ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/227392
การศึกษา-สาธารณสุข : 10 พ.ค. 2559
แนะสนช.แก้กฎหมายลงโทษ’โกงสอบ’ด่วน!
เลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ แนะ สนช. แก้กฏหมายลงโทษ โกงสอบด่วน
10พ.ค.2559รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ Coordinating Center for the Public Higher Education Staff (CHES) กล่าวว่า จากกรณีการทุจริตสอบคัดเลือกเข้าเรียน คณะเเพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยรังสิต จนนำไปสู่การประกาศยกเลิกการสอบในที่สุด โดยกลโกงสอบคัดเลือกครั้งนี้ มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมาดำเนินการ และมีการวางแผนทำเป็นขบวนการ ขณะนี้ยังไม่มีฎหมายอาญาฉบับใดเอาผิดการโกงสอบ ยกเว้นการเอาผิดทางอ้อมกับผู้ว่าจ้าง สถาบันกวดวิชา เนื่องจากเบี้ยวจ่ายหรือค้างชำระค่าจ้างโกงสอบ ก็แจ้งความดำเนินคดีอาญาเรื่องหลอกลวงทรัพย์ หรือมหาวิทยาลัย ผู้เข้าสอบคนอื่นๆต้องมาฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งแทน ซึ่งยุ่งยาก และการลงโทษก็เบาจึงทำให้เกิดการโกงสอบด้านการศึกษานทุกระดับเพิ่มขึ้น ดังนั้นภาครัฐจะต้องแก้กฎหมายเกี่ยวกับการทุจริตทางด้านการศึกษาโดยด่วน
รศ.ดร.วีรชัย กล่าวต่อไปว่า เทคโนโลยีการโกงสอบได้พัฒนาไปเรื่อยๆ แต่กฎหมายที่มีผลบังคับลงโทษของประเทศไทยยังไม่มี จึงต้องเร่งแก้ไขด่วน ขณะที่ในต่างประเทศ มีการดำเนินการป้องกันและลงโทษเรื่องนี้อย่างจริงจัง ล่าสุดมีกล้องถ่ายภาพจากคอนแทคเลนส์ผลิตออกมาแล้ว ดังนั้นการตรวจอุปกรณ์โกงสอบอย่างที่เคยปฏิบัติมาอาจใช้ไม่ได้ผล และระยะนี้เป็นโอกาสดีที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยใหญ่ๆหลายแห่งที่ เป็นคณะกรรมการในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จะหยิบยกปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้มาหารือ เพื่อหาทางแก้กฎหมายในอนาคต
“ดาว์พงษ์”จี้มรภ.พระนครจัดการนศ.ที่รับจ้างถ่ายข้อสอบ
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยได้มอบหมายสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รายงานรายละเอียดว่าดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งกรณีที่ระบุว่ามีนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร 3 ราย ใส่กล้องแว่นตา เข้าไปถ่ายภาพข้อสอบออกมานั้น ถ้าทำจริงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องสืบสวน และดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนสถาบันกวดวิชา ที่เป็นข่าว เท่าที่ศธ.ได้ตรวจสอบ พบว่าไม่ได้มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และถือว่าเรื่องนี้ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ดำเนินการได้เฉียบขาดทันที
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนของ มรภ.พระนคร ซึ่งเป็นต้นสังกัดของนักศึกษาที่อ้างว่ารับจ้างใส่กล้องแว่นตาเข้าไปถ่ายภาพข้อสอบนั้น เชื่อว่ามรภ.พระนคร จะดำเนินการกับนิสิต นักศึกษาที่ทำผิดกฎหมาย ตามระเบียบของมหาวิทยาลัย คงไม่มีใครปล่อยไว้ และส่วนใหญ่หากไปทำเรื่องที่ไม่ถูกกฎหมาย ก็ไม่ให้เป็นนักศึกษา ทั้งนี้ ขอให้มหาวิทยาลัยดูแลนักศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียนเป็นเวลานาน ซึ่งกลุ่มนี้จะแฝงตัวเข้ามาในคราบนักศึกษาไปทำกิจกรรมที่ไม่ถูกต้อง ส่วนการจัดการกับสถาบันกวดวิชา ต้องยอมรับว่ายังมีช่องว่างของกฎหมาย เช่นไม่ครอบคลุมไปถึงกลุ่มที่จัดติวกันไม่ถึง7 คน และบางที่ก็ตั้งเถื่อน ไม่จดทะเบียนกับ สช. ซึ่งตน พยายาม แก้ระบบการรับนิสิต นักศึกษาที่สร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดการติว เช่น เสนอให้มีการปรับช่วงเวลาการสอบความถนัดทั่วไป หรือ แกท และการสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ แพท มาเป็นหลังจากการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต เพื่อให้เด็กได้เรียนจนจบการศึกษา เพราะการสอบGAT/PAT ครั้งแรก เด็กจะสอบกันมาก เพื่อดูว่าวิชาไหนได้คะแนนน้อยก็จะมาติว เพื่อสอบในครั้งที่2 ซึ่งทำให้เกิดกระบวนการกวดวิชาไม่จบสิ้น
“ในอนาคตควรจะต้องหาทางป้องกันเหตุไม่ให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น ผมเสียใจที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เพราะถือเป็นวุฒิภาวะของคนที่จะเข้าศึกษาในระดับสูง ต้องมาเสียอนาคต ไม่ได้เกิด เพราะคนที่เห็นประโยชน์ มาทำเรื่องแบบนี้ ส่วนเด็กก็ตกเป็นเหยื่อ และเสียอนาคต ซึ่งแพทยสภา ก็ออกมาบอกชัดเจนแล้วว่า จะไม่รับเด็กที่ทำการทุจริตการสอบ เข้าไปเป็นแพทย์แน่นอน ดังนั้นต่อไป อยากให้เด็กรู้จักคิดให้มากขึ้น ผู้ปกครองเอง ก็ต้องสอนลูก ว่าอะไรที่ถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง ส่วนเด็กนักเรียนทั้ง 3 คนที่ว่าจ้างสถาบันกวดวิชา ในการโกงครั้งนี้ก็คงจะรู้อยู่ว่า สิ่งที่ทำมันผิด และความผิดครั้งนี้ก็จะติดอยู่ในใจไปตลอด”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
