ปลดล็อกประชามติ ติดปีกฝ่ายความมั่นคง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 มิถุนายน 2559 เวลา 10:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/440397

ปลดล็อกประชามติ ติดปีกฝ่ายความมั่นคง

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

หลังจากอึมครึมมาหลายสัปดาห์ ในที่สุดเมื่อวานนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.บัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 วรรคสอง ไม่ขัดกับมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557

ย้อนกลับไปดูเนื้อหาของมาตรา 61 วรรคสอง บัญญัติว่า “ผู้ใดดําเนินการเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียงให้ถือว่าผู้นั้นกระทําการก่อความวุ่นวาย เพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย”

โดยโทษของการกระทำความผิดตามมาตรา 61 วรรคสองจะมีฐานเท่ากับว่าการก่อความวุ่นวาย ซึ่งแบ่งบทลงโทษออกเป็นสองลักษณะด้วยกัน ประกอบด้วย 1.ถ้าผู้กระทำความผิดไม่ได้เป็นคณะบุคคล จะต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท และศาลอาจสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกําหนดไม่เกินห้าปีด้วยก็ได้ 2.ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นคณะบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่น-2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกําหนด 10 ปี

จากเนื้อหาของบทบัญญัติดังกล่าวเป็นสาเหตุให้ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดกับมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 หรือไม่ เนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินมองในมุมหนึ่งว่ามาตรา 61 วรรคสอง อาจเสี่ยงต่อการขัดกับมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญที่ให้หลักประกันและรับรองการมีอยู่ของสิทธิเสรีภาพของประชาชนไว้ทุกประการเทียบเท่ากับรัฐธรรมนูญฉบับถาวร

ทั้งนี้ ในเอกสารแถลงข่าวของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีการระบุเหตุผลว่าเหตุใดศาลรัฐธรรมนูญถึงวินิจฉัยเช่นนั้น แต่ถ้ามองถึงหลักการวินิจฉัยคำร้องที่เกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติกฎหมายสำคัญต่างๆ แล้ว จะเห็นได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญมักจะวินิจฉัยให้ผ่านบ่อยครั้ง เว้นแต่กฎหมายบางฉบับจะมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับกระบวนการในการตราและการพิจารณาในสภา

ดังจะเห็นได้จากกรณีให้เนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ว่าด้วยการจัดสรรงบประมาณให้กับสำนักงานศาลยุติธรรม ศาลปกครอง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 และ พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555 ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ

น้อยครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้กฎหมายบางฉบับขัดกับรัฐธรรมนูญ เช่น ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศวงเงิน 2 ล้านล้านบาทที่ต้องตกไปเพราะเป็นการจัดทำกฎหมายการเงินที่ไม่เป็นไปตามหลักการจัดทำงบประมาณแผ่นดินตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 กำหนด หรือในกรณีของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เกี่ยวกับที่มาของ สว. ที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เพราะมีสมาชิกรัฐสภาลงคะแนนแทนกัน

สำหรับกรณีของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตรา 61 วรรคสองไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ เท่ากับทุกอย่างจบแล้ว กระบวนการการจัดออกเสียงประชามติจะต้องดำเนินการต่อไป

นับจากนี้ไปต้องจับตาท่าทีของฝ่ายความมั่นคงแบบห้ามกะพริบตา

การคงอยู่ต่อไปของมาตรา 61 วรรคสอง ไม่ต่างอะไรกับการเปิดทางฝ่ายความมั่นคงสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างสมบูรณ์ จากเดิมที่ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจเท่าไหร่ เนื่องจากที่ผ่านมาอยู่ในระหว่างการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่ฝ่ายความมั่นคงจะพยายามตีกรอบการเคลื่อนไหวของแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญให้แคบมากที่สุด เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าฝ่ายต่อต้านถูกบีบค่อนข้างหนัก จนต้องหลบไปใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางการสื่อสารกับมวลชนและกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหว

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าฝ่ายความมั่นคงจะมีแต่มาตรา 61 วรรคสองเป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียว เพราะกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อย่างประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมประชามติด้วย ซึ่งล้วนเป็นกฎหมายที่มีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา

อาจเรียกได้ว่าศึกชิงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเพิ่งเริ่มลั่นกลองรบหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย แต่จากนี้ไปจะเป็นของจริงที่มีการเดิมพันสูงแบบที่ใครคาดไม่ถึง

 

Leave a comment