อัยการจับกลุ่ม ห่วง ม.44 เด้ง อัยการ กระทบอิสระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/231734

อรรถพล ใหญ่สว่าง

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  29 มิ.ย. 2559

อัยการจับกลุ่ม ห่วง ม.44 เด้ง อัยการ กระทบอิสระ

ที่ประชุม ก.อ. หนุน “อัยการสูงสุด” ตั้งคกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง ม.44 เด้ง 3 อัยการนาทวี-สมุทรสาคร อัยการจับกลุ่มวิจารณ์ อำนาจพิเศษต้องระวังกระทบความน่าเชื่อถือ

นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด ในฐานะ กรรมการอัยการ (ก.อ.)ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวถึงคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 33/2559 ลงวันที่ 24 มิ.ย.59 ให้พนักงานอัยการจังหวัด และรองอัยการจังหวัดนาทวี และสมุทรสาคร รวม 3 ราย ไปปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการสูงสุดว่า ในการประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก็ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าว มาพูดกันในที่ประชุมด้วย ส่วนประเด็นว่า คำสั่ง หัวหน้า คสช. ดังกล่าวที่ใช้อำนาจตาม รธน.ชั่วคราว ม.44 ให้โยกย้ายข้าราชการอัยการทั้งที่ยังไม่มีมติของ ก.อ.นั้นจะกระทบกับความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ของอัยการหรือไม่นั้น ที่ประชุมยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นอำนาจตาม รธน.ชั่วคราว แต่เราจะตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ซึ่ง ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด จะออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป หลังจากได้ข้อมูลจาก ศอตช. ซึ่งในที่ประชุม ก.อ. เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา อัยการยังไม่ได้รับเรื่องจาก ศอตช.แต่อย่างใด ซึ่งหากได้รายงานมา ก็จะทราบว่าอัยการทั้งสามถูกย้ายเพราะสาเหตุอะไร

เมื่อถามถึงกระแสข่าวความไม่พอใจของอัยการ ต่อคำสั่ง คสช.ในครั้งนี้ นายอรรถพล กล่าวว่า น่าจะเป็นความเห็นส่วนบุคคล ขณะที่คำสั่ง คสช. นั้นมีผลทางกฎหมาย แต่ก็ดีใจที่รัฐบาลเอง บอกว่าหากตรวจสอบพบแล้วไม่ผิดก็จะมีการเยียวยา

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่พูดในกลุ่มอัยการว่าการโยกย้ายดังกล่าวมาจากการเข้าใจผิดของทหาร นายอรรถพล ปฎิเสธว่า ก.อ.ไม่ได้มีการพูดเรื่องนี้ ต้องยอมรับว่าจากที่ดูเฉพาะคำสั่งหัวหน้า คสช. ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่รายงานกับทางทหารด้วย ความเป็นอัยการต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจึงต้องตรวจสอบ ถ้าผิดก็ลงโทษ ถ้าไม่ผิดต้องเยียวยาเพราะเมื่อถูกย้าย พูดง่ายๆ คือ ชื่อเสียงหายไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากเกิดกรณีดังกล่าว และสำนักงานอัยการสูงสุด ได้แถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานอัยการส่วนหนึ่งพูดคุยแสดงความเป็นห่วงกันว่า แม้ คสช. มีอำนาจพิเศษ ตาม ม.44 แต่ก็ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง กลั่นกรองด้วยความรอบคอบ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของใครในการมาโยกย้ายลงโทษบุคคลใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของอัยการ ซึ่งเป็นหลักสากล ที่ต้องได้รับการคุ้มครองและหลักประกันความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เช่นนั้นแล้วย่อมมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรมและกระทบกับสังคมส่วนร่วมในที่สุด.


Leave a comment