สปท.ร้าว ปฏิรูปเหลว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กรกฎาคม 2559 เวลา 09:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/441436

สปท.ร้าว ปฏิรูปเหลว

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

รอยร้าวในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ปลุกให้บรรยากาศการเมืองที่เคยสงบเรียบร้อย กลับมาคุกรุ่นอีกรอบ และมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงเส้นทางการปฏิรูป ที่ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ต้นตอส่วนหนึ่งมาจากการขยับของ อลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. ซึ่งผุดไอเดียนำคณะไปพบปะพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ เริ่มต้นจากประชาธิปัตย์และเพื่อไทย เพื่อชี้แจงความคืบหน้าภาระกิจการปฏิรูป พร้อมรับฟังความคิด ข้อเสนอแนะจากพรรคการเมือง

ด้านหนึ่งถือเป็นทิศทางที่ดีที่จะได้นำผลงานที่ สปท. ทำร่วมกับแม่น้ำสายต่างๆ ไปอธิบายให้ พรรคการเมืองได้รับรู้รับทราบ ทั้งแนวคิด ความคืบหน้า ตลอดจนอุปสรรคปัญหาต่างๆ ที่พบเจอไปชี้แจงให้กับพรรคการเมืองได้รับรู้รับทราบตั้งแต่ตอนนี้

เพราะพรรคการเมืองถือกลไกที่จะมารับไม้ต่อขับเคลื่อนประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านหลังการเลือกตั้ง การได้รับรู้รับทราบกระบวนการต่างๆ ตั้งแต่ตอนนี้ย่อมทำให้เกิดความต่อเนื่องในอนาคต

แต่อีกด้านหนึ่งการเคลื่อนไหวของอลงกรณ์ ชวนให้เกิดความกังขาว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไรหรือไม่

ที่สำคัญในมุมมองจากฝั่ง คสช.แล้ว พยายามดำเนินการเต็มความสามารถเพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความปั่นป่วน โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนออกเสียงประชามติ

ดังจะเห็นว่า ที่ผ่านมา คสช.ยืนกรานไม่ผ่อนคลายกฎระเบียบเปิดช่องให้พรรคการเมืองออกมาเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมืองตามที่ร้องขอ เพราะห่วงว่าจะนำไปสู่ความวุ่นวาย หรือเปิดช่องให้กลุ่มป่วนหยิบมาเป็นข้ออ้างออกมาเคลื่อนไหวบ้าง

ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่พรรคการเมืองสะท้อนกลับมายัง สปท.นั้น ส่วนใหญ่เป็นการถล่มปัญหาปฏิรูปที่ผ่านมา ที่อีกด้านหนึ่งย่อมถือเป็นความล้มเหลวในการทำนของ สปท.ที่ผ่านมา

หากจับ “สัญญาณ” ที่เกิดขึ้นจะเห็นว่าคนที่เปิดประเด็นเรื่องนี้เป็น พล.อ.ฐิติวัฒน์ กำลังเอก สปท.สายตรง คสช. ที่ตั้งคำถามกลางที่ประชุมว่าการเคลื่อนไหวของอลงกรณ์ เป็นมติของที่ประชุม สปท.หรือไม่

“ขณะนี้พรรคการเมืองไม่สามารถจัดกิจกรรมทางการเมืองได้ จึงไม่ทราบว่าการไปกันจะมีประโยชน์อย่างไร ประเทศต้องมีความศรัทธาและระเบียบวินัย เพื่อไม่ให้สังคมล่มสลายและต้องมีธรรมาภิบาล มีความจริงใจในการปฏิบัติงาน”

ก่อนจะซ้ำอีกดอกโดย เสรี สุวรรณภานนท์ ที่จุดประเด็นการนัดทูตานุทูตมารับฟังความคืบหน้าการปฏิรูปเป็นครั้งที่ 3 ที่เห็นว่าถี่เกินไป พร้อมพุ่งเป้าไปที่อลงกรณ์ ในฐานะผู้บรรยาย พร้อมย้ำ “แผลเก่า” ตั้งคำถามว่าการจัดงานครั้งนี้ได้หารือกับ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท.หรือไม่

ก่อนที่สุดท้าย ร.อ.ทินพันธุ์ จะสั่งยกเลิกงานนี้กลางที่ประชุมแบบกะทันหัน ที่ตอกย้ำรอยร้าวที่เกิดขึ้นใน สปท.ที่มีการงัดข้อกันอยู่กลายๆ

พ่วงประเด็นคณะกรรมการเครือข่ายการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งไม่เห็นว่ามีความจำเป็นต่อ สปท. หรือตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างพรรคการเมืองหรือไม่ เมื่อที่ สปท.ทำไม่ได้แตกต่างจากพรรคการเมืองที่พยายามสร้างเครือข่าย จัดเลี้ยง แจกของ นี่คือการซื้อเสียงล่วงหน้า ที่ สปท.พึงทำหรือไม่

หลายกรณีที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าชนวนที่มาของปัญหาอาจเป็นการทำงานที่ขัดแข้งขัดขากันเอง โดยเป้าใหญ่หนีไม่พ้นอลงกรณ์ที่ถูกมองว่าทำงาน “ออฟไซด์” ประธาน สปท.

จนนำมาสู่การเตะสกัดขากันเองจนสะท้อนออกมาเป็นความขัดแย้งระลอกใหม่ที่สั่นคลอนทั้งความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพการทำงานในอนาคต

ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงโค้งสุดท้ายเหลือเวลาทำงานอีกแค่ไม่กี่เดือนก็จะหมดวาระ ควรจะสมัครสมานสามัคคีเร่งผลักดันการปฏิรูปให้เดินหน้าไปสู่จุดหมายปลายทาง

แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้น ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นเพราะหลายคนแย่งทำผลงานให้เข้าตา คสช.

เมื่อเป้าใหญ่เวลานี้หลายคนมองข้ามช็อตไปถึงตำแหน่ง สว.ในอนาคต ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้มาจากการแต่งตั้ง พ่วงด้วยอำนาจที่เต็มไม้ เต็มมือ มีวาระการดำรงตำแหน่งหลายปีชัดเจน

ดีกว่าการมานับถอยหลังรอหมดวาระในตำแหน่ง สปท.เพียงอย่างเดียว

รอยร้าวที่เกิดขึ้นตอกย้ำสภาพปัญหาที่มาตั้งแต่ต้น และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การทำงานที่ผ่านมานอกจากไม่เข้าขาจนยากจะร่วมกันผลักดันการปฏิรูปด้านต่างๆ ให้เดินหน้าจนสำเร็จลุล่วงไปตามแผน แล้วยังทำให้เกิดปัญหาย่ำแย่กว่าเดิม

แถมสะท้อนให้เห็นว่าอนาคตทิศทางการปฏิรูปประเทศจะเป็นเช่นไร

 

Leave a comment