกว่า 3 ลบ. แต่ไม่ถึง 10 ลบ. และมีช่องทางธุรกิจที่สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยลูกหนี้ต้องยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง พร้อมแผนฟื้นฟูที่ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหนี้ และหลักฐานการประชุมร่วมกัน เพื่อให้ศาลพิจารณาออกคำสั่ง เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องฟื้นฟูกิจการแล้ว เจ้าหนี้จะฟ้องหรือยึดทรัพย์ลูกหนี้ไม่ได้ และให้งดการยึดทรัพย์หรือขายทอดตลาดไว้ แต่ไม่ให้งดบริการไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ และลูกหนี้ยังสามารถขอสินเชื่อธุรกิจตามปกติได้

“นายกฯ ต้องการให้ทุกหน่วยงานพัฒนากฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบให้ทันสมัยและเป็นสากล เช่นเดียวกับกฎหมายล้มละลาย โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 3 ของเอเชีย ที่มีการพัฒนากฎหมายฟื้นฟูกิจการเพื่อช่วยเหลือสนับสนุน SMEs รองจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนข้อดีในการประเมินความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลกอีกด้วย” พลตรีสรรเสริญ กล่าว


Leave a comment