ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/233138

การเมือง : 10 ก.ค. 2559
ปชป. แฉ! กทม. ทุจริตอีกรอบ
ปชป.เเฉ”กทม.”เอาอีกเเล้ว!ซื้อรถดับเพลิงเล็กราคา8 ล้าน พวงมาลัยซ้าย แต่ใช้จริงยาก เผยจนท.ไม่กล้าใช้ เเละยังซื้ออุปกรณ์ดับเพลิงแพงกว่าท้องตลาด จ่อยื่นสตง.-ปปช.
10ก.ค.59– ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการทุจริตในกทม.เกี่ยวกับการจัดซื้อรถกู้ภัยขนาดเล็กจำนวน20คันราคาคันละเกือบ8ล้านบาท โดยแยกเป็นตัวรถ2.5ล้านบาท นอกนั้นเป็นค่าอุปกรณ์ดับเพลิงซึ่งรวมวงเงิน160ล้านบาท โดยพบว่ามีความผิดปกติอยู่ โดยบริษัทที่ได้รับงานนั้น ได้รับข้อมูลจากข้าราชการในกทม.ว่าบริษัททีเจเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทริเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด โดยทั้งสองบริษัทคือบริษัทยื่นประมูลงาน แต่บริษัทที่ได้งานไปคือบริษัท ทีเจเอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งตนกำลังตรวจสอบอยู่ว่าสองบริษัทนี้มีความเชื่อมโยงกันจริงหรือไม่ แต่เบื้องต้นมีข้อสังเกตว่ าบริษัททีเจเอ็นจิเนียริ่งมีการเพิ่มวัตถุประสงค์เมื่อวันที่22มิ.ย.2554โดยระบุเพิ่มว่าซื้อและขายเครื่องดับเพลิง ประมูลซื้อและขายรถดับเพลิง ส่วนบริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่งได้มีการเพิ่มวัตถุประสงค์เมื่อวันที่14พ.ย.2556ว่าขายอุปกรณ์ดับไฟ ซึ่งสอดรับกับการตั้งงบประมาณครั้งแรกเพื่อจัดซื้อรถกู้ภัยขนาดเล็กในปี2556เช่นกัน
นายวิลาศกล่าวต่อไปว่า ในเรื่องนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เคยทักท้วงแล้วว่า การซื้อรถพวงมาลัยซ้ายน่าจะผิดพ.ร.บ.จราจรทางบก กทม.จึงไม่กล้าเซ็นต์สัญญามีการชะลอไป60วัน หลังจากนั้น ก็ชี้แจงว่าแม้จะเป็นพวงมาลัยซ้าย แต่ก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายจึงมีการเซ็นสัญญาในวันที่12มี.ค.2558ในส่วนของรถที่มีปัญหาคือ เป็นรถพวงมาลัยซ้ายนั้นเป็นการนำรถเอทีวี หรือที่ในต่างประเทศใช้ชมวิวในป่า มาต่อใส่กระจกติดตั้งเครื่องดับเพลิง ถือเป็นรถค่อนข้างพิสดารกล่าวคือ รถราคา2.5ล้านบาท แต่ไฟเลี้ยวติดอยู่ตรงหัวรถมีขนาดเล็กมาก ส่วนไฟท้ายเป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กและเวลาที่ขับก็ไม่สามารถมองกระจกหลังได้ ต้องเป็นยอดมนุษย์จึงจะใช้ได้ อีกทั้งตัวถังเป็นไฟเบอร์ไม่ใช่เหล็ก ส่วนประตูก็เป็นพลาสติกขนาดของรถเท่าๆกับรถกะป๊อที่รับส่งผู้โดยสาร ซึ่งตนได้ไปตรวจสอบมาสามสถานีแล้ว และมีบางหน่วยที่ได้รถไฟฉุกเฉินเสีย ไฟเลี้ยวไม่ติด ส่วนบางหน่วยเมื่อเอาไปใช้แล้วถังดับเพลิงหายแถมยังเสียต้องเอาไปซ่อม
นายวิลาศกล่าวอีกว่า ตนยังพบว่าชุดระบบดับเพลิงที่ติดตั้งในรถนั้น อุปกรณ์แต่ละอย่างมาจากประเทศที่ต่างกันประมาณ10ประเทศ โดยเมื่อตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์แต่ละชนิดมีราคาที่สูงเกินจริงเช่นถังดับเพลิงหิ้วชนิดชื้นราคาท้องตลาด2,400บาท แต่จัดซื้อในราคา8,000บาทถือว่าแพงเป็นสามเท่า รวมทั้งยังมีการกำหนดสเป็คเป็นถังเหล็ก ทั้งที่ปกติจะผลิตเป็นแบบแสตนเลสโดยผู้ผลิตบอกว่าทาง กทม. กำหนกให้ใช้ถังเหล็ก ซึ่งมีราคาถูกกว่าถังสแตนเลส แต่เสี่ยงเป็นสนิมที่ตัวถัง เพราะบรรจุสารดับเพลิงชนิดชื้น ซึ่งขณะนี้มีการส่งมอบรถไปให้กับสถานีดับเพลิง20แห่งจากทั้งหมด35แห่ง และทราบมาว่ามีการสั่งการที่จะจัดซื้อเพิ่มเติมอีก15คัน โดยใช้เงินจากงบประมาณปี2560จึงอยากให้มีการระงับเรื่องนี้ ตนจึงอยากให้หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่ากทม.และผู้เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบเพื่อทบทวนทั้งนี้ตนจะได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อยื่นต่อสตง.และปปช.ภายในสัปดาห์หน้า
“ผมคิดว่าโครงการนี้เป็นภาคต่อของรถดับเพลิงที่ศาลฎีกาฯเคยพิพากษาจำคุกอดีตรมช.มหาดไทยและคนที่เกี่ยวข้องอีกหนึ่งคนรวมเป็นสองคน แต่กรณีนี้ถ้าเอาผิดน่าจะเป็นพวงเพราะมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากและเป็นโครงการที่ถือว่าเป็นโครงการบาปเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้วย ถือเป็นการสร้างเวรสร้างกรรม ซึ่งรถแบบนี้ผมไม่กล้าขับมาขายให้ผมราคาสามแสนผมยังไม่ซื้อเลยและตอนนี้สถานีรถดับเพลิงที่ได้รับรถไปก็ไม่ได้ใช้ แถมอุปกรณ์ดับเพลิงที่ติดตั้งเมื่อตรวจสอบก็ไม่ครบตามที่กำหนด ซึ่งผมคิดว่าที่ไม่ติดตั้งอุปกรณ์บางประเภทเป็นเพราะกลัวว่าจะหาย รถกู้ภัยแบบนี้นอกจากไม่พร้อมใช้งานแล้วยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยด้วย เพราะไม่มีประกันภัยเจ้าหน้าที่ไม่กล้าใช้ได้แต่สาปแช่งผู้บริหารที่จัดซื้อรถเหล่านี้”นายวิลาศกล่าว