ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/226131
การศึกษา-สาธารณสุข : 19 เม.ย. 2559
CUVIPเรียนรู้ผ่านกิจกรรมพิเศษสอนทักษะชีวิตความเป็นคนด้วยจีบ
‘CUVIP’เรียนรู้ผ่านกิจกรรมพิเศษสอนทักษะชีวิตความเป็นคนด้วย’จีบ’ : ชุลีพร อร่ามเนตรรายงาน
หากเดินไปสอบถาม นิสิตนักศึกษาว่าเลือกเรียนกิจกรรมเสริมหลักสูตรวิชาอะไรมาบ้าง? และควรเลือกเรียนวิชาอะไรดี? หลายคนคงอ้ำๆ อึ้งๆ เพราะไม่รู้ว่าควรเรียน หรือเลือกอะไร เพราะนอกจากมีกิจกรรมให้นิสิตเลือกเรียนมากมายแล้ว บางคนเมื่อไม่มีคะแนน ไม่มีเกรดก็คงไม่อยากจะเรียน (ก็นะ เพียงวิชาที่ต้องเรียนตามหลักสูตรก็เยอะแยะไปหมด)
“จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” พยายามสอดแทรกทักษะชีวิต ความเป็นคนควบคู่ไปกับหลักวิชาการ วิชาชีพ ผุดกิจกรรมเสริมหลักสูตรการศึกษาทั่วไป (ทุกมหาวิทยาลัยก็มีหลักสูตร กิจกรรมเสริมนะ..) หรือเรียกว่าChulalongkorn University Values Integration ProgramหรือCUVIP ซึ่งเปิดสอนมา 8 ปีแล้ว โดยเป็นการเรียนระยะสั้นๆ ไม่มีหน่วยกิต ไม่มีการบังคับให้เรียน ใครสนใจใคร่เรียนก็เรียน ไม่สนใจวิชานี้มีอีกหลายวิชาให้เลือกเรียน ซึ่งปัจจุบันมีกิจกรรมพร้อมเปิดให้เข้าร่วมกว่า149กิจกรรม ใช้เวลาอบรมระหว่าง3-12ชั่วโมง
ทว่าทุกครั้งที่เปิดสอนมีเด็กเรียนบ้าง ไม่เรียนบ้าง จน “วิชาจีบ” ก่อเกิดขึ้น เรียกเสียงฮือฮาทั้งโลกโซเซียล แวดวงสถาบันอุดมศึกษา เหล่านิสิตจุฬาฯ เกิดความสนใจหลั่งไหลสมัครเรียน ผศ. ดร.วีระพันธ์ รังสีวิจิตรประภา ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการศึกษาทั่วไป จุฬาฯขยายความกิจกรรมดังกล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้ให้นิสิตทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ และทักษะชีวิตCUVIPเป็นกิจกรรมที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้ผู้ที่อยากสอน และผู้อยากเรียน ได้มีโอกาสมาเรียน โดยการเรียนจะไม่เป็นการบรรยาย แต่เป็นการลงมือปฏิบัติ เพราะการสอนทักษะชีวิตคน ต้องเรียนรู้ผ่านกิจกรรม
“วิชาในกิจกรรม เป็นเพียงประตูบางหนึ่งที่เปิดออก ให้โอกาสผู้ที่อยากพัฒนาเยาวชนไทย เข้ามาพัฒนานิสิตจุฬาฯ เพื่อให้นิสิตจุฬา มีมุมมองภาคปฏิบัติโดยตรง วิชาจีบ เป็นวิชาที่อาจารย์กล้วย หรือนายธนิช สุนทรธนกูล เป็นผู้สอน โดยอาจารย์เขามีหัวใจอยากสอน และวิชาจีบ จริงๆ ไม่ใช่สอนในเชิงชู้สาว เป็นการสร้างสัมพันธ์ ความประทับใจแรกพบ การพูดการจา การเข้าหาผู้อื่น นิสิตสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิต ทำงาน และด้วยไลฟ์สไตล์เด็กรุ่นใหม่ ถ้าตั้งชื่อวิชาการนิสิตอาจไม่เรียน จึงปรับชื่อให้น่าสนใจ ดึงดูดนิสิตเลือกเรียน”
