‘สารี’แนะฟ้องบริษัทเสริมอาหารหมามุ่ยรับผิดชอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230768

หมามุ่ย

การศึกษา-สาธารณสุข > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  21 มิ.ย. 2559

‘สารี’แนะฟ้องบริษัทเสริมอาหารหมามุ่ยรับผิดชอบ

เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแนะครอบครัวของผู้เสียหายให้ฟ้องคดีกับบริษัทเสริมอาหารหมามุ่ย เพื่อเรียกร้องความเสียหาย อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยแนะสร้างเกราะให้ตัวเอง

          จากกรณีที่มีผู้รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากหมามุ่ยอินเดียชนิดแคปซูล แล้วเกิดอาการแพ้ จนเสียชีวิตนั้น นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีที่เกิดขึ้นเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 ซึ่งคนที่ต้องรับผิดมี 4 กลุ่มคือ 1.ผู้ผลิตหรือผู้ว่าจ้างให้ผลิต 2.ผู้นำเข้า 3.ผู้ขาย และ 4.ผู้ใช้ชื่อเครื่องหมายการค้า คือหมายถึงผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ไม่ปลอดภัยต้องร่วมรับผิดชอบทั้งหมด

“ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเอาผิดตามกฎหมายฉบับนี้ได้ เพื่อเรียกร้องความเสียหายทั้งจากการสูญเสียชีวิตและจิตใจของครอบครัว ซึ่งการฟ้องคดีจะทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่าหากผลิตสินค้าที่เป็นอันตรายแล้วจะถูกฟ้องได้ จะได้ระมัดระวังมากขึ้น และทำให้ครอบครัวนี้ได้รับการเยียวยาความเสียหาย เนื่องจากใช้สินค้าที่ไม่ปลอดภัย” เลขาธิการฯ กล่าว

นางสาวสารี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กรณีนี้เข้าข่ายที่บริษัทต้องรับผิดชอบจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้น ซึ่งนอกจากผู้เสียหายจะได้รับค่าสินไหมตามที่กำหนดแล้ว ศาลกำหนดให้เยียวยาเชิงลงโทษได้ คืออาจให้มากกว่าที่ผู้เสียหายขอ โดยภาระการพิสูจน์จะเป็นของผู้ขาย และฟ้องคดีได้ภายใน 3 ปี ซึ่งผู้เสียหายสามารถไปฟ้องคดีเอง โดยใช้ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 ปรึกษาสภาทนายความในจังหวัด หรือปรึกษามูลนิธิเพื่อผู้บริโภคก็ได้

ด้าน รศ.ดร.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูประบบคุ้มครองผู้บริโภค สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้ความเห็นว่า จากกรณีดังกล่าว ผู้ขายต้องรับผิดชอบ เนื่องจากมีคนเสียชีวิตจากการใช้ผลิตภัณฑ์นั้น และหากประเทศไทยมีกฎหมายที่แจ้งเตือนภัยก็จะช่วยป้องกันอันตรายให้กับคนหมู่มากได้ทัน อย่าง พ.ร.บ.แจ้งเตือนภัยและการจัดการสินค้าที่ไม่ปลอดภัย เพราะกฎหมายฉบับนี้จะปฏิรูประบบคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องสิทธิด้านความปลอดภัย ก็จะมีการเตือนได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน

“กฎหมายนี้ยังกำหนดให้ผู้ประกอบการมีหน้าที่ผลิต นำเข้า และขายสินค้าที่ปลอดภัย โดยให้มีคำเตือนและวิธีใช้อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้สินค้าไม่ถูกต้อง และหากพบภายหลังว่าสินค้านั้นไม่ปลอดภัยก็ต้องเก็บสินค้าออกจากตลาดและแจ้งข่าวให้ผู้บริโภคทราบ คือ บริษัทจะรีรอให้รัฐสั่งไม่ได้ ต้องทำทันที” รศ.ดร.ภก.วิทยา กล่าว

ประธานคณะทำงานฯ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หากผู้ใดฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว หรือทำให้เกิดผลร้ายต่อเศรษฐกิจของประเทศ หรือกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างกว้างขวาง จะมีบทลงโทษที่ตัดโอกาสไม่ให้กระทำผิดอีก และการทำให้เกิดอันตรายก็จะได้รับโทษหนักขึ้น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ควรเร่งเสนอกฎหมายนี้ให้คณะรัฐมนตรีรับรองและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยด่วน

 

อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยแนะต้องสร้างเกราะให้ตัวเอง 

