ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/231726

การเมือง > ข่าวการเมือง : 29 มิ.ย. 2559
‘จอน’ผิดหวังคำวินิจฉัย‘ม.61’วรรคสองลุยถามกกต.
“จอน” ผิดหวังคำวินิจฉัยศาลรธน. ปม ม.61 วรรคสอง เตรียมเดินหน้าเรียกร้อง กกต. ปรับปรุงประกาศ เปิดพื้นที่ให้คนรับ-ไม่รับร่างรธน.มีสิทธิรณรงค์อย่างสันติได้
29มิ.ย.2559 นายจอน อึ้งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเนชั่น ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ต่อประเด็นวินิจฉัยความในมาตรา 61 วรรคสองของพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ว่า ตนผิดหวังกับมติของศาลรัฐธรรมนูญ ตามประเด็นที่ได้เผยแพร่จากเอกสารข่าว และไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว เนื่องจากรายละเอียดของมาตรา 61 วรรคสองของกฎหมายประชามตินั้น มีเนื้อหาที่ขัดต่อสิทธิและเสรีภาพที่ใช้ในทางสากล รวมถึงอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธะผูกพันอย่างสำคัญในอนุสัญญาฯ ดังกล่าว อย่างไรก็ตามการดำเนินงานขององค์กรที่ยืนหยัดเรื่องสิทธิ และเสรีภาพ รวมถึงเครือข่ายวิชาการจะมีการเคลื่อนไหวต่อไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือในประเด็นข้อเรียกร้องที่จะให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาแก้ไขหรือปรับปรุงประกาศของกกต. ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงความคิดเห็นของประชาชน เพื่อให้การรณรงค์เกี่ยวกับการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในส่วนผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ซึ่งได้ทำอย่างสันติ เช่น การแจกใบปลิว สามารถทำได้อย่างเท่าเทียมกัน
“สิ่งที่องค์กรและเครือข่ายได้ทำนั้น หวังดีต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ การได้รับการยอมรับ และเชื่อถือจากประชาชน รวมถึงในต่างประเทศด้วย ซึ่งสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยต่อประเด็นมาตรา 61 วรรคสองที่ออกมา ผมมองว่าอาจเกิดผลกระทบต่อการจัด และออกเสียงประชามติที่สุจริตและเที่ยงธรรม รวมถึงความน่าเชื่อถือของผลประชามติได้ เพราะเป็นคำวินิจฉัยที่ปิดพื้นที่การแสดงความเห็นอย่างอิสระต่อร่างรัฐธรรมนูญและการรณรงค์ในสังคมได้” นายจอน กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเคลื่อนไหวของเครือข่าย ถูกโยงเข้ากับการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความไม่สงบ นายจอน กล่าวว่า ถือเป็นการไม่ให้ความยุติธรรมแก่เครือข่ายและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน เพราะเครือข่ายและองค์กรที่ดำเนินเรื่องนี้ไม่มีผลผูกพันกับพรรคการเมือง หรือกลุ่มกาารเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนสิ่งที่ดำเนินการล้วนเป็นไปภายใต้หลักวิชาการ และหลักการสื่อสาร โดยไม่หวังผลที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงหรือความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม.