ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มิ.ย. 2559 06:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/649969

รัฐทุ่ม 3 แสนล้านลงทุนพื้นฐาน หวังเอกชนลงทุนต่อ 1.9 ล้านล้าน
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบตามที่ สศช.เสนอโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรืออีสเทิร์น ซีบอร์ด เฟส 2 โดยให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กองทัพเรือ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำรายละเอียดแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทั้งทางบกทางรางทางน้ำและทางอากาศให้แล้วเสร็จใน 3 เดือนเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียนใน 3 จังหวัด คือชลบุรี ระยองและฉะเชิงเทรา โดยภายใต้โครงการนี้ภายใน 5 ปี รัฐจะมีเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 300,000 ล้านบาท ขณะที่คาดว่าจะมีเงินลงทุนจากเอกชนตามมาไม่ต่ำกว่า 1.9 ล้านล้านบาท เทียบกับปี 24 ที่รัฐบาลทำโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดเฟสแรก ตอนนั้นรัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 200,000 ล้านบาทและมีเอกชน ลงทุนตาม 1.9 ล้านล้านบาท
นายปรเมธีกล่าวต่อว่า พื้นที่นี้มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรองรับอีก 30,000 ไร่ จะเป็นพื้นที่พัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ที่เป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบ่งเป็น 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve) และ 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) ซึ่งจะให้มี พ.ร.บ.การพัฒนา พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกขึ้นมาด้วย และได้ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ใหม่ และความช่วยเหลือจากกองทุนพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้ง ได้รับการอำนวยความสะดวกในการอนุมัติสิ่งแวดล้อม ผังเมือง ใบอนุญาตต่างๆประกาศเป็นเขตปลอดภาษี จัดหาที่ดินและเช่าที่ดินได้ 50+49 ปี “รัฐบาลยังจะเชื่อมโยงท่าอากาศยาน 3 แห่งคือ สุวรรณภูมิ ดอนเมืองและอู่ตะเภา โดยเฉพาะอู่ตะเภาจะเพิ่มการรองรับผู้โดยสารจากปีละ 300,000 คน เป็น 3 ล้านคน รวมทั้งจัดทำศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน และเชื่อมโยงคมนาคมทางถนน ทางราง ทางเรือและทาง อากาศ อีกทั้งจะพัฒนาท่าเรือ และเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวทางทะเล และเน้นเชื่อมท่าเรือท่องเที่ยว 2 ฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน นอกจากนี้จะขยายท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือมาบตาพุด เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกด้านที่จะขยายตัวในอนาคตให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในปี 61
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องอีสเทิร์น ซีบอร์ดเฟส 2 ไปชี้แจงกับนักลงทุนจีนบนเวทีสัมมนาใหญ่ที่นครเซี่ยงไฮ้เพื่อเล่าให้ฟังถึงแนวทางพัฒนาโครงการนี้ พร้อมชักชวน ให้เอกชนจีนมาร่วมลงทุน เพราะจากนี้ไปพื้นที่นี้จะช่วย ให้จีนใช้ไทยเป็นประตูการค้าและการลงทุนในอาเซียน.