ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/231748

การเมือง : 29 มิ.ย. 2559
(EXCLUSIVE) เพราะอะไร?? ไทยจะได้เลื่อนชั้น จาก “เทียร์ 3”
มีข่าวว่าไทยจะได้เลื่อนชั้นจาก “เทียร์ 3” ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ ความจริงจะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอะไร : นันทิดา พวงทอง รายงาน
มีข่าวหลุดออกมาว่าประเทศไทยจะได้เลื่อนชั้นในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Trafficking In Persons Report หรือ TIP Report) ของสหรัฐ หลังจากถูกจัดอยู่ในกลุ่มต่ำสุดหรือ เทียร์ 3 มาติดต่อกัน 2 ปี แต่นั่นเป็นเพียงข่าว ผลอย่างเป็นทางการ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ จะประกาศออกมาในคืนพรุ่งนี้ (30 มิ.ย.) ตามเวลาในประเทศไทย
ที่สุดแล้วประเทศไทยจะได้ “เลื่อนชั้น” จริงหรือไม่ ต้องพิจารณาการดำเนินการของรัฐบาลในรอบปีที่ผ่านมาว่าได้แสดงให้เห็นว่าเอาจริงเอาจริงในการปราบปรามปัญหาการค้ามนุษย์เพียงใด
วิเคราะห์ตามการดำเนินงานของรัฐบาลที่ยึดหลัก 5 P คือ Policy (นโยบาย) , Prosecution (การฟ้องร้องดำเนินคดี) , protection (การปกป้องผู้เสียหายหรือเหยื่อ) , prevention (การป้องกันไม่ให้เกิดค้ามนุษย์) และ Partnership (ต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศที่เป็นพันธมิตรร่วมแก้ไขปัญหา) น่าจะเห็น “สัญญาณบวก” ตามที่ทางกระทรวงต่างประเทศของไทยประเมิน
เพิ่มงบประมาณ69เปอร์เซ็นต์
นายทรงศัก สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์พิเศษ “เครือเนชั่น” ถึงข้อมูลดำเนินงานแก้ไขและปราบปรามค้ามนุษย์ของไทย ว่า ทุกหน่วยงานมีความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ภายใต้การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้งบประมาณให้สูงขึ้น โดยในปี 2558 จำนวน 71.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมปี 2557 จำนวน 49.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงขึ้น 69 เปอร์เซ็นต์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ให้คล่องตัวขึ้น
ออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
“การปราบปรามการค้ามนุษย์ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลและวาระแห่งชาติอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งใจทำให้ดีที่สุด และเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำว่า มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม อย่าง การแก้กฎหมายที่เดิมเป็นจุดอ่อนให้มีผลต่อการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถจับกุม ดำเนินคดี ตัดสินและลงโทษผู้กระทำผิดมากขึ้น มีเงินชดเชยผู้เสีย และอบรม สร้างอาชีพเหยื่อค้ามนุษย์ได้กลับเข้าสู่สังคมได้ ดูได้จากการที่สามารถดำเนินคดีค้ามนุษย์ได้มากขึ้น ตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2559 จำนวน 54 คดี และดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 74 ราย”
อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ อธิบายต่อว่า รัฐบาลไทยได้มีการแก้ไขกฎหมาย ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐและเพิ่มโทษให้มากขึ้นในหลายเรื่องที่สามารถดำเนินการกับผู้กระทำผ ิดค้ามนุษย์ได้ รวมทั้งบัญญัติกฎหมายใหม่ที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน อย่าง กฎหมายดำเนินการเอาผิดกับ “ผู้ใช้แรงงานขัดหนี้” ที่มีนิยามค้ามนุษย์ด้วย รวมถึงการยึดพาสปอร์ตหรือเอกสารประจำตัวของแรงงาน ก็ถือว่ามีความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกัน เรามีกฎหมายวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ เช่น การกำหนดหลักเกณฑ์การให้ประกันตัวผู้ต้องหาเฉพาะคดีค้ามนุษย์ เพื่อป้องกันไม่ให้ข่มขู่เพื่อให้เสียรูปคดี ถ้าไม่จำเป็นจริงก็ไม่ให้ประกันตัว ในด้านผู้เสียหาย ส่วนใหญ่จะถูกประกันให้เป็นพยานจนกว่าคดีจะสิ้นสุด กรณีผู้เสียหายที่ต้องการกลับประเทศ เราก็มีการสืบพยานก่อนล่วงหน้า หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อให้กระบวนการทางกฎหมายต่อเนื่อง โดยไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มีกฎหมายนี้
ข้อกฎหมายเดิมบางเรื่องที่มีจุดอ่อน ก็ได้มีการแก้ไข เพื่อสามารถดูแลและควบคุมได้อย่างทั่วถึง อย่าง บริษัทนายหน้านำเข้าแรงงานจากต่างประเ่ทศ จากนี้ไปจะบริษัทจะอยู่ภายใต้การดูแลโดยรัฐบาลในลักษณะ Government to Government มีการกำหนดโควต้านำเข้าแรงงาน หลักเกณฑ์นำเข้าแรงงาน และกำหนดรายชื่อบริษัทแรงงานที่ชัดเจน เพื่อป้องกันบริษัทเถื่อน
จำนวนคดีเพิ่มขึ้น
“ไทยมีความมุ่งมั่นดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง ภายหลังมีการแก้ไขกฎหมายและลดช่องว่างทางกฎหมาย อาทิ การบังคับใช้กฎหมายด้านการทำประมง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2015 – มีนาคม 2016 เจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายเข้าตรวจเรือ 8,398 ลำ พบเรือที่ผิดกฎหมาย 430 ลำ โดยตั้งแต่เดือนมกราคม – ธันวาคม 2558 มีการส่งดำเนินคดีภาคทำการประมงรวม 41 คดี และขนส่งสินค้าประมง 31 คดี จำแนกได้เป็นไต่ก๋ง 15 คน หัวหน้าระดับช่างเครื่อง 21 คน เจ้าของเรือ 7 คน นายหน้า 35 คน รวม 38 คน”
นอกจากนี้ สามารถดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ ทั้งหมดไม่ได้รับการประกันตัวรวม 34 คน ในจำนวนดังกล่าว มี 22 คนที่เป็นคดีค้ามนุษย์เชื่อมโยงกับลักลอบเข้าเมืองชาวโรฮิงญา สามารถจัดการกับผู้กระทำผิดระดับหัวโจกที่เป็นเจ้าหน้าระดับสูงทหาร 5 คน ตำรวจ 4 คน เจ้าหน้าที่รัฐ 4 คน นักการเมืองท้องถิ่น 7 คน และพยาบาล 1 คน ทั้งนี้ ส่วนที่มีการตัดสินคดีไปแล้ว มีการสั่งจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน สูงสุด 22 ปี
การดูแลเหยื่อการค้ามนุษย์
ในการป้องกันปัญหาค้ามนุษย์ นายทรงศัก ระบุว่า สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายในปี 2558 จำนวน 720 คน จากเดิมปี 2557 จำนวน 595 คน สูงขึ้น 21 เปอร์เซ็นต์ มีผู้เสียหายที่พำนักอยู่ในบ้านพักของ พม. ในปี 2558 จำนวน 471 คน จากเดิม 303 คน สูงขึ้น 55 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ได้จัดหาล่ามภาษาต่างๆให้กับเหยื่อผู้เสียหาย เช่น ภาษาโรฮิงญา กระเหรี่ยง กัมพูชา กะฉิ่น เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถขอความช่วยเหลือด้านพื้นฐาน อาทิ การรักษาพยาบาล ทนาย และช่วยให้การจำแนกสัญชาติรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ไทยยังพิเศษกว่าประเทศอื่น โดยผู้เสียหายสามารถได้รับการอบรมอาชีพก่อนจะส่งพวกเขากลับไป เพื่อใช้ชีวิตในสังคมได้
“ไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เปิดสายด่วน มีภาษาต่างประเทศ นำไปสู่การช่วยเหลือค้ามนุษย์มาแล้ว 50 ราย ในจำนวนนี้ 68 เปอร์เซ็นต์เป็นคนต่างชาติ นอกจากนี้ ผู้เสียหายจากกระบวนการค้ามนุษย์ ได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนที่ได้รับเงินสนับสนุนจากการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด โดยแต่ละคนจะได้รับเงินเยียวยาพิจารณาจากความรุนแรง และเสียหายของแต่ละคน และยังได้มีการพัฒนาแบบสอบถามเพื่อจำแนกผู้เสียหายจากคดีค้ามนุษย์ หากเกี่ยวข้องคดีอื่น ก็ส่งต่อเพื่อเข้ากระบวนการตามกฎหมายของคดีนั้นๆ เช่น การกระทำความรุนแรง เด็กและผู้หญิง เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาค้ามนุษย์”
นายทรงศัก กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลที่กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งรายงานเรื่องการดำเนินการปราบปรามการค้ามนุษย์ให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม และมีนาคม 2559 นอกจากนี้ ยังพบปะกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ องค์การระหว่างประเทศ เอ็นจีโอที่ติดตามเรื่องกระบวนการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังความคิดเห็น และนำเจ้าหน้าที่สำนักงานทิปออฟฟิสและเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยลงพื้นที่อีกด้วย
“ประเทศไทยได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล เพื่อปราบปรามปัญหาค้ามนุษย์ ซึ่งมุ่งขัดการค้ามนุษย์เป็นเป้าหมายสำคัญ โดยที่เราไม่ได้คำนึงว่า จะตัดสินหรือจัดอันดับประเทศไทยอย่างไร แต่หวังว่า สหรัฐฯจะพิจารณาจากหลักดกณฑ์ที่ตนเองกำหนดขึ้น โดยปราศจากการเมือง ถ้าพิจารณาจากผลงานการดำเนินงานในปี 58 เชื่อว่า จะมีแนวโน้มในทางบวก”
จับมือกับพันธมิตรแก้ปัญหา
อย่างไรก็ตาม นายทรงศัก กล่าวว่า เรื่องนี้ ไม่ได้เป็นปัญหาของไทยอย่างเดียว การมีพันธมิตรเป็นต่างชาติมาร่วมมือกันในการช่วยตรวจสอบยืนยันสัญชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจ ดีเอสไอ อัยการ ได้มีการประชุมร่วมกันกับหน่วยงานของประเทศเพื่อนบ้านทุกๆ 6 เดือนต่อปีเพราะปัญหาเชื่อมโยงกัน นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศอีกมากที่ประเทศไทยมีบทบาทนำ เช่น กรอบความร่วมมืออาเซียน ซึ่งมีอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ที่ประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มเสนอขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างรอให้สัตยาบรรณ 6 ประเทศขึ้นไปก็มีผลบังคับใช้ ขณะนี้สิงคโปร์กับกัมพูชาให้สัตยาบรรณแล้ว ขณะที่ประเทศไทย อนุสัญญาดังกล่าวผ่าน ครม.แล้วก็คงให้สัตยาบรรณได้เร็วๆนี้ โดยรออีก3ประเทศก็สามารถบังคับใช้ได้ นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือด้านต่อต้านการค้ามนุษย์ในกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ความร่วมมือกับสหรัฐฯ และออสเตรเลีย รวมทั้งไทยยังมีบทบาทนำต่อการปฏิบัติตามกระบวนการบาหลี ที่มีสำนักงานประจำภูมิภาคอยู่ที่กรุงเทพฯ อีกด้วย
รอดูการประกาศอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯคืนพรุ่งนี้ ประเทศไทยจะได้เลื่อนชั้นตามที่หวังจริงหรือไม่!