‘ฟีฟ่า 11 ฟอร์เฮลธ์’ปั้นเด็กไทยก้าวสู่นักเตะอาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/223084

นักเตะ,ฟีฟ่า,ปั้น,เด็ก,ไทย,ก้าว,สู่,เตะ,อาชีพ

การศึกษา-สาธารณสุข  :  25 ก.พ. 2559

‘ฟีฟ่า 11 ฟอร์เฮลธ์’ปั้นเด็กไทยก้าวสู่นักเตะอาชีพ

‘ฟีฟ่า 11 ฟอร์เฮลธ์’ปั้นเด็กไทยก้าวสู่นักเตะอาชีพ : ทีมข่าว ปชส. สพฐ.เรื่อง/ภาพ

           “ฟีฟ่า” ผนึกกำลัง “3 กระทรวง”-สมาคมลูกหนัง” ดันโครงการ “ฟีฟ่า 11 ฟอร์เฮลธ์” หวังอบรมครูพละกระจาย 38,000 โรงเรียนทั่วประเทศ “สุรเชษฐ์” เผยนำร่อง อบรมครูพลศึกษาใน 16 โรงเรียน ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2559 ให้ครูต่อยอดสอนทักษะฟุตบอลเด็กอายุ 11-12 ปี หวังปั้นเด็กไทยจาก 1 ล้านคนให้สุขภาพดีพร้อมก้าวสู่นักเตะอาชีพ

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พญ.มยุรา กุสุมภ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ ศ.ดร.ยีรี ดโรรัค หัวหน้าฝ่ายการแพทย์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ โครงการฟีฟ่าเพื่อสุขภาพเด็กอายุ 11 ปี การศึกษาสุขอนามัยโดยใช้ฟุตบอลเป็นสื่อสำหรับเด็ก “ฟีฟ่า 11 ฟอร์เฮลธ์” โดยจะอบรมครูพลศึกษาใน 16 โรงเรียนนำร่องของไทย ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2559 และกระจายไปใน 38,000 โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อสอนทักษะฟุตบอลให้เด็กอายุ 11-12 ปี ในแนวคิด “สอนน้อยลง เรียนรู้มากขึ้น” ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าปี ค.ศ.2019 จะเข้าถึงเด็กไทยกว่า 1 ล้านคน และหวังว่าช่วยทำให้เด็กไทยมีสุขภาพอนามัยที่ดี

“ความร่วมมือ ระหว่างภาคีทั้ง 4 หน่วยงานนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการให้ความรู้ด้านสาธารณสุขให้แก่เด็กนักเรียนในกลุ่มประเทศสมาชิก เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนอายุ 11-12 ปี หรือระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้มีทักษะทางการกีฬาฟุตบอลที่ดี มีกิจกรรมอื่นทำนอกเหนือจากการเรียน ซึ่งเป็นการสร้างความเพลิดเพลินและเสริมสร้างสุขอนามัยให้แก่เด็กนักเรียน อีกทั้งผู้ปกครองจะได้รับความรู้เรื่องสุขอนามัยที่พึงประสงค์จากบุตรหลานอีกด้วย” พล.อ.สุรเชษฐ์ แจกแจง

ไม่เพียงเท่านั้น ลักษณะโครงการ ช่วง 3 ปีแรก ฟีฟ่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินโครงการ ได้แก่ การจัดอบรมให้แก่ครูพลานามัย จากโรงเรียนนำร่อง 16 โรง โรงละ 2 คน เพื่อเข้ารับการอบรมอย่างเข้มเรื่องการสอนสุขอนามัยโดยใช้ฟุตบอลเป็นสื่อ โดยที่ครูจะเป็นเทรนเนอร์ให้การอบรมครูในโรงเรียนอื่นๆ สำหรับปีต่อๆ ไป โดยมีกำหนดโครงการนี้ 10 ปี มีเนื้อหาการอบรม ระยะเวลา 11 สัปดาห์ ในแต่ละสัปดาห์นักเรียนจะได้เข้ากลุ่มกิจกรรมจำนวน 90 นาที และแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 ประมาณ 45 นาที สอนทักษะการเล่นฟุตบอล เช่น เลี้ยงลูกฟุตบอล หนีบหลีกทุ่น ซึ่งแต่ละทุ่นจะติดป้ายว่า ยาเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม เป็นต้น และในแต่ละสัปดาห์รายละเอียดเนื้อหาความรู้จะเปลี่ยนไป ที่สำคัญโครงการนี้จะได้รับการถ่ายทอดไปยังพ่อแม่ ผู้ปกครองทางบ้าน และบุคคลภายนอกโรงเรียน ซึ่งช่วยให้ทุกคนที่ได้รับฟังและนำไปปฏิบัติ จะมีสุขภาพที่ดีด้วย โดยโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการในปีการศึกษา 2558 หรือเดือนพฤษภาคม 2559 นี้

“กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะร่วมกันส่งเสริมโรงเรียนและสถาบันการวิจัยทุกวิถีทางอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างกิจกรรมความร่วมมือที่มุ่งให้บรรลุวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ องค์การฟีฟ่าก็จะสนับสนุนกระทรวงทั้งสาม ตามโครงการฟีฟ่า 11 เพื่อสุขภาพอย่างเต็มที่ ในเรื่องการให้ความรู้ การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ตามข้อตกลงระหว่างกัน ให้เป็นไปตามกระบวนการ ขั้นตอน ตามบันทึกข้อตกลงให้สามารถดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและสัมฤทธิ์ผลสูงสุดต่อไป”

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ฟีฟ่าเริ่มโครงการตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 ถึงตอนนี้มี 24 ประเทศที่เข้าร่วม โดยสมาคมยินดีที่ฟีฟ่าเลือกไทยจัดทำโครงการนี้เป็นประเทศที่ 4 ในเอเชีย และจะช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กไทย ที่ผ่านมาฟีฟ่าประสบความสำเร็จสร้างเยาวชนให้ก้าวสู่นักเตะอาชีพจากโครงการนี้ ซึ่งตรงกับแนวคิดของตัวเองที่จะพัฒนานักเตะเยาวชนด้วยการสร้างอคาเดมี รุ่น 17 ปี โดยจะนำเด็กโครงการนี้มาต่อยอดเข้าสู่อคาเดมี เพื่อเป็นผลผลิตสู่ทีมชาติไทย และวางรากฐานระยะยาวในการไปฟุตบอลโลก เพราะการไปฟุตบอลโลกไม่ได้ใช้เวลาเพียง 3, 5 หรือ 10 ปีเท่านั้น


Leave a comment