ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225340
การศึกษา-สาธารณสุข : 4 เม.ย. 2559
มทร.ล้านนาสุดเจ๋งดึงสะเต็มเสริมร.ร.โรงงาน
มทร.ล้านนาสุดเจ๋งดึงสะเต็มเสริมร.ร.โรงงาน จับมือเครือข่ายมุ่งสร้างครูสนองตลาดแรงงาน
การจะทำให้การเรียนการสอนด้าน STEM “สะเต็ม”หรือการส่งเสริมให้เด็กไทยมีความรู้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคำนวณ ผสมผสานองค์ความรู้และสร้างเป็นรูปแบบเพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆนั้น มิได้เกิดขึ้นง่ายๆ สิ่งสำคัญบุคคลที่จะนำพาผู้เรียนไปถึง “ฝั่งฝัน” ได้นั้น ก็คือ “ครูผู้สอน” เพื่อร่วมกันผลักดันให้เยาวชนไทยมีฐานคิดในเรื่องเหล่านี้ โดยต้องหันมาปรับการเรียนในรูปแบบเดิม ที่เอาแต่กอดตำรา นั่งติวเพื่อให้ได้คะแนนสูง หรืออ่านทฤษฏีแต่ทำอะไรหรือคิดสิ่งใหม่ๆให้สังคมไทยไม่ได้อย่างการเรียนในรูปแบบเดิมๆ นั้น ครูผู้สอนต้องสลัดการสอนแบบเดิมทั้งไป
ด้วยเหตุนี้เองมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา จึงได้ทำโครงการ Chevron Enjoy Science ขึ้นมา โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเชฟรอล ประเทศไทยสำรวจและผลิต บันทึกความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ สถาบันคีนันแห่งเอเชีย สำนักคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถานประกอบการและสถานศึกษาในเครือข่าย โดยมี มทร.ล้านนาเป็นส่วนสำคัญในการประสานโรงเรียนและอุตสาหกรรมในเครือข่าย เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาด้าน STEM for TVET หรือการใช้ความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคำนวญมาร่วมแก้ปัญหาภาคอุตสาหกรรมของประเทศ
มทร.ล้านนา มีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเทคโนโลยีหรือร.ร.เตรียมราชมงคลล้านนา ดอยสะเก็ด เป็นต้นแบบ ที่ดำเนินการเรียนการสอนในรูปแบบSTEM ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงมาเป็นเวลาร่วม 9 ปีมาแล้ว อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ อย่าง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)ให้ที่นี่เป็นต้นแบบการศึกษาวิชาชีพและเทคโนโลยี (ดอยสะเก็ดโมเดล : Doi – Saket Model ที่แห่งนี้จึงเหมาะสมที่จะเสริมสร้างทักษะการทำงานของครูเพื่อให้เข้าใจการเรียนการสอนในลักษณะบูรณาการความรู้สี่ด้านเพื่อใช้ในงานจริงให้ได้ อีกทั้งมทร.ล้านนายังมีประสบการณ์จากการทำโครงการโรงเรียนในโรงงาน ที่ส่งเด็กและครูไปเรียนรู้ประสบการณ์จริงในโรงงานมาแล้วและมองเห็นปัญหาและข้อจำกัดของการทำโครงการโรงเรียนในโรงงาน ที่มีปัญหานั่นคือทักษะความรู้ของครู และผู้เรียนซึ่งได้แก่นักเรียนที่ทางโครงการต้องการขยายสู่ระดับมัธยมสายวิทยาศาสตร์และวิทยาลัยเทคนิคต่างๆให้เข้าสู่โครงการ
