ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/230634

การเมือง : 20 มิ.ย. 2559
ดอน หารือรมว.กต.กัมพูชา ปูทางประชุมเจซีไทย-กัมพูชาครั้งที่10
ดอน หารือรมว.กต.กัมพูชา ปูทางประชุมเจซีไทย-กัมพูชาครั้งที่10 กรุงเทพฯ เล็งยกระดับจุดผ่านแดนถาวรใหม่ 4 แห่ง หวัง เพิ่มมูลค่าการค้า15พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ภายใน3ปี
นายปรัก สุคน รัฐมนตรีอาวุโสและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา พบปะกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อแนะนำตัวและทำความรู้จัก ในโอกาสที่นายปรักเข้ารับตำแหน่งใหม่ ซึ่งได้เยือนประเทศไทย ภายหลังที่เยือน สปป.ลาวในฐานะประธานอาเซียน โดยได้หารือถึงความร่วมมือของสองประเทศที่ครอบคุมในหลายมิติ อาทิ การส่งเสริมการค้าและการลงทุน รวมถึงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว แรงงาน และเขตเศรษฐกิจพิเศษ
โดยภายหลังการหารือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยและกัมพูชา ได้ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายดอน กล่าวว่าทั้งสองฝ่ายได้ติดตามความคืบหน้าการสร้างความเชื่อมโยงทั้งทางบก เรือ และอากาศให้กระชับรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายยินดีจะร่วมกันแก้ปัญหาและรับมือความท้าทายในภูมิภาค พร้อมกันนี้ ยังหารือเพื่อเร่งรัดการเปิดและยกระดับจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่ 4 แห่ง ได้แก่บ้านหนองเอี่ยน (จ.สระแก้ว) – สตึงบท (จ.บันเตียเมียนเจย) ส่วนที่จะเปิดและยกระดับเป็นจุดผ่านแดนถาวร มี 4 จุด ได้แก่ 1. ช่องอานม้า (จ.อุบลฯ) – อานเซะ (จ.พระวิหาร) 2. บ้านเขาดิน (จ.ตราด) – พนมเด็ย (จ.พระตะบอง) 3. บ้านท่าเส้น (จ.ตราด) – ทมอดา (จ.โปสัต) 4. ช่องสายตะกู (จ.บุรีรัมย์) – จุ๊บโกกี (จ.อุดรเมียนเจย) นอกจากนี้ ยังพยายามเร่งการลงนามความตกลงการเดินเรือชายฝั่งระหว่างไทย กัมพูชา หวังให้ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ และการค้าเกิดความสะดวกคล่องตัวขึ้น และเวียดนาม อย่างไรก็ตาม การพบปะหารือกันครั้งนี้ ถือเป็นการปูทางไปสู่การประชุมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย – กัมพูชา (Joint Commission for Bilateral Cooperation – JC )ครั้งที่ 10 ที่จะมีขึ้นในเดือนสิงหาคม ที่กรุงเทพฯ
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา กล่าวว่า รู้สึกยินดี ที่ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายพร้อมจะพัฒนาด้านการค้า ที่จะยกระดับมูลค่าการค้าในปัจจุบัน มีมูลค่า 5.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐให้เพิ่มพูนเป็น 3 เท่า หรือ 15 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐภายในปี 2020 โดยฝ่ายกัมพูชา ได้เน้นย้ำความร่วมมือด้านแรงงาน เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาคแรงงานกัมพูชาในประเทศไทย และเป็นการช่วยกันขจัดการค้ามนุษย์ และแรงงานทาสยุคใหม่ด้วย