ติวเข้มประชามติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/233896

กกต., ติวเข้ม, คมชัดลึก, ติว, เข้ม, ประชามติ, ติวเข้มประชามติ, สมชัย

กกต., ติวเข้ม, คมชัดลึก, ติว, เข้ม, ประชามติ, ติวเข้มประชามติ, สมชัย

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา   2016-07-15

ติวเข้มประชามติ

“สมชัย” ติวเข้ม กก.หน่วยออกเสียงประชามติ แนะระมัดระวังแม้เรื่องเล็กน้อย เพราะอยู่ในสายตาคนไทย-ต่างชาติ

 

วันที่ 15 ก.ค. 59 – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดฝึกอบรมบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมในการออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด กรณีให้มีการใช้เครื่องอ่านบัตรประจำตัวประชาชน (Smart card reader) ที่จะมีการนำมาทดลองใช้ในขั้นตอนการแสดงตนในการออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดนำร่องในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และ จ.ลพบุรี ที่โรงแรมวังสำราญ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวมอบนโยบายโดยกำชับให้เน้นการอบรมกรรมการประจำหน่วยออกเสียง เพราะเมื่อไปเจอสถานการณ์ ก็จะเจอปัญหาความไม่ชัดเจน ความหละหลวม ดังนั้น อย่าเพียงอ้างว่าเคยทำแล้วไม่ต้องสนใจเพราะการทำประชามติครั้งนี้อยู่ในสายตาคนในประเทศและชาวต่างชาติที่จับตาดู ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนขอให้ทำโดยยึดระเบียบและขั้นตอน ต้องจริงจัง ไม่ใช่เซ็นต์ชื่อ กินอาหารแล้วกลับ ซึ่งตั้งแต่เวลาเปิดหีบลงคะแนนจนถึงปิดอีกต้องทำตามระเบียบ เพื่อไม่ให้คนมาท้วงได้ เราต้องทำให้เป็นที่ยอมทั้งผลการลงประชามติ และไม่ใช่คนมาท้วงการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าไม่โปร่งใส ดังนั้นเราต้องระมัดระวังทุกหน่วยออกเสียง ไม่เว้นแม้แต่หน่วยเล็กๆ

นายสมชัย ยังระบุว่า ในเรื่องการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะมาออกเสียงประชามติ กกต.ได้ออกแนวทางปฏิบัติแล้ว ว่าถ้าหน่วยงานราชการจากขนคนมาใช้สิทธิ์จะต้องเป็นกรณีพื้นที่ทุรกันดาร และในกรณีผู้สูงอายุหรือผู้พิการ ทั้งนี้จะต้องขออนุมัติจาก กกต.จังหวัด เพื่อไม่ให้โดนข้อครหาขนคนมาใช้สิทธิ์

ส่วนการสังเกตการณ์ของอาสาสมัครหรือองค์กรเอกชนนั้น นายสมชัยยืนยันว่า ในการออกเสียงประชามติครั้งนี้ ไม่อนุญาตให้องค์กรเอกชนเข้าไปสังเกตการณ์ในหน่วยออกเสียงประชามติ แต่หากมาสังเกตการณ์นอกหน่วย กรรมการประจำหน่วยจะต้องดูว่า เข้าไปในหน่วยเลือกตั้งไม่ได้ สร้างความวุ่นวายไม่ได้ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ และห้ามแสดงตนในการข่มขู่หรือโน้มน้าวใจให้ออกเสียงไปในทางใดทางหนึ่ง

นายสมชัย กล่าวถึงกรณีการใส่เสื้อ vote yes หรือ no เข้ามาในหน่วยว่าไม่ผิด แต่ขอให้หลีกเลี่ยง เพราะไม่ค่อยเหมาะสม