ด้วยเหตุนี้เองโครงการ STEM for TVET ภายใต้กิจกรรมการอบรมเสริมทักษะจึงเกิดขึ้นมา มีครูในโรงเรียนในเครือข่ายคือ ลองวิทยา ดอยสะเก็ดวิทยาคม แม่ลาน้อยดรุณสิกข์ ปริ้นส์รอแยลล์วิทยาลัย มทร.อีสาน เทคนิคพระเยา เทคนิคเชียงราย แม่อายวิทยาคม และวิทยาลัยเทคโนโลยีไต้หวัน (บีดีไอ) จึงส่งครูเข้ามาร่วมกิจกรรมอบรมปฏิบัติการ ลงมือปฏิบัติงาน หรือ “STEM for TVET Teacher workshop” จากนั้นไปถอดบทเรียนในโรงงาน และกลับมาสร้างหลักสูตรเพื่อสอนในโรงเรียนตัวเองและต้องเป็นหลักสูตรที่ทำงานได้จริงและเป็นที่ต้องการต้องสถานประกอบการที่ได้ทำความร่วมมือกัน เพื่อให้ผู้เรียนทำงานให้ได้จริง
นายพยุงศักดิ์ แก้วคำ จากโรงเรียนลองวิทยา จ.แพร่ ครูผู้เข้าร่วมในโครงการ STEM for TVET บอกว่าหากเราต้องการให้เด็กไทยสามารถทำงานและแก้ปัญหาได้จริง เราต้องเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน แต่จะทำได้นั้น ต้องอาศัยความเข้าใจจากผู้บริหารโรงเรียน มีงบประมาณ ความเข้าใจจากผู้ปกครองเพื่อให้เข้าใจการเรียนที่ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเข้าสู่วิชาชีพ ซึ่งแตกต่างจากการเรียนสายสามัญ นอกจากนี้ทีมงานผู้สอนและการสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรม มาร่วมอบรมครั้งนี้ได้รับประโยชน์มาก และจะต้องไปโรงงานเพื่อถอดบทเรียนและกลับไปสร้างหลักสูตรที่โรงเรียนด้วย
นายกัญจน์ นาคเอี่ยม “กัน” อายุ 18 ปี กำลังเรียนเรียนชั้นปวช. 3 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเทคโนโลยี มทร.ล้านนา บอกว่า การที่ครูอาจารย์จากโรงเรียนอื่นๆ มาเรียนรู้และมองเห็นการเรียนการสอนที่ ดอยสะเก็ดโมเดล : Doi – Saket Model เป็นแบบนั้นเพื่อนำไปสู่ STEM for TVET นั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่นี่เราเรียนความรู้ทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ โดยเริ่มฝึกปฏิบัติจริงตั้งแต่ปวช.1 เข้ามาเรียนก็ต้องมีหัวข้อว่าสนใจงานด้านนั้น จากนั้นค่อยๆ หาข้อมูล เพื่อเป็นโครงการก่อนจบปวช.3 การเรียนที่นี่จะเรียนจากหัวข้อโจทย์ที่เราสนใจฝึกทำงานทุกวัน มีระเบียบวินัยเรื่องการทำงานเป็นเวลา เพราะเราต้องอยู่หอพักทุกคน มีงานหรือมีโครงการอะไรนักเรียนก็มาช่วยครูทำงาน และครูอาจารย์ ที่นี่ก็มีการคัดสรรเพื่อสนองตอบต่อการเรียนในระบบนี้โดยตรงครับ
นายสุกฤต ศิริ “กิจ” อายุ 18 ปี กำลังเรียนเรียนชั้นปวช. 3 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเทคโนโลยี มทร.ล้านนา เล่าว่า ครูมีส่วนสำคัญมากครับที่จะทำให้เด็กเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมอง ผมเห็นด้วยอย่างมากที่โรงเรียนอื่นๆจะเปลี่ยนวิธีการสอน โดยเน้นการปฏิบัติและตอบโจทย์ตลาดโรงงานวิชาชีพมากขึ้น แต่การจะไปถึงเป้าหมายตรงนั้นได้ “ครูผู้สอน”มีส่วนสำคัญและเป้าหมายของโรงเรียนและสถานศึกษาแต่ละแห่งก็มีความสำคัญอย่างมาก มันไม่ได้หมายความว่าทุกโรงเรียนจะสามารถทำได้เหมือนๆ กันครับ เพราะรูปแบบการเรียนแบบเดิมมันตรึงผู้คนไว้ในระบบนั้นยาวนานมากครับ
ได้ฟังเสียงสะท้อนจากผู้เรียนที่เรียนในโรงเรียนซึ่งเรียนโดยใช้วิธีการ STEM for TVET ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเทคโนโลยี มทร.ล้านนา คงทำให้การขยายผลการเรียนการสอนในระบบ STEM for TVET มีทิศทางที่มากขึ้น กว้างขึ้น และพึงดำเนินการด้วยความเอาใจใส่ให้มากขึ้นด้วย