ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230002



การศึกษา-สาธารณสุข : 15 มิ.ย. 2559
ครึ่งปี! 10ประเทศอาเเซียนป่วยไข้เลือดออกแล้ว4แสนตาย2พันคน
ปีนี้10ประเทศอาเซียนป่วยไข้เลือดออกแล้ว 4 แสนคน ตาย2พันคน ไทยป่วยกว่า1.4 หมื่น ตาย 16 คน คาดยอดป่วยทะลุกว่า1.6 แสนคน ย้ำประชาชนต้องกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ เขตบางรัก กทม. นพ.ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการเป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันไข้เลือดออกอาเซียน (ASEAN Dengue Day) ที่ตรงกับวันที่ 15 มิถุนายนของทุกปี โดยปีนี้มีคำขวัญวันรณรงค์ว่า “ประชารัฐร่วมใจ ขจัดภัยไข้เลือดออก” (Community Empowerment A Sustainable Success to Fight Dengue)ว่า ในปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมและเชิญตัวแทนประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย แลกเปลี่ยนนวัตกรรม หาทางสู้กับโรคไข้เลือดออกให้สำเร็จ โดยโรคไข้เลือดออกเป็นโรคประจำถิ่นของประเทศและภูมิภาคอาเซียน มีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกปีละประมาณ 400,000 ราย เสียชีวิตประมาณ 2,000 ราย
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค รายงานตั้งแต่ 1 มกราคม 2559 – 14 มิถุนายน 2559 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 18,337 คน เสียชีวิต 16 คน กรมควบคุมโรค คาดการณ์ว่าในปี 2559 นี้จะมีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี พบว่าจะมีผู้ป่วยไข้เลือดออกประมาณ 166,000 คน ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมิถุนายนเป็นหน้าฝน หลายพื้นที่ฝนตก มีน้ำขังในภาชนะต่างๆ ทำให้จำนวนยุงเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมากขึ้นด้วย ดังนั้น ทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน เอกชน และรัฐ ต้องต่อสู้กับโรคนี้ร่วมกัน เพื่อป้องกันบุตรหลานและคนในครอบครัวจากการเจ็บป่วยและเสียชีวิต
“สธ.ได้เน้นย้ำโรงพยาบาลทุกแห่งในสังกัด เข้มงวดการตรวจรักษาโรคไข้เลือดออกตามแนวทางการตรวจรักษาที่ได้จัดทำไว้ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาแก่แพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง ฝากประชาชนหากป่วยมีไข้สูงลอย ไม่ควรกินยาลดไข้จำพวกแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน และหากกินยาแล้วไข้ไม่ลด อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ขอให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อรับการรักษาต่อเนื่องให้พ้นระยะอันตราย โดยเฉพาะในช่วงที่ไข้เริ่มลดมีความเสี่ยงเกิดภาวะช็อคได้ ผู้ป่วยจะซึมลง อ่อนเพลีย อาจมีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน หรือถ่ายอุจจาระสีดำ ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลหรือแจ้งคำแนะนำใดๆ ติดต่อได้ที่สายด่วน กรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง”นพ.ธวัชกล่าว
นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า มาตรการป้องกันควบคุมโรค เน้นการป้องกันโรคมากกว่าการเจ็บป่วยแล้วไปรักษา อาศัยความร่วมมือของประชาชนและทุกภาคส่วน ในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์เพื่อลดจำนวนยุงลายให้มากที่สุด ตามมาตรการ 3 เก็บป้องกัน 3 โรค ได้แก่ เก็บบ้านให้โล่ง อากาศปลอดโปร่งไม่ให้ยุงเกาะพัก เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้มีที่เพาะพันธุ์ยุง และเก็บน้ำ ปิดฝาภาชนะให้มิดชิด หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำไม่ให้ยุงลายวางไข่ ทำต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน ศาสนสถาน สถานรับเลี้ยงเด็กเล็ก โรงพยาบาล รวมทั้งการกำจัดยุงลายตัวเต็มวัยภายในบ้าน เพื่อป้องกันโรคจากยุงลาย คือโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา