สถาปนิกสู่เกษตรกรฟาร์มสเตย์ชีวิตออกแบบได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/227981

ออกแบบ,สัญลักษณ์,ดีไซน์,สถาปนิก,สู่,เกษตรกร,ฟาร์มสเตย์,ชีวิต

การศึกษา-สาธารณสุข  :  20 พ.ค. 2559

สถาปนิกสู่เกษตรกรฟาร์มสเตย์ชีวิตออกแบบได้

สถาปนิกสู่เกษตรกรฟาร์มสเตย์ ชีวิตออกแบบได้ : ชลธิชา ศรีอุบล มทร.ธัญบุรี

            “บ้านไร่ ไออรุณ” ฟาร์มสเตย์ จ.ระนอง ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ ชีิวิตที่ออกแบบได้ของ วิโรจน์ ฉิมมี หรือเบสท์ จากสถาปนิกสู่เกษตรกร

เบสท์ เป็นศิษย์เก่าจากสาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สำเร็จการศึกษาปีการศึกษา 2552

มีความฝันอยากออกแบบบ้านได้ด้วยตัวเอง เลือกสถาปัตยกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี จบด้วยเกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 3.10 เพราะยึดหลัก “ขยัน สร้างสรรค์ ตรงต่อเวลา คิดและลงมือทำ ต่อยอดจากจินตนาการ ลงสู่แผ่นกระดาษ และต้องนำไปสร้างจริงให้ได้”

สมัยเรียนทำกิจกรรมทุกอย่างที่นักศึกษาทั่วๆ ไปทำ ขึ้นสแตนด์เชียร์ ช่วยงานที่คณะ ร่วมไปถึงงานของมหาวิทยาลัย

การเรียนที่คลอง 6 บรรยากาศ สังคม เพื่อน เหมือนอยู่ที่บ้านที่ต่างจังหวัด มีรอยยิ้มช่วยเหลือ แบ่งปันซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ เพื่อนๆ ในคณะ หรือนอกคณะ ทุกคนน่ารักมากๆ เลิกเรียนก็ขับมอเตอร์ไซค์ ออกไปเดินตลาดนัด ซื้อกับข้าว กลับหอ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัย อยากเข้าไปใน กทม.ก็นั่งรถตู้หรือรถเมล์ไป เวลาว่างก็จะมานั่งเล่นในสวนของมหาวิทยาลัย เพราะร่มรื่น อากาศดีและน่าพักผ่อนมากๆ

“ที่นี่ ไม่ได้เป็นแค่มหาวิทยาลัย แต่ที่นี่เป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 ของเราจริงๆ”

หลังเรียนจบมาทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน 4 ปี เงินเก็บแทบไม่มีเลย พ่อแม่แก่ลงทุกัน จึงตัดสินใจลาออกจากงาน ขนของทุกอย่างกลับมาอยู่บ้านเกิด ตั้งใจต้องทำตามความฝันให้เป็นจริง วันแรกที่กลับมาถึง เห็นบ้านทั้งเก่าและโทรมมาก เริ่มจากการปัดกวาดเช็ดถู ซื้อสีมาทา (มีเงินอยู่ 2 หมื่นบาท/เป็นเงินเดือนเดือนสุดท้าย) รายได้บางส่วนก็มาจากในสวน, จากการนำผักไปขายบ้าง, ทำสินค้าเกษตรขายบ้าง ได้เงินมาเท่าไหร่ก็นำมาทำบ้านทั้งหมด ปรับปรุงทำไปเรื่อยๆ ตามกำลังที่มี โชคดีที่พ่อกับแม่ สนับสนุน ลงมือช่วยทำทุกอย่าง จนบ้านเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

