ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/234155
การเมือง : 17 ก.ค. 2559
“สถานการณ์ใต้ดีขึ้น” โฆษกรัฐบาล
“โฆษกรัฐบาล” เชื่อ สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ดีขึ้น หลังรัฐทุ่มงบ 3 หมื่นล้าน ชี้ มาตรภาษีช่วยกระตุ้น ศก.ในพื้นที่
17 ก.ค.59 – พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยได้กำหนดนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2559 – 2561 ที่เน้นการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน นำแนวทางสันติวิธีมาประยุกต์ใช้ ผ่านกลไกการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้
“วันนี้ สถานการณ์โดยรวมในพื้นที่ดีขึ้น เหตุความรุนแรงน้อยลง แต่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงยังคงเฝ้าติดตาม และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเข้มงวด และได้ทำงานร่วมกับประชาชนตามแนวทางประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการลงทุน โดยหลังจากเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว มีการลงทุนในพื้นที่มากขึ้น” พล.ต.สรรเสริญกล่าว
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ในปี2559 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณกว่า 30,000 ล้านบาท ภายใต้ยุทธศาสตร์เร่งรัดการพัฒนารากฐานที่ยั่งยืนของประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ ยังออกมาตรการส่งเสริมการลงทุน เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ไม่จำกัดวงเงิน และลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 เป็นเวลา 5 ปี รวมทั้งอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือได้ ล่าสุด ครม.ยังได้ขยายเวลามาตรการภาษีให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจใน จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และสงขลา เฉพาะที่ อ.จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย เช่น ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ และยังให้บุคคล และบริษัทห้างร้านสามารถหักค่าใช้จ่ายค่าซื้อค่าติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในอัตราร้อยละ100 ของรายจ่าย เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อีกทางหนึ่ง
“ท่านนายกฯ ฝากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนใต้เพิ่มเติม เช่น พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา-ปาดังเบซาร์ ปรับปรุงขีดความสามารถท่าเรือสงขลาและท่าเรือปัตตานี พัฒนานิคมอุตสาหกรรมฉลุง พัฒนาตลาดชายแดนสะเดา ปาดังเบซาร์ เบตง สุไหงโกลก และตากใบ ส่งเสริมสินค้าโอท็อปป้อนตลาดมาเลเซียและสิงคโปร์ และพัฒนาหมู่เกาะตะรุเตา อาดัง-ราวี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ระดับโลก ฯลฯ โดยให้เร่งรัดศึกษาข้อมูล หากโครงการใดที่มีความพร้อมก็ให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่งบประมาณปี 2560″ พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