นิสิตหลายคนอาจเลือกเรียน วิชาจีบ เพื่อนำไปใช้จีบสาวจีบหนุ่ม เพียงเขามีจุดเริ่มต้น สนใจอยากเรียนและมานั่งเรียนทำให้เขารู้เองว่าเรียนอะไร เพื่ออะไรผศ. ดร.วีระพันธ์ เล่าต่อไปว่า จุฬาฯ ไม่หยุดพัฒนานิสิตทุกด้าน โดยเฉพาะทักษะชีวิตคน เพราะเมื่อสู่โลกการทำงาน มีความหลากหลายให้ได้พบเจอ ดังนั้น มหาวิทยาลัยต้องจัดทำวิชาให้เด็กรู้จัก ทำกิจกรรม แปลกใหม่ มหาวิทยาลัยต้องสร้างผู้ที่มีความสามารถหลากหลาย มีทัศนคติเชิงบวก พร้อมเป็นผู้นำหลักสูตร และการศึกษา อิสรภาพการหาความรู้ โดยต้องเป็นความรู้ที่เข้าถึงใจเด็ก ทุกวิชาเน้นพัฒนาความรู้ความคิด ทักษะ ทัศนคติ ด้วยกิจกรรม และสาระความรู้เป็นประโยชน์ ต่อการเสริมสร้างคุณลักษณะนิสิต
หลังเปิดสอนวิชาจีบ2วัน วันละ3ชม.อาจารย์กล้วย ผู้สอนหลักสูตร เล่าว่าคำว่าจีบถูกโยงเรื่องชู้สาว ทั้งที่เมื่อเจอเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกค้า ต้องอาศัยการจีบทั้งสิ้น โดย4เรื่องหลักๆ ที่สอนในวิชาจีบ คือการสร้างความประทับใจ อ่านใจคน สร้างเสน่ห์ และรู้จักเจ็บ เพราะคนเราเวลาพบเจอกันต้องสร้างความประทับใจแรกพบ โดยเริ่มที่ใจไม่ได้สร้างเพื่อหวังผล พอสร้างความประทับใจต้องอ่านใจซึ่งกันและกันถ้าไม่อ่านใจพอหมดโปรโมชั่นส์ ไม่มีผลประโยชน์ต่อกันก็ตีจาก เลิกกัน
ขณะที่ การสร้างเสน่ห์ ทุกคนล้วนมีเสน่ห์ตัวเองแต่พอโตขึ้น หลายคนมองเสน่ห์คนอื่น และเมื่อเรามีปฎิสัมพันธ์กับใคร นานเข้าก็ลดเสน่ห์ตัวเองไม่สนใจตัวเอง ต่อด้วยรู้จักเจ็บ ทุกคนต้องเจ็บเป็น เพราะชีวิตไม่สามารถการันตีได้ ว่าชีวิตจะสมบูรณ์แบบตลอดเวลาคนเราต้องเรียนรู้วิชาเจ็บ เรื่องเหล่านี้ เป็นทักษะใช้ชีวิต“อ.ธนิศ”บอกว่าไม่มีใครสอน
“อยากให้ทุกคนปรับมุมมอง คิดแบบเด็ก ทำแบบผู้ใหญ่ ง่ายๆ เช่น การลดความเครียด ลองคิดแบบเด็ก ไม่ต้องสนใจความเครียด ปล่อยไปก่อน ลองสูดลมหายใจลึกและบิดขี้เกียจ สมองเราจะไม่คิด ความคิดขยะก็จะหายไปและพอผ่านไปเราก็แก้ปัญหาด้วยความเป็นผู้ใหญ่ ไม่จบอยู่กับปัญหา ถ้าลองทำไปเรื่อยๆ เชื่อว่าทุกคนจะขจัดความคิดขยะ ความเครียดที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน”
