สมาชิกสหกรณ์คลองจั่น ค้าน ยอมความธรรมกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/230847

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน,ธรรมกาย,ฟอกเงิน

การเมือง  :  22 มิ.ย. 2559

สมาชิกสหกรณ์คลองจั่น ค้าน ยอมความธรรมกาย

สมาชิกสหกรณ์คลองจั่น ค้าน กรรมการสหกรณ์ยอมความธรรมกาย ระบุพฤติกรรมอุ้มผู้ต้องหา จี้ยึดทรัพย์ที่งอกเงยจากการฟอกเงิน

          กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) -22. มิ.ย.59. นายธรรมนูญ  อัตโชติ ตัวแทนผู้เสียหายสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด  พร้อมด้วยสมาชิกสหกรณ์กว่า 10 คน เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดียักยอก ฉ้อโกงทรัพย์ และฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่นฯ โดยนายธรรมนูญ ระบุว่าสมาชิกสหกรณ์ต้องการติดตามความคืบหน้าการสอบสวนคดีของดีเอสไอและคัดค้านการทำสัญญายอมความกับกลุ่มศิษย์วัดธรรมกาย เนื่องจากต้องการให้ตรวจสอบทรัพย์สินเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินที่งอกเงยจากการฟอกเงินด้วยไม่ใช่เพียงยอมความแล้วรับเงินเฉพาะส่วนที่รับบริจาคจริง

 

พร้อมยกตัวอย่างการนำเงินสหกรณ์ไปซื้อที่ดินในราคา 300 ล้านบาท ต่อมาที่ดินถูกขายทำกำไรกว่า 1,000 ล้านบาท สหกรณ์จึงไม่ควรตกลงยอมความด้วยการรับชำระคืนเฉพาะเงินต้น การกระทำของคณะกรรมการสหกรณ์คล้ายกับอุ้มผู้ต้องหา การยอมความต้องเกิดจากคู่ความ 2 ฝ่ายทางวัดบอกว่าพระบริสุทธิ์แต่กลับยื่นเงื่อนไขให้สหกรณ์ถอนแจ้งความทุกคดี ลูกศิษย์คนสำคัญบางคนที่มาเจรจาให้ยอมความก็ถูกดำเนินคดีฟอกเงิน

 

“สหกรณ์มีสภาพคล่อง 1,700 ล้าน ถึงอย่างไรก็มีเงินจ่ายคืนให้สมาชิกในงวดแรก 30 มิ.ย.นี้ โดยเงินส่วนนี้ไม่ใช่เงินที่ได้รับคืนจากวัดธรรมกายตามที่มีการกล่าวอ้างกัน จึงไม่จำเป็นต้องยอมความ จนทำให้สมาชิกที่เป็นผู้เสียหายจริงดูด้อยค่า เพราะเป็นการไปรับเงินคืนจากผู้ต้องหา อีกทั้งการยอมความทางแพ่งจะทำให้สำนวนคดีอ่อนลง” นายธรรมนูญกล่าว

 

พ.ต.อ.ไพสิฐ ชี้แจงความคืบหน้าการสอบสวนคดีคลองจั่นฯว่า ดีเอสไอพยายามเร่งรัดสำนวนการสอบสวนหลายคดีให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้หลายคดีได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการแล้ว ส่วนการดำเนินการกับทรัพย์สินเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา ดีเอสไอได้หารือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ดำเนินการกับทรัพย์สิน โดยมอบเส้นทางการเงินที่ตรวจสอบพบทั้งหมดให้ปปง.รับไปดำเนินการว่า หลังจากนายศุภชัยนำเงินออกจากสหกรณ์แล้ว เงินถูกส่งไปเข้าบัญชีใดบ้าง ยืนยันว่าประสานงานกับปปง.อยู่ตลอดเพื่อติดตามทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหาย พร้อมแนะนำให้ผู้เสียหายเข้าติดตามทรัพย์สินจากปปง.ด้วย ส่วนเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างสหกรณ์คลองจั่นกับวัดพระธรรมกายนั้น ดีเอสไออยากให้ผู้เสียหายและสมาชิกพิจารณาด้วยตนเอง เพราะนายศุภชัยเคยเป็นไวยาวัจกรของวัดพระธรรมกายและมาเป็นผู้บริหารสหกรณ์มงคลเศรษฐีและสหกรณ์คลองจั่นฯ

 

พ.ต.อ.ไพสิฐ  กล่าวถึง การตั้งกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยร้ายแรงกับนายกิตติก้อง คณาจันทร์ อดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีคลองจั่นว่า  มีการตั้งกรรมการสอบสวนในประเด็นการสอบสวนคดีไม่ชอบโดยไม่มีอัยการร่วมสอบสวน และประเด็นการถอนอายัดที่ดินทำให้ที่ดินถูกนำไปขาย ทั้งนี้ระหว่างการสอบสวนความผิดนายกิตติก้องได้ยื่นขอลาออกจากราชการ แต่ไม่มีผลกระทบกับการสอบสวนเพราะการพิจารณาจะมีผลย้อนหลังทั้งหมด ส่วนจะมีความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่ขึ้นอยู่กับรายละเอียด รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวด้วย

 

พ.ต.อ.ไพสิฐ  ยังกล่าวถึงการตรวจสอบคลิปภาพเชิญชวนคนเข้าร่วมกิจกรรมภายในวัดพระธรรมกายของนายบุญชัย เบญจรงคกุล นักธุรกิจชื่อดัง ว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายยังพิจารณาคำพูดในคลิปว่ามีเจตนายุยงปลุกปั่นให้ประชาชนออกมาร่วมกระทำผิดหรือไม่ หากเป็นการเชิญชวนให้มาทำบุญก็ไม่ผิด เพราะไม่สามารถห้ามคนมาทำบุญในวัดตามปกติได้ ทั้งนี้เมื่อฝ่ายกฎหมายตรวจสอบแล้วเสร็จจะพิจารณาต่อไปว่ามีความจำเป็นต้องเรียกนายบุญชัยเข้าชี้แจงหรือไม่ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่มศิษย์ที่ขัดขวางการเข้าตรวจค้นและจับกุมพระธัมมชโยนั้น พนักงานสอบสวนได้มอบภาพถ่ายทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวให้สภ.คลองหลวงไว้ดำเนินการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาแล้ว

 

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวด้วยว่า ในวันนี้ (22 มิ.ย.) ดีเอสไอได้ประชุมร่วมกับแพทยสภาเพื่อหาแนวทางร่วมในการพิจารณาการใช้ใบรับรองแพทย์เลื่อนคดี เพื่อขอให้แพทยสภาร่วมตรวจสอบใบรับรองแพทย์ด้วย ส่วนกรณีแพทย์ที่ออกใบรับรองเท็จให้กับพระธัมมชโย แพทยสภาได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 4-5 เดือน

 

ด้านพ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ดีเอสไอรับสอบสวนคดีคลองจั่นเป็นคดีพิเศษ 13 คดี สอบสวนเสร็จแล้ว 4 คดี เป็นคดียักยอกฉ้อโกงทรัพย์ คดีความผิดของเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ซึ่งส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนความผิดแล้ว เหลือคดีค้างการสอบสวนอีก 9 สำนวน โดยเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย 4 สำนวน ได้แก่ คดีของนายสถาพร วัฒนาศิรินุกูล อดีตพระวัดธรรมกาย โดยสึกออกมาทำธุรกิจที่มีเส้นทางเงินมาจากนายศุภชัย คดีที่นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความของวัดพระธรรมกายถือหุ้นบริษัทเอ็มโฮมแทนนายศุภชัย และกรณีการซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงพยาบาลของวัดที่เงินทั้งหมดมาจากนายศุภชัย

 

พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.) ดีเอสไอได้หารือกับกรรมการสหกรณ์ชุดปัจจุบันเพื่อให้ฟ้องร้องทางแพ่งเรียกเงินคืนจากวัด หลังพบวงเงินบริจาคเพิ่มเติมอีก 400 ล้านบาท ซึ่งกรรมการสหกรณ์ระบุว่าการตรวจสอบไม่พบวงเงินดังกล่าว จึงขอรับหลักฐานจากดีเอสไอนำไปยื่นฟ้องเพิ่มเติม สำหรับการดำเนินการกับทรัพย์สินในชั้นสอบสวนนั้น ดีเอสไอยึดที่ดินในชื่อของนายศุภชัยไว้ทั้งหมด แต่ยังไม่เคยยึดอายัดทรัพย์ในส่วนที่เป็นของวัดพระธรรมกาย แต่ได้ส่งหลักฐานให้ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินในส่วนนี้แล้ว

 

 


Leave a comment