เตือนเอกสารกลุ่ม ปชต.ใหม่ส่อผิดกม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/233703

สมชัย ศรีสุทธิยากร, กกต., อนุสรณ์ อุณโณ, ร่างระน., คมชัดลึก, เตือน, เอกสาร, กลุ่ม, ปชต, ใหม่, ส่อ, ผิด, เตือนเอกสารกลุ่ม, ปชตใหม่ส่อผิดกม, สมชัย, 7 เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  14 ก.ค. 2559

เตือนเอกสารกลุ่ม ปชต.ใหม่ส่อผิดกม.

“สมชัย” ถกนักวิชาการสิทธิพลเมือง ปมประชามติร่างรธน. จ่อเพิ่มช่องทางแสดงความเห็นผ่านทีวี ดึงอาจารย์-นศ.ร่วม เตือนเอกสาร 7เหตุผล กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ส่อผิดกฎหมาย

 
วันที่ 14 ก.ค. 59 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายนักวิชาการเพิ่อสิทธิพลเมืองนำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าพบนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกิจการงานเลือกตั้ง ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อหารือกรณีการกระทำผิดเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติและการเพิ่มพื้นที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะออกเสียงประชามติมีความสำคัญในการวางรากฐานสังคมไทย ซึ่งเนื้อหาของร่างดังกล่าวมีความซับซ้อนจึงต้องอธิบายเพิ่มเติม แต่ในช่วงที่กำลังจะทำประชามติการวิพากษ์วิจารณ์กลับถูกจำกัด ขณะที่ผู้เห็นต่างถูกจับกุม ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากความลักลั่นไม่ชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายทำให้เจ้าหน้าที่ตีความกฎหมายแตกต่างกัน เช่น กรณีเอกสารความเห็นแย้งของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เจ้าหน้าที่ในกทม.ตีความว่าไม่ผิดแต่ที่บ้านโป่งจังหวัดราชบุรีกลับชี้ว่าเอกสารเป็นเท็จไม่สามารถเผยแพร่ได้ หรือมีการพูดว่า การรณรงค์รับ ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญผิดทั้งคู่ แต่กลับพบว่า กลุ่มที่โน้มน้าวรับร่างรัฐธรรมนูญสามารถใช้กลไกรัฐได้ ไม่พบว่ามีการจับกุม แต่จับเฉพาะกลุ่มที่รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งมีการดำเนินคดีแล้วถึง 113 คดี โดย 94 คดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าผิดประกาศ คสช. ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายประชามติ พร้อมกับเสนอข้อเรียกร้อง 3 ข้อต่อ กกต.มีเนื้อหาคือ ขอให้ส่งเสริมให้มีการรณรงค์ประชามติอย่างเสรี ให้มีการสนับสนุนการอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็นในพื้นที่สาธารณะ และปกป้องคุ้มครองผู้ที่รณรงค์ตามกรอบกฎหมาย
ด้านนายสมชัย กล่าวว่า กรณีการจับกุมนักศึกษาที่อำเภอบ้านโป่งจังหวัดราชบุรีนั้น ตนได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โทรศัพท์มาสอบถามโดยตรงว่าเอกสารดังกล่าวไม่ผิด เพราะอยู่ในขั้นตอนที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญต้องให้ความเห็นว่าเนื้อหาในเอกสารมีการบิดเบือนหรือไม่ อีกทั้งจากการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ กกต.ที่บ้านโป่งก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว อย่างไรก็ตามส่วนตัวได้เคยยืนยันหลายครั้งแล้วว่าเอกสารดังกล่าวไม่ผิด โดยบ่ายวันนี้ (14 ก.ค.59) ตนจะยืนยันความเห็นนี้ในการหารือกับ กรธ. ว่าคนที่มีเอกสารนี้ครอบครองอยู่หรือเผยแพร่ก็ไม่มีความผิด แต่ถ้า กรธ.เห็นว่ามีความผิดก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีอาญาได้ หากจะส่งให้กกต.ดำเนินการก็จะปล่อยให้เป็นกระบวนการของสำนักงานสรุปเรื่อง ซึ่งหากมีข้อมูลใหม่ตนขอสงวนความเห็นที่เคยให้ไว้ว่าไม่ผิด เพราะต้องดูข้อมูลใหม่ทั้งหมด และคาดว่ากระบวนการพิจารณาของกกต.จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์
นายสมชัย กล่าวว่า ในการหารือกับกรธ.จะพิจารณาเอกสารหลายฉบับซึ่งรวมถึงเอกสารชื่อ “7 เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ” ของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าผิดเพราะมีหลายข้อความที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในร่างรัฐธรรมนูญ ถ้า กรธ.เห็นตรงกันก็จะมีการพิจารณาเรื่องการดำเนินการ โดยกรธ.อาจจะแจ้งความเองหรือส่งเรื่องให้กกต.ซึ่งจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าสองสัปดาห์ ทั้งนี้โดยส่วนตัวมีข้อเสนอว่าควรมีการทำความเข้าใจกับกลุ่มที่จัดทำและเผยแพร่เอกสารเพื่อให้มีการปรับปรุงให้ถูกต้องเพราะเป็นเด็กก็อาจจะใจร้อนดื้อดึงคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำถูก โดยไม่สนใจสิ่งที่ถูกต้องแท้จริงคืออะไร จึงอยากให้เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองได้ชี้แนะทางที่ถูกต้องให้เด็ก เพื่อจะได้เคลื่อนไหวอย่างถูกต้องตามกรอบของกฎหมาย

