ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219909

การศึกษา-สาธารณสุข : 6 ม.ค. 2559
อิ่ม สุข ปลูกอนาคตหนุนเด็กไทยเรียนรู้พัฒนายั่งยืน
อิ่ม สุข ปลูกอนาคตหนุนเด็กไทยเรียนรู้พัฒนายั่งยืน
กิจวัตรประจำวันของ พรพรรณ ทองวงค์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านปากพู่ อ.กะปง จ.พังงา พร้อมกับเพื่อนร่วมชั้น ศาสตรินทร์ แซ่ล่อง และเนตรนภา ลายทิพย์ นอกจากเรียนหนังสือแล้ว ทุกๆ เช้าพอมาถึงโรงเรียน น้องทั้ง 3 คนตรงมาที่โรงเรือนเลี้ยงไก่ของโรงเรียน เพื่อให้อาหารแม่ไก่ไข่ จำนวน 100 ตัว เสร็จแล้วรดน้ำผักสวนครัว ให้อาหารปลาดุกบิ๊กอุย เก็บเห็ดและผัก ก่อนเข้าห้องเรียน และกลับมาเก็บไข่ช่วงเวลาพักกลางวัน เพื่อรวบรวมส่งให้โรงอาหารของโรงเรียนนำไปประกอบอาหารกลางวันให้แก่เพื่อนนักเรียน
กิจกรรมทุกวันของน้องพรพรรณ และเพื่อนร่วมชั้น เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ได้เข้ามาดำเนิน “โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต” 60 โรงเรียน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 60 พรรษา เพื่อสนับสนุนให้โรงเรียนบ้านปากพู่ เป็นโรงเรียนขยายโอกาสเปิดสอนนักเรียนตั้งแต่อนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้มีวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารกลางวันเลี้ยงดูเด็กนักเรียนจำนวน 180 คนของโรงเรียน ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ปลอดภัย มีภาวะโภชนาการและสุขอนามัยที่ดี
นายนิจกานต์ แตงเหมาะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากพู่ กล่าวว่า โครงการ “ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต” สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ การได้รับสนับสนุนแหล่งผลิตวัตถุดิบสำหรับอาหารกลางวัน ตั้งแต่แม่ไก่ไข่ โรงเพาะเห็ด บ่อเลี้ยงปลา แปลงปลูกผักสวนครัว ได้เข้ามาช่วยเติมเต็มและต่อยอดเป้าหมายการยกระดับภาวะโภชนาการที่ดี และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ ของเด็กและเยาวชนไทย เป็นวัยที่ต้องการอาหารมีคุณประโยชน์อย่างเพียงพอ เพื่อให้เด็กเติบโต แข็งแรง และมีความพร้อมเรียนรู้เพื่อพัฒนาสติปัญญาที่ดี เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต
“โรงเรียนได้มอบหมายให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้ามามีส่วนร่วมในการเลี้ยงไก่ไข่ และปลา การปลูกผักสวนครัว รวมถึงการเพาะเห็ด เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้การเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งโรงเรียนยังสอนให้เด็กได้รู้จักการทำปุ๋ยหมักจากพืชผสมกับมูลไก่ เพื่อนำมาใช้กับแปลงผักสวนครัวของโรงเรียน ส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายให้แก่ชุมชนได้อีกด้วย” นายนิจกานต์ กล่าวเพิ่มเติม
ด้าน น้องเนตรนภา ลายทิพย์ เล่าว่า มีหน้าที่ดูแลแม่ไก่ ให้อาหารปลาดุก รดน้ำต้นไม้ ไม่ถือว่าเป็นภาระสำหรับตนเองเลย เพราะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้ทุกคนในโรงเรียนได้รับประทานเมนูอาหารกลางวันที่หลากหลายไม่ซ้ำกัน และสามารถนำเทคนิคและประสบการณ์จากการช่วยงานโรงเรียนไปช่วยงานพ่อแม่ที่บ้านได้อีกด้วย
ขณะที่ ศาสตรินทร์ แซ่ล่อง เล่าว่า เด็กๆ ส่วนใหญ่ชอบกินไข่อยู่แล้ว จึงดีใจที่ได้เห็นเพื่อนกินกับข้าวที่ทำจากไข่เกือบทุกวัน และยังได้กินผักที่ปลูกเอง สดสะอาด และมั่นใจว่าปลอดสารเคมี ทำให้เพื่อนๆ ในโรงเรียนมีสุขภาพดี และยังกลับไปทำปุ๋ยหมักเพื่อไว้ใช้กับแปลงผักที่บ้านอีกด้วย
ทั้งนี้ โรงเรียนบ้านปากพู่ จ.พังงา ซึ่งเป็นโรงเรียนในชนบทที่ยังขาดแคลนโอกาส ได้มีแหล่งผลิตวัตถุดิบสำหรับใช้ประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียน แปลงปลูกผักกางมุ้ง บ่อเลี้ยงปลาและปลาดุกบิ๊กอุย 1,500 ตัว โรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่พร้อมแม่ไก่ 100 ตัว และโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าและสนับสนุนเชื้อเห็ดอีก 1,000 ก้อน พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ในการผลิตอาหารที่ได้มาตรฐานปลอดภัยสู่โรงเรียน ช่วยทำให้โรงเรียนมีวัตถุดิบในการประกอบอาหารกลางวันอย่างเพียงพอ เด็กนักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงตนเองหลังจากจบการศึกษาได้ในอนาคต รวมทั้ง โรงเรียนสามารถนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายในชุมชนได้