ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/230791
การศึกษา-สาธารณสุข > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข : 22 มิ.ย. 2559
อภ.พร้อมผลิต-อย.พร้อมดูแลถอด’ยาบ้า’จากยาเสพติดอยู่ที่นโยบาย
อภ.พร้อมผลิต-อย.พร้อมดูแลถอด’ยาบ้า’จากยาเสพติดอยู่ที่นโยบาย
กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีเมื่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอแนวคิดเปลี่ยนสารในกลุ่มแอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นวงกว้างเลยทีเดียว เพราะการถอดยาบ้าจากยาเสพติดให้โทษเหลือเป็นวัตถุออกฤทธิ์ ต้องมาดูว่าจะกำหนดให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทไหน
ซึ่งมี 4 ประเภท ตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 หากเป็นประเภท 2 ก็จะอยู่ในประเภทเดียวกับกลุ่มซูโดอีเฟดรีน คือขายได้เฉพาะโรงพยาบาล หรือคลินิกที่มีใบอนุญาตครอบครอง และต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น หากเป็นประเภท 3 หรือ 4 ขายในร้านขายยาที่มีใบอนุญาตครอบครอง แต่ต้องรายงานจำนวนและปริมาณที่ขายต่อเดือน เช่น กลุ่มยานอนหลับ เป็นต้น
นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า การจะถอดสารกลุ่มแอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 1 นั้น อยู่ที่นโยบายของฝ่ายการเมืองว่าเป็นอย่างไร เหมือนตอนที่ปรับขึ้นเป็นยาเสพติดให้โทษก็เป็นเพราะนโยบายของฝ่ายการเมือง
อย่างไรก็ตาม การถอดยาบ้าออกจากยาเสพติดไปเป็นวัตถุออกฤทธิ์นั้น เข้าใจว่า เพื่อช่วยลดผู้ต้องขัง และเพิ่มการเข้าถึงการบำบัดให้มากขึ้น ซึ่งทางกรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต และโรงพยาบาล ก็ต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องของการบำบัด แต่เป้าหมายใหญ่ที่ประเทศไทยต้องการ คือ ลดการเสพยาเสพติดลง ท้ายที่สุดก็ต้องมาดูว่าสามารถลดการเสพยาลงได้หรือไม่ เพราะหากแค่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงบำบัดเพียงอย่างเดียว แต่ลดจำนวนผู้เสพไม่ได้ก็ไม่ตอบโจทย์
“แม้จะถอดออกจากการเป็นยาเสพติดเหลือเป็นวัตถุออกฤทธิ์ แต่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ก็ยังต้องดูแลเข้มงวด เพราะถือว่าเป็นยาที่ห้ามผู้ใดผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออก ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีข้อยกเว้นและหลักเกณฑ์กำหนดไว้ เช่น ประเภทที่ 2 ขายได้ในโรงพยาบาลหรือที่คลินิกที่มีใบอนุญาต และต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ เป็นต้น ไม่ได้ปล่อยให้ใช้หรือขายอย่างอิสระแต่อย่างใด ทั้งนี้ ยืนยันว่า บทลงโทษของวัตถุออกฤทธิ์นั้นรุนแรงพอๆ กับบทลงโทษของยาเสพติดให้โทษ จึงไม่ต้องเป็นกังวล” เลขาธิการ อย. กล่าว
ด้าน นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรม พร้อมที่จะทำตามนโยบายของฝ่ายการเมืองเช่นกัน ขอให้มีคำสั่งก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม อภ.มีหน้าที่ในการผลิต โรงงานที่ผลิตยามี 2 ที่ คือ ที่โรงงานผลิตยารังสิต 1 อยู่ที่คลอง 10 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และที่พระรามที่ 6
กำลังการผลิตโรงงานละ 6 พันล้านเม็ดต่อปี เรียกว่ามีความพร้อมทุกอย่าง ทั้งวัสดุอุปกรณ์และกำลังการผลิต ขอให้มีนโยบายเราก็พร้อมที่จะตอบสนอง
“ขณะนี้องค์การเภสัชกรรมยังไม่ได้รับการติดต่อให้ไปหารือเตรียมการแต่อย่างใด ทราบจากข่าวจากสื่อเท่านั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรขอให้นโยบายว่ามาอย่างไรก็พร้อมปฏิบัติตาม” ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าว
