เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ เริ่มต้นการออม-ดูแลสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219626

การศึกษา-สาธารณสุข  :  1 ม.ค. 2559

เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ เริ่มต้นการออม-ดูแลสุขภาพ

เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ เริ่มต้นการออม-ดูแลสุขภาพ : โดย…ทีมข่าวสาธารณสุข

                     ปัจจุบันโลกได้กลายเป็นเมืองมากขึ้น จากข้อมูลที่บ่งชี้ว่าประชากรเกินกว่าครึ่งอาศัยอาศัยอยู่ในเมืองและอีกประมาณ 15 ปีข้างหน้า ประชากร 3 ใน 4 ของโลกจะอยู่ในเมือง อีกเรื่องใหญ่ๆ เรื่องหนึ่งคือโลกจะแก่ลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกเช่นกันที่ประชากรสูงวัยจะมากกว่าคนอายุ 18 ปีหรือน้อยกว่า ไม่ว่าเป็นสาเหตุจากอัตราการเกิดที่ลดลงและวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ดีขึ้นและแนวโน้มเหล่านี้จะยังคงอยู่อย่างน้อยอีก 20 ปี เพราะฉะนั้นการออกแบบและวางผังเมืองจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนของโลกใบนี้
                     ผศ.ดร.นิรมล กุลศรีสมบัติ ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง Urban Design and Development Center : UDDC กล่าวว่า มีคนเปรียบเทียบว่ากรุงเทพฯเป็นเมืองที่คนหนุ่มสาวที่มุ่งหน้ามาทำงาน แต่หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร กลับไม่มีผู้สูงวัยออกมาใช้ชีวิต นั่นอาจเป็นเพราะไม่มีพื้นที่ที่จะอยู่ได้อย่างมีความสุข
                     ดังนั้น จึงต้องเพิ่มโอกาสในการพัฒนาเมืองของกรุงเทพมหานครว่า พื้นที่ย่านเก่าในกรุงเทพฯ เข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว การพัฒนาเมืองในระดับย่านจึงเป็นสัญญาณที่สำคัญเพราะเป็นพื้นที่ที่มีต้นทุนสูง ไม่ว่าจะเป็นการสั่งสมประสบการณ์ของผู้สูงอายุในพื้นที่ รวมทั้งความรู้และเครือข่ายซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สามารถเชื่อมโยงสถาบันทางสังคมได้ดี
                     “คนทุกวัยสามารถใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างเท่าเทียม สามารถเชื่อมโยงกัน ผู้สูงวัยเป็นต้นทุนที่สูงมาก เพราะมีทั้งอัดแน่นไปด้วยประสบการณ์ชีวิต ความรู้และเวลาที่จะมาช่วยขับเคลื่อนโครงการที่สำคัญ โดยมองว่าการเพิ่มพื้นที่สาธารณะให้มากเพื่อให้คนในชุมชนได้ออกมาชีวิต การทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อเอื้อให้คนสูงวัยมาเจอกับคนรุ่นหลังให้มากขึ้น สิ่งที่เราต้องการตอนนี้ก็แค่ทัศนคติ โอกาส และพื้นที่ในการที่จะเอื้อให้ผู้สูงวัย สามารถใช้ศักยภาพที่มีได้อย่างเต็มที่” ผอ.ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง กล่าวทิ้งท้าย
                     รศ.ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา คณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเตรียมตัวเข้าสู่วัยชราภาพโดยเฉพาะเรื่องการออม เนื่องจากผู้สูงอายุในปัจจุบันกับอนาคตมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะผู้สูงอายุในปัจจุบันมีลูกมากเป็นครอบครัวใหญ่ ลูกหลานช่วยเหลือเกื้อกูลได้ แต่ในอนาคตผู้สูงอายุคือพวกเราวัยทำงานนี่เอง ซึ่งบางคนไม่แต่งงานหรือมีลูกน้อย นั่นก็เป็นเหตุให้มีผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับการเกื้อหนุนจากบุตร ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะอยู่นานกว่าผู้สูงอายุในปัจจุบันอีกด้วย เพราะฉะนั้นการเตรียมพร้อมตัวเราเองสำคัญที่สุด