เตือนเอกสารกลุ่ม ปชต.ใหม่ส่อผิดกม.
นายสมชัย ยังชี้แจงกรณีที่กลุ่มอาจารย์ระบุว่ามีการดำเนินเกี่ยวกับการทำประชามติแล้ว 113 คดีว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนั้นพบว่า 94 คดีเกี่ยวกับความมั่นคงมีคดีที่เกี่ยวกับกฎหมายประชามติเพียง 19 คดีเท่านั้น จึงไม่ควรเหมารวมว่าทั้ง 113 คดีเป็นการทำผิดกฎหมายประชามติเพราะเป็นเรื่องที่น่าเกลียด เนื่องจากถ้าทำผิดประกาศ คสช.เช่นห้ามชุมนุมเกิน 5 คนไม่ว่าจะเกิดก่อนหรือหลังมีกฎหมายประชามติก็เป็นการทำผิดอยู่แล้วจึงอยากขอให้ ให้ความเป็นธรรมกับ กกต.ด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้อยู่นอกเหนืออำนาจของ กกต. และคสช.กับรัฐบาลก็มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ หากพบว่ามีการกระทำเข้าข่ายทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยรัฐบาลก็ต้องเข้าไปดูแล
“ผมอยากให้เข้าใจกกต.ด้วย เพราะขณะนี้ขาข้างหนึ่งก็เหมือนกับเข้าไปอยู่ในคุก และไม่ง่ายในการดำเนินการอะไร แรงเสียดทานก็เยอะ ใครที่เข้ามาจะรู้ว่าทำอะไรก็ลำบาก เราพยายามเตือนส่งสัญญาณแต่ก็ถูกมองว่าเป็นการข่มขู่ จริง ๆ ไม่ใช่ขู่แต่เป็นการส่งสัญญาณแบบกัลยาณมิตร ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการกล่าวโทษน้อยมาก ไม่อยากให้บรรยากาศเลวร้ายมากกว่านี้ อยากให้อยู่สบายๆ จึงพยายามผ่อนคลายให้ได้มากที่สุด และเปิดโอกาสให้มีการพบปะกันเพื่อสร้างความเข้าใจ” นายสมชัย กล่าว

 

เตือนเอกสารกลุ่ม ปชต.ใหม่ส่อผิดกม.

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่รัฐนั้น นายสมชัย ยืนยันว่า ไม่สามารถรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญได้ หากพบและมีหลักฐานขอให้แจ้งมายังกกต.เพื่อดำเนินการสั่งย้ายในทันที ขณะเดียวกันการที่หน่วยงานของรัฐจะอำนวยความสะดวกประชาชนในการจัดยานพาหนะพาผู้มีสิทธิไปออกเสียงประชามติ แม้มาตรา 62 ของ พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติจะกำหนดให้ทำได้แต่กกต.ได้ให้แนวปฏิบัติว่าจะทำได้สองกรณีเท่านั้นคือ เป็นกรณีที่พื้นที่ออกเสียงมีความยากลำบากในการเดินทางหรือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการหรือผู้สูงอายุและต้องขอความเห็นชอบจากกกต.เขตก่อน
สำหรับกรณีที่ทางเครือข่ายฯต้องการให้เปิดพื้นที่ถกเถียงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายสมชัย กล่าวว่า นอกจากรายการ 7 สิงหาประชามติร่วมใจที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ใน 6 ครั้งที่เหลือ ก็ได้เปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาแสดงความเห็น โดยมีการปรับเนื้อหาและวิทยากรที่จะมาร่วมรายการแบบเป็นธรรมแล้ว ขณะเดียวกันตนกำลังทาบทามสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งจัดรายการครั้งละ 50 นาที จำนวน 10 ครั้ง นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชน เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค เรื่องเรียนฟรี เบี้ยผู้สูงอายุ ทรัพยากรธรรมชาติ การทำสนธิสัญญาเกี่ยวกับเขตแดน โดยจะเปิดโอกาสให้ทางเครือข่ายฯและนักศึกษามีส่วนร่วมในรายการ 40 % หรือ 4ครั้งจากทั้งหมด 10 ครั้ง ส่วนที่เหลือจะเชิญกลุ่มเอ็นจีโออื่นเข้ามาร่วม ซึ่งจะหารือเรื่องดังกล่าวกับ กรธ.หากเห็นตรงกันก็จะมีการบันทึกเทปรายการและออกอากาศได้ในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนการลงประชามติ โดยกกต.จะไม่เข้าไปเซ็นเซอร์เนื้อหาแต่อย่างใด นอกจากนี้จะมีการจัดพิมพ์เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเผยแพร่เพิ่มเติมในหนังสือพิมพ์สามฉบับในช่วงโค้งสุดท้ายของการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลอย่างกว้างขวางมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการหารือครั้งนี้กลุ่มเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองค่อนข้างพอใจคำชี้แจงของนายสมชัย เนื่องจากเห็นว่ามีความชัดเจนในระดับหนึ่ง.


Leave a comment