ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
01 กรกฎาคม 2559 เวลา 10:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/440617

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่ามาตรา 61 วรรคสองของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557 ช่วยให้การทำงานของแม่น้ำ 5 สายไหลเดินหน้าได้สะดวกมากขึ้น
ในทางกลับกัน หากผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ออกมาอย่างที่เห็นเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. การทำประชามติอาจต้องสะดุดลงในระดับหนึ่ง ขึ้นอยู่กับน้ำหนักคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
เช่น ถ้าเป็นกรณีร้ายแรงสุดอย่างการวินิจฉัยให้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 ต้องตกไปทั้งฉบับ เท่ากับว่าคณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา แบบนี้ย่อมส่งผลให้การทำประชามติต้องเลื่อนจากวันที่ 7 ส.ค. ออกไปจนกว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้
แต่เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นคุณต่อการทำประชามติ กระบวนการทุกอย่างจึงเดินหน้าแบบเต็มกำลัง
ทั้งนี้ ต้องยอมรับการให้มาตรา 61 วรรคสอง มีผลในทางกฎหมายต่อไป ช่วยให้การควบคุมการออกเสียงประชามติของฝ่ายความมั่นคงเป็นไปด้วยความสะดวกมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้เกิดภาวะชะงักงัน เพราะไม่มั่นใจว่าจะมีอำนาจตามกฎหมายเต็มที่หรือไม่
แน่นอนว่าจากนี้ไป ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ฝ่ายความมั่นคงจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่เริ่มแสดงปฏิกิริยาตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันเช่นกัน โดยเฉพาะการใช้สื่อสังคมออนไลน์
การควบคุมการทำประชามตินั้นรัฐบาลไม่ได้มีเพียงเฉพาะ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 เป็นเครื่องมือเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 รวมไปถึงประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร โดยกฎหมายทั้งสามดังกล่าวต่างมีโทษหนักพอสมควร
กฎหมายประชามติ กำหนดบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท และศาลอาจสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดไม่เกิน 5 ปีก็ได้ แต่ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นคณะบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่น-2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี
กฎหมายคอมพิวเตอร์มีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับกรณีที่ผู้ใดเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ระบุว่า ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
กฎหมายทั้งสามฉบับครอบคลุมพอกับการควบคุมฝ่ายตรงข้ามไม่ให้เคลื่อนไหวในเชิงที่เป็นปฏิปักษ์ต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
สถานการณ์เช่นนี้ คสช.มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ทรัพยากรที่ตัวเองเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญได้รับความเห็นชอบจากประชาชน เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่าการประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ต่างอะไรกับการถามประชาชนยอมรับกับการทำงานของ คสช.หรือไม่ไปในตัว
แม้บิ๊กๆ ใน คสช. ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. รวมทั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม จะออกตัวว่าต่อให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติก็ไม่เกี่ยวกับ คสช. เพราะการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แต่ในทางปฏิบัติต้องไม่ลืมว่า คสช.เป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดและทำหน้าที่ตั้งกรธ.ขึ้นมา ซึ่งฝ่ายตรงข้ามย่อมมองว่า คสช.ไม่อาจหนีความรับผิดชอบไปได้
ทางเดียวที่ คสช.จะหลุดจากข้อกล่าวหานี้ได้ คือ การทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ
อย่างไรก็ตาม การมีอาวุธคุมการทำประชามติแบบครบมือจะเป็นประโยชน์แก่ คสช.ฝ่ายเดียว ยิ่งคสช.บังคับใช้กฎหมายแบบเข้มงวดเกินความจำเป็นมากเท่าไร ย่อมเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายตรงข้ามเคลื่อนไหวได้มากขึ้น
วาทกรรมที่อ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแบบไม่มีความชอบธรรมย่อมถูกผุดขึ้นมาอีกมาก ด้วยการอ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ เพราะการควบคุมไม่ให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ เสมือนหนึ่งเป็นการชกข้างเดียวของฝ่ายที่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ
ดังนั้น อำนาจที่มีในมือที่มีอย่างสมบูรณ์ตอนนี้ ไม่ต่างกับดาบสองคมที่พร้อมจะสร้างประโยชน์และสร้างปัญหาในอนาคต