“บิ๊กตู่” กดปุ่มรถพลังไฟฟ้า สั่งเข้มผลิตใช้เองในประเทศเดือนพ.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มิ.ย. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642217

 

“บิ๊กตู่” ใส่เกียร์เดินหน้านโยบายผลิตรถใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศ ขีดเส้นต้องทำใช้ได้จริงภายในเดือน พ.ย.นี้ นำร่องบริการสาธารณะเขต กทม.และปริมณฑลก่อนขยายสู่ต่างจังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งหาวิธีการกำหนดมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าภายในประเทศ เพื่อให้สามารถนำรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามาใช้ได้จริงภายในเดือน พ.ย.2559 นี้ โดยในระยะแรกอาจให้เดินรถในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก่อนที่จะขยายไปในเส้นทางอื่นในต่างจังหวัด โดยให้คำนึงถึงความสะดวกปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้พัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยต้องการสนับสนุนให้ประเทศไทยใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะเกิดการใช้งานได้จริง จึงสนับสนุนด้านการผลิตและงานวิจัยพัฒนาในด้านดังกล่าว ขณะเดียวกันในช่วงต้นปีที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้อนุมัติแผนการขับเคลื่อนภารกิจด้านพลังงานเพื่อส่งเสริมการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย หวังนำไปสู่การใช้ในกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ และรถส่วนบุคคลในอนาคต พร้อมเห็นชอบแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในช่วงปี 2560-2564 ภายใต้วงเงิน 60,000 ล้านบาท

สำหรับการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรก เตรียมความพร้อมการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า มุ่งเน้นการนำร่องการใช้งานกลุ่มรถโดยสารสาธารณะไฟฟ้า รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านสาธารณูปโภค การสนับสนุนด้านภาษี และการปรับปรุงกฎหมาย รวมถึงอัตราค่าบริการสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า โดยดำเนินการในช่วงปี 2559-2560 เริ่มจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะเริ่มใช้รถเมล์ไฟฟ้า ทดลองสมรรถนะ 20 คัน จากนั้นเริ่มนำร่องให้บริการจำนวน 200 คันในปี 2560 พร้อมทางการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เตรียมสถานีอัดประจุไฟฟ้า 4 สถานีใน กทม.

ขณะที่ระยะที่ 2 ขยายผลในกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ และเตรียมความพร้อมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลระหว่างปี 2561-2564 โดยสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ การกำหนดรูปแบบและมาตรฐานสถานีอัดประจุไฟฟ้า การกำหนดมาตรการจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุน การทบทวนโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าและค่าบริการสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้า และระยะที่ 3 ขยายผลไปสู่การส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลระหว่างปี 2564-2579 โดยสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบไฟฟ้า พัฒนาระบบบริหารจัดการการอัดประจุไฟฟ้าอัจฉริยะ และพัฒนาระบบบริหารความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศร่วมกับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายให้มีรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 1.2 ล้านคัน มีสถานีอัดประจุไฟฟ้า 700-800 สถานี.

 

Leave a comment