นายสมชัย ยังกล่าวถึงการวินิจฉัยบัตรดี บัตรเสีย ด้วยว่า ขอให้ซ้อมให้ดี และให้วินิจฉัยด้วยความโปร่งใส ซึ่งในครั้งนี้บัตรออกเสียงประชามติมีการลงคะแนนใน 2 ส่วน เชื่อว่าจะมีการทักท้วง จึงขอให้ใช้เวลาในการวินิจฉัยให้รอบคอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.ได้จัดอบรมสร้างความรู้ ความเข้าใจการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แก่วิทยากรออกเสียงระดับอำเภอ ของจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นข้าราชการที่ได้รับคัดเลือกจากทางอำเภอ โดยเน้นให้ความรู้เรื่องข้อกฎหมายและขั้นตอนการลงคะแนน รวมถึงการนับคะแนน ซึ่งจากการอบรมพบว่าปัญหาเบื้องต้นคือ บัตรออกเสียงครั้งนี้จะแตกต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป เนื่องจากมีช่องลงคะแนน 2 ช่อง คือเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ และเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับคำถามพ่วง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาบัตรเสีย หรือ ปัญหาการนับคะแนนผิดพลาดได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องสาธิตเรื่องการนับคะแนนหลายรอบด้วยกัน โดยหลังเสร็จสิ้นการอบรมครั้งนี้ วิทยากรทั้งหมดจะต้องไปถ่ายทอดความรู้ให้กับคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงของแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งจะมีหมู่บ้านละ 8 คน โดยการถ่ายทอดความรู้ จะมีขึ้นในช่วง 3 วันสุดท้ายก่อนที่จะมีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

ติวเข้มประชามติ

 

นายสมชัย ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ในการออกเสียงประชามติครั้งนี้จะมีการนำเครื่องอ่านบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดในการแสดงตนในการออกเสียงประชามติมาใช้ใน จ.ปราจีนบุรี และ จ.ลพบุรี โดยใน จ.ปราจีนบุรีจะมีการใช้เครื่องอ่านบัตรแบบสมาร์ทการ์ดใน 3 หน่วย โดยมีจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงประมาณ 5,000 คน และ จ.ลพบุรีมีการใช้เครื่องอ่านบัตรแบบสมาร์ทการ์ด 1 หน่วย โดยมีจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงประมาณ 1,700 คน ทั้งนี้การระบบดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการใช้สิทธิออกเสียง ซึ่งจะประหยัดเวลาและทำให้เกิดความสะดวกสบายรวดเร็วยิ่งขึ้น จากเดิมที่ผู้ใช้สิทธิต้องไปตรวจสอบรายชื่อที่บัญชีรายชื่อหน้าหน่วยออกเสียง ซึ่งอาจจะใช้เวลานานถึง 10 นาที แต่การใช้เครื่องอ่านบัตรแบบสมาร์ทการ์ดจะใช้เวลาไม่กี่วินาที เพราะหลังจากเสียบบัตรประชาชนเข้าเครื่องอ่านบัตรแล้ว ก็จะมีข้อมูลขึ้นมาทันทีโดยระบบจะเชื่อมกับข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย หากผู้ใช้สิทธิไม่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตในหน่วยออกเสียงนั้น ก็จะมีข้อความขึ้นเตือน และไม่สามารถใช้สิทธิในหน่วยนั้นได้ และเมื่อมีการใช้สิทธิแล้วระบบก็จะทำการบันทึกข้อมูลซึ่งก็จะไม่สามารถใช้สิทธิซ้ำได้

ทั้งนี้การใช้ระบบดังกล่าวจะมีความเสี่ยงจากการที่เครื่องอ่านบัตรแบบสมาร์ทการ์ดขัดข้อง แต่ก็มีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ความเสี่ยงเรื่องข้อมูลรั่วไหลนั้นไม่มี เพราะข้อมูลที่ปรากฎขึ้นจากการใช้เครื่องอ่านบัตรแบบสมาร์ทการ์ดก็เป็นข้อมูลที่มีอยู่ในกรมการปกครองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามแม้จะมีการใช้เครื่องอ่านบัตรแบบสมาร์ทการ์ดแต่ก็จะมีการแสดงตนในแบบเก่าเก่าไว้ในกรณีที่ระบบมีปัญหา

นายสมชัย กล่าวอีกว่า ในการเลือก จ.ปราจีนบุรี และ จ.ลพบุรี นั้นยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการเป็นพื้นที่ทหารแต่อย่างใด แต่กกต.เลือกที่จะนำร่องระบบดังกล่าวในหน่วยออกเสียงที่มีผู้มีสิทธิออกเสียงจำนวนไม่น้อยและไม่มากจนเกินไป ทั้งนี้หากการนำร่องใช้ระบบดังกล่าวประสบความสำเร็จก็จะมีการขยายผลใช้ในจังหวัดอื่นๆต่อไป.


Leave a comment