“ตอนทำงานใช้เงินเป็นตัววัดงานดีไซน์ แต่ตอนนี้ไม่มีเงิน ต้องมองหาสิ่งที่มี นำมาปรับใช้ให้คุ้มค่าที่สุด นำกระบวนการคิดทุกอย่าง ที่ร่ำเรียนมา มาต่อยอดกับสิ่งที่มี วัสดุบางอย่างไม่ต้องซื้อ ของบางอย่างฝึกทำกันเองได้ โดยใช้เงินให้น้อยที่สุด ชวนพ่อขึ้นภูเขาไปตัดไม้จากในสวน เก็บเศษไม้กิ่งไม้ วัสดุเหลือใช้ ช่วยกันเลื่อยไม้ ฝึกทำกันเองทุกอย่าง ก่อร่างสร้างฝันมันขึ้นมา ควบคู่ไปกับการปรับปรุงสภาพแวดล้อม”

2 ปีกว่าๆ ผ่านไป ตอนนี้บ้านเก่าๆ หลังนั้น เริ่มดี สะอาด และน่าอยู่ขึ้น สิ่งที่ตั้งใจกลับมาทำนั้น มันเป็นความจริง ถึงแม้วันนี้อาจจะดูโทรมๆ ไปบ้าง แต่มันก็คุ้มค่ามากกับสิ่งที่ได้มา มากไปกว่านั้น บ้านหลังนี้ทำให้พ่อกับแม่ยิ้มได้และมีความสุขมากขึ้น และเริ่มฟาร์มสเตย์ ที่มีชื่อว่า บ้านไร่ ไออรุณ เบส นำฝันของทุกคนในบ้านมารวมกัน พ่อชอบทำสวน ชอบอยู่ในที่เงียบๆ ไม่ต้องเจอผู้คนมากมาย ส่วนแม่ชอบขายของ ชอบพูดชอบคุย อยากมีร้านขายดอกไม้ ต้นไม้ ร้านขายผัก และน้องสาวอยากมีร้านนม ขายน้ำผลไม้เล็กๆ เป็นของตัวเอง

ส่วน เบส ชอบงานออกแบบต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ ให้ดีขึ้น นำฝันของทุกคนมารวมกัน จนกลายเป็นฟาร์มสเตย์บ้านไร่ ที่กำลังสร้างมันขึ้นมาอยู่ในตอนนี้ เป็นที่พักเล็กๆ เชิงเกษตร มีอยู่ทั้งหมด 5 หลัง ปลูกผัก ขายผัก ขุดดิน เก็บหิน กิ่งไม้ ต่อเติม สร้างที่พัก ถึงแม้การหันกลับมาเป็นเกษตรกรรายได้อาจจะไม่เท่ากับเงินเดือนตอนเป็นสถาปนิก แต่เงินไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่ความสุขที่ได้กลับมาดูแลคนที่เรารักต่างหากที่สำคัญและมีค่ามากกว่า

“หากภาระหน้าที่ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ได้มอบรอยยิ้มและความสุขให้กับใครสักคน แค่นี้ชีวิต โคตรมีความหมายแล้ว เพิ่งจะเริ่มต้นลงมือทำมันเท่านั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราเรียนได้เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ เราจบจากคณะอะไร สิ่งสำคัญคือเราได้นำความรู้ที่เราร่ำเรียนมามาปรับใช้ พัฒนา ต่อยอด และมีความสุขกับการทำงานในการใช้ชีวิตจริงได้ หาเป้าหมายและสิ่งที่ตัวเองชอบให้เจอให้เร็วที่สุดครับ เพราะมันเป็นเครื่องนำทางเราไปตลอดชีวิต เริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ เราก็จะได้อยู่กับมันไปนานๆ คนที่มีชีวิตที่น่าอิจฉา ไม่ใช่คนที่มีเงินเยอะที่สุด แต่คือคนที่มีอิสระได้เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองรักมากที่สุดต่างหากครับ”

อีกหนึ่งตัวอย่างในการใช้ชีวิต ที่สามารถออกแบบชีวิตของตนเอง ด้วยความเรียบง่าย สามารถติดตามความเคลื่อนไหวฟาร์มสเตย์บ้านไร่ ไออรุณ สามารถติดตามได้ทาง facebook / baanraiiarun


Leave a comment