ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/221430

การศึกษา-สาธารณสุข : 28 ม.ค. 2559
‘ดาว์พงษ์’สั่งทบทวนเกณฑ์คัดเลือกผอ.ร.ร.
‘ดาว์พงษ์’ สั่งทบทวนเกณฑ์คัดเลือก ผอ.ร.ร. ชี้ผู้บริหารเป็นหัวใจสำคัญ เล็งให้อำนาจ สพฐ.โยกย้าย ลงโทษ สอบสวนวินัยครู ชี้ที่ผ่านมากระบวนการล่าช้า
28 ม.ค. 59 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือถึงแนวทางการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้บริหาร โดยเฉพาะในตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เนื่องจากการที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชน พบว่า กุญแจสำคัญที่จะทำให้การจัดการศึกษาประสบความสำเร็จ คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งหากเราคัดสรรคนดี คนเก่งมาเป็นผู้บริหารโรงเรียน โรงเรียนก็จะพัฒนาไปได้เร็ว จึงต้องมาดูว่ากติกาเดิมที่จะใช้ในการคัดเลือกมีความเหมาะสมหรือไม่ มีอะไรที่เป็นช่องว่าง ต้องมาปรับเพิ่มแก้ไข เพราะตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนมีผลมากต่อการพัฒนาการศึกษา
“จะสังเกตได้ว่าโรงเรียนที่พัฒนาได้เร็วส่วนมาก จะมีผู้อำนวยการโรงเรียนที่เก่ง ขยันทุ่มเท โรงเรียนที่พัฒนาได้ช้า ก็อาจจะมีปัจจัยอื่นบ้าง แต่หัวใจสำคัญคือผู้อำนวยการโรงเรียน ส่วนจะปรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษาสังกัด สพฐ. โดยขอให้ผู้ที่เข้าคัดเลือกในกลุ่มประสบการณ์ ไม่ต้องผ่านการสอบข้อเขียน ตามที่ สพฐ.เสนอหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้”
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ตนได้มอบหมายให้ ก.ค.ศ.ไปหาแนวทางปรับแก้อำนาจในการบริหารงานบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ โดยให้ สพฐ.มีอำนาจในการโยกย้าย ลงโทษ หรือสอบสวนทางวินัยครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด จากเดิมที่เป็นอำนาจของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) นั้น ยังไม่ลงตัว แต่มีการพูดคุย และมอบหมายให้ สพฐ. และ ก.ค.ศ.ไปหารือร่วมกัน เพราะสังเกตว่ากระบวนการสอบสวนวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีขั้นตอนที่ค่อนข้างล่าช้า
โดยเฉพาะการสอบสวนกรณีการทุจริต จึงต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรให้การสอบวินัยมีความรวดเร็วขึ้น ซึ่งเรื่องนี้โยงไปถึงการพิจารณาแต่งตั้ง ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้เขา เขาก็เลื่อนตำแหน่งไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมาดูว่าการลงโทษทำไมถึงช้า ส่วนจะต้องคืนอำนาจไปให้ สพฐ.หรือไม่นั้น ยังไม่คิดถึงเรื่องนั้น แต่ขอให้กระบวนการพิจารณาโทษมีความรวดเร็วขึ้น มีการกำกับและควบคุมได้ ไม่ใช่ปล่อยให้นานไปแล้วทำอะไรไม่ได้ ซึ่งตนจะตัดสินใจให้หน่วยงานไหนดูแล ก็ต้องมีข้อมูลจากทั้ง สพฐ.และ ก.ค.ศ.ประกอบการพิจารณาก่อน