นพ.สุริยะ วงศ์คงคาเทพ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า จากกรณีข่าวการเสียชีวิตของสาววัย 21 ปี ที่ญาติระบุว่ามีอาการแพ้อย่างรุนแรงหลังรับประทานอาหารเสริมจากหมามุ่ยอินเดีย ในประเด็นนี้คงยังไม่อาจด่วนสรุปได้ว่าอาการแพ้ดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใด เพราะอาจเกิดได้หลายอย่าง อาจเกิดจากยา และยาที่พบว่าเกิดการแพ้บ่อยมากคือ กลุ่มยาปฏิชีวนะ กลุ่มยาแก้ปวด กลุ่มยาลดกรด ยากลุ่มต้านมะเร็ง และยากลุ่มรักษาโรคเอดส์ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุจากการติดเชื้อ ทั้งไวรัสและแบคทิเรีย หรืออาหารทะเล และพืชผักต่างๆ ล้วนมีโอกาสที่ก่อให้เกิดการแพ้ได้ทั้งสิ้น กลไกจริงๆของการแพ้ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่สำคัญคือ หากเกิดอาการแพ้ใดๆ ให้หยุดสิ่งนั้นทันที อย่าคิดว่าอาจแพ้เฉพาะช่วงแรกๆตามที่ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์บอก เพราะการแพ้เริ่มต้นเพียงเล็กน้อย ก็จะเป็นการสะสมไปเรื่อยๆ จะทำให้อาการแพ้ จากแพ้ธรรมดาเป็นรุนแรงได้ อาจแพ้ตามผิวหนังและอวัยวะต่างๆตามที่เห็น จึงอยากเตือนผู้บริโภคต้องระวังตัวเอง ควรสังเกตว่าร่างกายเราแพ้อะไร และควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้นั้น

กรณีนี้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิต ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทีมงาน อย.กำลังดำเนินการ สำหรับภารกิจของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่เกี่ยวข้องคือประเด็นด้านวิชาการของสมุนไพรหมามุ่ย ตามตำราหมอยาแผนโบราณ มีการนำหมามุ่ยมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ ราก ใบ ฝัก เมล็ด เช่น รากแก้คัน ใบถอนพิษ ล้างพิษ เมล็ดใช้กินโดยผ่านการคั่ว นึ่ง แล้วนำไปบดเป็นผงกิน เพื่อบำรุงกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ จากการวิจัยหมามุ่ยสายพันธุ์อินเดียและจีน ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า นอกจากหมามุ่ยจะมีกรดอะมิโน และแร่ธาตุต่างๆแล้ว ยังมีสารออกฤทธิ์แอลโดปาในปริมาณสูง ซึ่งในปัจจุบันสารแอลโดปานำไปสกัดเป็นยาเม็ดรักษาโรคพาร์กินสัน หรือคนไทยเรียกว่า สั่นสันนิบาตร หรือสันนิบาตรลูกนก และมีรายงานวิจัยในอินเดียและจีนใช้หมามุ่ยรักษาโรคนี้

โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของสมองและระบบประสาทที่พบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 2 รองจาก โรคอัลไซเมอร์ สถิติผู้ป่วยเป็นโรคพาร์กินสันทั่วโลกอยู่ที่ประมาณร้อยละ 1 ในผู้ที่อายุเกิน 65 ปี สำหรับในประเทศไทยมีการเก็บรวบรวมสถิติการเกิดโรค จากสภากาชาดไทยพบว่าอุบัติการณ์ การเกิดโรคพาร์กินสันอยู่ที่ 0.425 % และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบัน กองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ เตรียมของบประมาณจากกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ในโครงการศึกษาวิจัย ทางเลือกในการบำบัดรักษาโรคพาร์กินสัน โดยการเปรียบเทียบ ระหว่างการใช้ยา แผนปัจจุบันกับการใช้เมล็ดหมามุ่ย ประเทศไทยมีหมามุ่ยทั้งสายพันธุ์ไทยและอินเดีย แต่นำมาใช้ในทางกระตุ้นความรู้สึกทางเพศมากกว่า หากนำหมามุ่ยไทยมาศึกษาควบคู่กับหมามุ่ยอินเดียแล้วมาเทียบกับการใช้ยาแผนปัจจุบัน ก็อาจจะมียาจากธรรมชาติมารักษาผู้ป่วยโรคพาร์กินสันทดแทนการนำเข้ายาสังเคราะห์จากต่างประเทศ และอาจส่งออกยาสมุนไพรไทยเพื่อพัฒนาวงการแพทย์แผนไทยเชิงระบบได้อีกด้วย


Leave a comment