เลิกค่ายทหารแจงรธน. แก้เกมประชามติ-หลบครหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 มิถุนายน 2559 เวลา 09:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/437733

เลิกค่ายทหารแจงรธน. แก้เกมประชามติ-หลบครหา

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เป็นไปตามคาดที่ยิ่งใกล้ถึงวันประชามติร่างรัฐธรรมนูญมากเท่าไหร่ วิวาทะทางการเมืองยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ดังจะเห็นได้จากกรณีวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้ค่ายทหารชี้แจงและประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญที่จัดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

โดยเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. กกต.ได้ใช้พื้นที่ของสโมสรรื่นฤดี ค่ายวชิราวุธ จ.นครศรีธรรมราช จัดประชุมชี้แจงเรื่อง “ร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติ และประชาชน” ซึ่งจะว่าไปแล้วเวทีนั้นไม่ใช่ครั้งแรกที่ กกต.ใช้พื้นที่ของทหารจัดเวทีอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ เพราะ กกต.เคยใช้สโมสรทหารบกจัดงานในลักษณะเดียวกันเมื่อกลางเดือน พ.ค.มาแล้ว

ทว่า ครั้งล่าสุดกลับเจอกระแสวิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการใช้สถานที่ของกองทัพจัดงาน

“การมาจัดในค่ายทหารอาจทำให้ผู้เข้าร่วมงานเกร็ง ไม่มีใครกล้าที่จะแสดงความไม่เห็นด้วย ซึ่งทราบว่าจะมีการจัดแบบนี้อีก 2 ครั้ง ที่ จ.เชียงใหม่ และนครราชสีมา ก็จัดกันในค่ายทหารอีก คิดว่าควรเอาออกจากค่ายทหาร น่าจะไปจัดกันที่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาบรรยากาศก็จะดีกว่านี้” ความเห็นจาก นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ด้าน กกต.นำโดย สมชัย ศรีสุทธิยากร กลับมองว่า “การจัดเวทีในค่ายทหารนั้นคิดว่าน่าจะมองเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะมีบุคคลสำคัญมาร่วม หากเกิดปัญหาขึ้นก็เกรงว่าจะดูแลไม่ไหว”

ก่อนอื่นต้องบอกว่าเวทีของ กกต.ดังกล่าวแตกต่างจากของ กรธ.อย่างสิ้นเชิง เพราะของกกต.เป็นการเชิญตัวแทนของคณะรัฐมนตรี กรธ. สนช. มาอธิบายถึงสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ โดยผู้เข้าฟังส่วนใหญ่จะเป็นส่วนราชการ ฝ่ายการเมืองในพื้นที่ ภาคประชาชน องค์กรส่วนท้องถิ่น แต่เวทีของ กรธ.จะแตกต่างออกไป เนื่องจากผู้อภิปรายจะเป็นฝ่าย กรธ. ส่วนผู้ฟังจะเป็นตัวแทนภาคประชาชนและอาสาสมัคร

หากมองในเชิงความเป็นเหตุเป็นผลแล้ว การที่ กกต.ขอใช้พื้นที่ทหารเพื่อความปลอดภัยตามที่ สมชัย อธิบาย พอจะเป็นเหตุผลที่พอรับได้ส่วนหนึ่ง แต่ถ้าพินิจพิเคราะห์ในเชิงความเหมาะสมแล้วเป็นเรื่องที่มีมุมให้ขบคิดอยู่ไม่น้อย

ย้อนกลับไปเมื่อการร่างรัฐธรรมนูญสมัย“บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีความคิดจะไปปรับปรุงและเขียนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญครั้งสุดท้ายที่สวนสนประดิพัทธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ปรากฏมีเสียงท้วงติงถึงความเหมาะสมเช่นกันเพราะเป็นพื้นที่ของทหาร แม้สถานที่ดังกล่าวจะเป็นลักษณะของสถานที่ตากอากาศ และไม่ได้เป็นรูปแบบของกองบัญชาการก็ตาม

ส่งผลให้คณะกรรมาธิการต้องเปลี่ยนสถานที่ไปประชุมที่พัทยา จ.ชลบุรี แทน เพื่อไม่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญถูกเสียดสีว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญในค่ายทหาร เหมือนกับที่รัฐบาลในอดีตเคยถูกฝ่ายตรงข้ามสร้างวาทกรรม “ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร”

อาจจะด้วยเหตุผลที่ไม่ต้องการสร้างเงื่อนไขทางการเมือง จึงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตัดสินใจที่จะไม่ให้ กกต.ใช้พื้นที่ทหารอีก ซึ่ง กกต.ก็รับลูกของนายกฯ ทันทีด้วยการเปลี่ยนสถานที่ประชุมใน จ.เชียงใหม่ จากค่ายกาวิละมาเป็นศูนย์ประชุมนานาชาติแทน

“การเปลี่ยนสถานที่จัดประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำประชามติและร่างรัฐธรรมนูญ จากสโมสรค่ายกาวิละมาเป็นศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่ เพื่อความเหมาะสมเนื่องจากมีประชาชนให้ความสนใจและแสดงเจตจำนงที่จะเข้าร่วมงานจำนวนมาก” ท่าทีจาก ประวิช รัตนเพียร กกต.

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเคลื่อนไหวของ กกต.และรัฐบาลในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่าต้องการ “ตัดไฟแต่ต้นลม”

ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้ กกต.เพิ่งพลาดท่าและเพลี่ยงพล้ำแบบน่าประหลาดใจมาแล้ว จากกรณีเนื้อหาเพลงรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ แต่กลับเจอเสียงตำหนิค่อนข้างรุนแรง หลังจากเนื้อหาในเพลงบางส่วนมีลักษณะดูหมิ่นประชาชนบางภูมิภาค จน กกต.ต้องดำเนินการแก้ไขเนื้อหาเพื่อลดกระแส

เมื่อความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรกเกิดขึ้นมา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ กกต.ต้องรีบแก้เกมอย่างทันควัน ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามบานปลาย เนื่องจากแน่นอนว่าฝ่ายตรงข้ามย่อมใช้ประเด็นมาเป็นเงื่อนไขเพื่อให้ประชาชนคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

ไม่เพียงเท่านี้ ถ้าปล่อยให้การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญยังคงใช้ค่ายทหารอยู่ อนาคตร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อผ่านประชามติ ย่อมจะถูกกล่าวหาและสร้างความตอกย้ำว่าเป็นรัฐธรรมนูญมากยิ่งขึ้น

ที่สุดแล้ว การตัดไฟแต่ต้นลมครั้งนี้ เพื่อต้องการกรุยทางประชามติร่างรัฐธรรมนูญให้เรียบมากขึ้นก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

 

Leave a comment