อย่างไรก็ตาม หลักสูตรอัศจรรย์พลิกชีวิตแบบกล้วยๆ ทั้ง4ข้อ เป็นสิ่งที่คิดขึ้นจากประสบการณ์ และหลักธรรมะ เมื่อนำมาเผยแพร่ต่อผู้อื่นหลายคนนำไปใช้ก็ได้ผลที่ดี แต่ถึงอย่างนั้น อ.กล้วย ไม่ได้การันตี100 %ว่าจะประสบความสำเร็จเพียงอยากให้ทุกคนลองทำ
อดีต“อ.ธนิศ”ขายนาฬิกาออนไลน์ และสอนธรรมะผ่านเฟสบุ๊ค เป็นวิทยากรเผยแพร่ อัศจรรย์พลิกชีวิตแบบกล้วยๆ ให้บุคคลที่สนใจ แต่ขณะนี้ เขากลายเป็นครูที่ต้องการสอนทักษะชีวิตแก่เด็ก เพราะเชื่อว่าเด็กคืออนาคตของชาติ และปัญหาของเมืองไทยมีความวุ่นวายมากถ้าไปแก้ที่ผู้ใหญ่คงยาก ต้องมาแก้ที่เด็กง่ายกว่า โดยเขาจะใช้ วิชาจีบ เป็นใบเบิกทางสอนทั้งในระดับมหาวิทยาลัย โดยขณะนี้ติดต่อไปยัง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม
“สิ่งที่สอนปฎิสัมพันธ์คนอื่น โดยใช้ใจ ไม่ว่าการจีบแฟน จีบเจ้านาย จีบลูกค้า ต้องสานสัมพันธ์ รู้สึกดีต่อกัน โดยใช้ใจไม่ใช่เล่ห์เหลี่ยม เพราะคนทุกวันนี้มักใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อให้ได้ผลในสิ่งที่ต้องการ หากทุกคนเคลียใจให้บริสุทธิ์ก่อนทำความรู้จักกับใคร เมื่อใจบริสุทธิ์ เราสามารถรับรู้และให้ใจบริสุทธิ์แก่คนอื่นได้ เรื่องเหล่านี้ โรงเรียนควรสอน วิชาผมสอนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นพื้นฐานที่ทุกคนต้องรู้อยู่แล้ว”
ต่อจากนี้ อ.ธนิศ จะเปิดสอนวิชาบริษัทเจ้งชัวร์จำกัด เพื่อนำเสนอความล้มเหลวในการทำธุรกิจ เพราะทุกวันนี้ใครๆ ก็บอกแต่ความสำเร็จและโหยหาความสำเร็จ แต่ไม่มีใครรู้ว่าความล้มเหลว ทำอย่างไรถึงล้มเหลว และบางทีความล้มเหลวอาจเป็นโอกาสของใครหลายคน
น้องมิกซ์ นายภูริเดช จิตสัมพันธเวช นิสิตชั้นปีที่1คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในนิสิตเข้าร่วมเรียนวิชาจีบเล่าว่าครั้งแรกที่รู้ชื่อวิชาเชื่อว่าทุกคนต้องมองเรื่องชู้สาว แต่ถ้าทุกคนมาเรียนจะรู้ว่าไม่ใช่ เพราะการจีบในที่นี้ เป็นวิธีการเข้าหาคนอื่น เวลาอยู่ในสังคม เราต้องมีปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่น เช่น การทำงาน พบเพื่อนใหม่ ทุกอย่างต้องเริ่มจาการเข้าหาซื้อกันและกัน แถมการเรียนเหมือนนั่งฟังทอล์คโชว์ โดยให้เรามีส่วนร่วม สนุก แลกเลี่ยนความคิดเห็น เป็นวิชาที่ดีมาก และอยากให้จุฬาฯ รวมถึงมหาวิทยาลัย โรงเรียนอื่นๆ จัดกิจกรรมนอกหลักสูตร เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตให้นิสิตนักเรียนนอกเหนือจากการเรียนจากตำราเพียงอย่างเดียว