                     รศ.ดร.วรเวศม์ ให้คำแนะนำว่า คนไทยต้องเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการออม จากที่เข้าใจว่ารายได้หักรายจ่ายคือการออม เปลี่ยนเป็น “รายได้หักการออมเหลือเท่าไหร่ค่อยเอาไปใช้” และต้องออมอย่างเหมาะสมสม่ำเสมอ
                     “นอกจากนี้ยังต้องมีการเตรียมตัวในเรื่องของความรู้ทักษะ ประสบการณ์ เพราะในอนาคตผู้สูงอายุอาจจะต้องทำงานต่อเนื่องจากการขยายอายุเกษียณ ที่สำคัญคือเรื่องการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายมหาศาลในอนาคตด้วย” คณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ กล่าวย้ำ
                     ในมุมมองของการดูแลสุขภาพแบบ “ป้องกันดีกว่าแก้ไข” เพื่อรับสังคมสูงวัย ดวงจิต ศิริมังคโลดม หรือ ไว ไกลหมอ เจ้าของแฟนเพจ “ไกลหมอ” แนะนำว่า เริ่มจาก “อากาศ” การหายใจที่ถูกต้องคือ การหายใจเข้าพุงป่อง หายใจออกพุงแฟบ เพราะถึงแม้ว่าคนเมืองทั่วไปจะเลือกอากาศของตัวเองไม่ได้ แต่เรามีสิทธิ์ที่จะเอาอากาศเข้าตัวอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดได้
                     “ต่อมา “น้ำดื่ม” บอกเลยว่า น้ำเป็นยา แต่คุณต้องรู้ว่าดื่มเท่าไหร่ โดยคำนวณจากน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 5 ซีซีทุกวัน และต้องดื่มน้ำเปล่าที่สะอาด ส่วน “ผักสด” ดีที่สุด เพราะมีเอนไซม์ แต่หากไม่ไว้ใจว่าปลอดสารเคมีหรือไม่ให้ล้างผักด้วยน้ำด่างที่มีค่า PH มากกว่า 11 ขึ้นไป หรือใช้เบกกิ้งโซดาใส่น้ำล้างผักให้สะอาด” ไว ไกลหมอทิ้งท้าย
                     นอกจากนี้ยังได้ฟังประสบการณ์ในการมองความตายให้เป็นเรื่องธรรมดาโดยป้าศรี คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ อายุ 76 ปี ประธานกรรมการโรงพยาบาลจักษุรัตนิน และนักเขียนชื่อดัง ร่วมแบ่งปันว่า การยื้อความตาย คือ การยื้อกระบวนการตายให้ยาวขึ้น ส่วนการยื้อชีวิต การยืดชีวิตที่ยังมีคุณภาพให้ยาวขึ้น แต่ในการทำงานด้านนี้เราพบว่าการยื้อชีวิตเป็นการยื้อความตาย
                     “มีคำถามว่า การถอดท่อช่วยหายใจของผู้ป่วยในระยะท้ายทำได้หรือไม่ คำตอบก็คือ ถอดได้ ถ้าลูกหลานและญาติพี่น้องประชุมกับหมอแล้วว่า ยินยอม หรือหากเจ้าของชีวิตได้มีพินัยกรรมเอาไว้ว่าไม่เข้ารับการรักษาในระบบสาธารณสุข ซึ่งมีแบบฟอร์มของ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มาตรา 12 ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550” ป้าศรียกตัวอย่าง
                     ป้าศรีบอกอีกว่า คุณภาพความตายจะเกิดไม่ได้ ถ้าเจ้าของชีวิตไม่พร้อม ดังนั้นคุณภาพความตายคือ กายไม่ทุกข์ทรมาน ไม่อึดอัด ไม่เจ็บปวด ใจไม่วิตกกังวล ไม่โกรธ ไม่หงุดหงิด ไม่หวาดกลัว สังคมหรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง รวมทั้งความเชื่อที่ไม่รู้สึกขัดแย้งในใจ ไม่รอคอย ไม่กังวล ไม่เป็นห่วง จิตวิญญาณสุขสงบจากอิสรภาพ จากการยึดติดวัตถุและอารมณ์ จากการยึดติดกายใจและสังคมนั่นเอง
———————
(เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ เริ่มต้นการออม-ดูแลสุขภาพ : โดย…ทีมข่าวสาธารณสุข)

Leave a comment